วิธีลงทะเบียนสมัคร Tickmill เปิดบัญชี และยืนยันตัวตนอย่างละเอียด (อับเดต 2024)

เข้ามาที่หน้าแรกของเว็ตไซต์ https://www.tickmill.com/th จะมีแถบเมนูด้านบนสุด หรือปุ่ม 3 ขีด

จะมีปุ่มลงทะเบียนเปิดบัญชีเทรดและบัญชีทดลอง ไปดูขั้นตอนการเปิดบัญชีเทรดจริงกัน

  1. กดปุ่ม “เปิดบัญชีเททรด” และจะเข้าสู่หน้าลงทะเบียน ตรงนี้ให้เลือกว่าบัญชีที่จะเปิดจะเป็นแบบ “บุคคล” หรือ “องค์กร”
  2. เราเลือกแบบ “บุคคล” จะเข้าสู่ขั้นที่ 2 (1/6) คือรายละเอียดส่วนบุคคล ให้เรากรอกข้อมูลส่วนตัวลงไป (ชื่อ-นามสกุล วันเกิดและให้ข้อมูลว่าเป็นพลเมืองสหรัฐฯหรือไม่เพื่อการเก็บภาษีตามกฏหมายสหรัฐฯ)
  3. ขั้นถัดมา (2/6) ให้เลือกประเทศที่พักอาศัยตามจริง เพื่อให้เจ้าของบัญชีนั้นสามารถเลือกหน่วยงานกำกับดูแลได้ด้วยตัวเอง อย่างเช่น เราอาศัยอยู่จริงในประเทศไทย ก็จะมีหน่วยงานอย่าง Seychelles Financial Services Authority (FSA of Seychelles) ที่คอยกำกับดูแล Tickmill UK Ltd. อยู่ (แต่ละประเทศอาจมีหน่วยงานกำกับดูแลที่แตกต่างกันไป แถมยังเลือกได้อีก) และเลือกตกลงกับนโยบายความเป็นส่วนตัวของ tickmill เพื่อไปต่อในขั้นตอนถัดไป
  4. ไปต่อที่ (3/6) เบอร์โทรศัพท์และอีเมล์ แถมยังมีให้เลือกภาษาที่เข้ากับการสื่อสารของลูกค้ามากที่สุด ซึ่งจะแสดงผลในหน้าบัญชีด้วย แถมมีให้เลือกมากถึง 22 ภาษา

    จากนั้นจะมีจดหมายส่งไปที่อีเมล์ที่ลงทะเบียน

เปิดจดหมายเพื่อคลิกลิ้งค์ยืนยันการสมัครและไปสู่ขั้นถัดไป

5. ขั้นตอนที่ (4/6) ของการกรอกข้อมูลส่วนตัว ในส่วนนี้ต้องกรอกข้อมูลด้วยภาษาอังกฤษเท่านั้น ทั้งสัญชาติ ที่อยู่อาศัย

“หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (TIN)” ซึ่งหากเป็นบุคคลซึ่งเสียภาษีตามกฎหมายไทยนั้น ไม่จำเป็นต้องกรอกข้อมูล ให้เลือก “ไม่พร้อมใช้งาน” พร้อมเลือกเหตุผล “ประเทศของฉันไม่ได้ออก TIN ให้กับผู้อยู่อาศัย” (อ้างอิงตาม https://www.oecd.org/tax/automatic-exchange/crs-implementation-and-assistance/tax-identification-numbers/)

ส่วนนี้ให้เราตอบว่ามีความเกี่ยวข้องทางการเมืองหรือไม่ และทิ้งท้ายด้วยรหัสผู้แนะนำโบรกเกอร์ (Referal Code ถ้ามีให้กรอกเผื่อมีกิจกรรม โปรดมชั่นพิเศษจาก Tickmill)

6. ขั้นที่ (5/6) ตั้งรหัสผ่านตามเงื่อนไข

และ (6/6) เลือกตกลงตามข้อกฎหมาย และเข้าขั้นตอนสร้างโปรไฟล์ต่อไป

7. ชั้นที่ 3 (1/3) เป็นแบบสอบถามระดับความรู้ทางการเงินและประสบการณ์เพื่อประเมินความเสี่ยงของเจ้าของบัญชี เริ่มกันที่ “ระดับการศึกษา” และ “สถานะการจ้างงาน”

8. (2/3) ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเทรดของเรา ทั้งแหล่งเงินทุนที่นำมาเทรด รายได้รวมต่อปี ปริมาณการเทรดในช่วงที่ผ่านมา ประสบการณ์และ/หรือคุณสมบัติ รวมมูลค่าสุทธิของการเทรด ความถี่ในการเทรด และวัตถุประสงค์ เป็นต้น

ส่วน (3/3) ตอบคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ในการเทรด

9. ขั้นตอนที่ 4 เกี่ยวกับเองสารประจำตัว ซึ่ง Tickmill แนะนำบัตรประชาชน หรือ หนังสือเดินทาง

10. หลังจากอัพโหลดเอกสารครบก็จะเสร็จสิ้นขั้นตอนการสมัคร

  • เราสามารถไปที่แดชบอร์ดเพื่อเช็คสถานะการตรวจสอบเอกสารต่างๆ ได้ ว่ามีเอกสารใดรออนุมัติหรือได้รับอนุมัติแล้ว และสามารถลบเอกสารที่ส่งไปแล้วได้
  • หาดเอกสารที่อัพโหลดไปนั้นยังไม่สามารถลงทะเบียนและยืนยันตัวตนได้เสร็จสมบูรณ์ (เช่นข้อมูลในเอกสารไม่ตรงกับที่กรอกไว้) ทีมงานหลังบ้านจะติดต่อกลับมาทางอีเมล์เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมจากเรา เช่น บ้านเลขที่ ซอย ถนน อำเภอ เมือง รหัสไปรษณีย์ จังหวัด และตู้ปณ. เป็นต้น

เมื่ออัปโหลดเอกสารทั้งหมดและกระบวนการตรวจสอบเสร็จสิ้น เราจะได้รับอีเมลยืนยันและจะได้รับสิทธิ์เข้าถึงพื้นที่ลูกค้าอย่างเต็มที่ ขั้นตอนนี้อาจรอนานถึง 24 ชม.

  • หากเกิดปัญหาเอกสารถูกปฏิเสธเพราะข้อมูลไม่ตรงกับที่แจ้งไว้นั้น หน้าเอกสารที่อัพโหลดไปจะขึ้นแจ้งพร้อมกับมีอีเมล์แจ้งเข้ามา

    เราแก้ปัญหานี้โดยการอัปโหลดการสแกนสีแบบเต็มหน้าหรือรูปถ่ายของเอกสารใดเอกสารหนึ่งที่ Tickmill ระบุไว้ซึ่งจะต้องอยู่ภายใต้ชื่อเต็มของคุณและวันออกเอกสารมีอายุไม่เกิน 6 เดือน

หลักจากลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อย ก็สามารถสร้างบัญชีเทรดได้ตามสะดวก

และถ้าหากเจอปัญหาเกี่ยวกับการลงทะเบียน เปิดปัญชีเทรด แนะนำให้ติดต่อ Customer service ได้ทุกช่องทาง โดนเฉพาะ LINE ที่บริการตอบคำถามและแก้ปัญหาโดยเจ้าหน้าที่คนไทย เข้าใจปัญหาของเทรดเดอร์ไทยเป็นอย่างดี

แถมทิ้งท้าย สำหรับเทรดเดอร์ที่ยังไม่อยากเปิดบัญชีจริงเทรดกับ Tickmill สามารถเลือกเปิดบัญชีทดลองเรียนรู้จักโบรกเกอร์เจ้านี้ไปก่อนได้ แถมยังสามารถเปิดบัญชีทดลองได้สูงสุด 7 บัญชีต่อ 1 อีเมล์
ขั้นตอนเปิดบัญชีทดลองดังนี้

  1. ไปที่หน้าแรกของ Tickmill (https://www.tickmill.com/th) กดเมนูสามขีด
  2. เลือกเปิดบัญชีทดลอง แล้วจะเข้าสู่หน้ากรอกข้อมูล
  3. กรอกข้อมูส่วนตัว อีเมล์ เบอร์โทรศัพท์
  4. เลือก Trading Platform ซึ่งมี MT4 และ MT5 ให้เลือกใช้งาน
  5. เลือกประเภทบัญชี มี 3 แบบ: Classic, Pro และ VIP
  6. เลือก Leverage มีให้เลือกตั้งแต่ 1:1 ไปจนถึง 1:500
  7. เลือกสกุลเงินหลักของบัญชีมี USD, EUR, GBP และ ZAR ส่วนจำนวณเงินนั้นเลือกได้ตามสะดวก
  8. กดเปิดบัญชีทดลอง (ปุ่มเขียว) และจะได้รับอีเมล์ยืนยันซึ่งมีรหัสผู้ใช้ รหัสผ่าน และข้อมูลที่ใช้ในการเข้าสู่ระบบ
  9. เปิดอีเมล์ ตรวจสอบข้อมูล
  10. เริ่มเทรดบัญชีทดลองได้ตาม Trading platform ที่เลือกไว้ (MT4, MT5)

ถ้าเคยเปิดบัญชีกับ Tickmill แล้ว สามารถ Login เข้าสู่ระบบ และเปิดบัญชีทดลองได้เลย

Ref: