คู่เงินที่วิ่งแรงสุด (ไม่รวม Exotic Pairs) ทำความเข้าใจแบบละเอียด
คู่เงินที่วิ่งแรง ในความหมายของเทรดเดอร์ หมายถึง คู่เงินที่มีการเคลื่อนไหวของราคาอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้อาจจะเป็นขึ้นหรือลงก็ได้ มีการเคลื่อนไหวมาก มีสภาพคล่องดี และมีโอกาสทำกำไรสูง แต่ที่สำคัญ คือ มีการเปลี่ยนแปลงของราคาที่มากพอจะสร้างโอกาสในการทำกำไรได้นั่นเอง
ส่วนที่บอกว่า “ไม่รวม Exotic Pairs” นั้น เพราะ Exotic Pairs หรือคู่เงินแปลก ๆ (เช่น USD/THB, USD/SGD) แม้จะมีความผันผวนสูงและบางครั้งวิ่งแรงมาก แต่มักมีข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น:
- สภาพคล่องต่ำ ทำให้เข้า-ออกยาก
- Spread กว้างมาก ต้นทุนการเทรดสูง
- ข้อมูลวิเคราะห์มีน้อย ยากต่อการคาดการณ์
- บางคู่มีการแทรกแซงได้ง่ายๆเลย
เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ ก็เหมือนกับการช็อปปิ้งค่ะ:
- คู่เงินหลักที่วิ่งแรง = ห้างสรรพสินค้าใหญ่ (เข้า-ออกง่าย มีข้อมูลเยอะ ราคาชัดเจน)
- Exotic Pairs = ตลาดนัดที่เปิดเป็นครั้งคราว (เข้า-ออกยาก ราคาไม่แน่นอน ข้อมูลน้อย)
วิธีดูว่าคู่เงินไหนวิ่งแรงจริง
มีเรื่องน่าสนใจมาแชร์เกี่ยวกับวิธีดูว่าคู่เงินไหนวิ่งแรงจริง เพราะในการเทรด Forex ความผันผวน คือ หัวใจสำคัญที่จะสร้างโอกาสทำกำไรให้เรานั่นเอง
ส่องเครื่องมือวัดความผันผวน
เครื่องมือแรกที่ ต้องรู้จักคือ ATR หรือ Average True Range เจ้าตัวนี้เป็นเหมือนไม้บรรทัดที่ใช้วัดว่าราคาขยับตัวแรงแค่ไหน โดยจะวัดระยะทางระหว่างจุดสูงสุดและต่ำสุดในแต่ละช่วงเวลา ถ้าค่า ATR สูง แปลว่าคู่เงินนั้นกำลังวิ่งแรงมากค่ะ
อีกตัวที่น่าสนใจคือ Historical Volatility หรือประวัติความผันผวนในอดีต เป็นเหมือนการดูประวัติการเต้นของหัวใจคู่เงินนั้น ๆ ว่าเคยเต้นแรงขนาดไหน ยิ่งค่าสูง ยิ่งแสดงว่าคู่เงินนั้นมีประวัติวิ่งแรงมาก่อน
ติดตามข่าวให้ทัน!
รู้ไหมคะว่า ข่าวเศรษฐกิจและเหตุการณ์สำคัญมีผลต่อความแรงของคู่เงินมาก ๆ โดยเฉพาะ:
- การประกาศดอกเบี้ยของธนาคารกลาง
- ตัวเลขการจ้างงาน
- การเลือกตั้งในประเทศสำคัญ
- สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ
เรียกได้ว่าเป็นเหมือนตัวกระตุ้นให้คู่เงินเต้นแรงขึ้นเลยล่ะค่ะ!
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสภาพคล่อง
เทรดเดอร์มือใหม่ อาจจะแปลกใจว่าทำไมบางคู่เงินที่มีสภาพคล่องต่ำกลับวิ่งแรงได้มาก นั่นเป็นเพราะเมื่อมีคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่เข้ามา มันก็จะกระทบราคาได้ง่ายกว่านั่นเอง
แต่ที่น่าสนใจคือ EUR/USD ซึ่งมีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก ก็ยังวิ่งแรงได้! เพราะมีนักเก็งกำไรจำนวนมากเข้ามาเทรด ทำให้ราคาเคลื่อนไหวได้แรงแม้ไม่มีข่าวสำคัญ
เคล็ดลับการดูคู่เงินวิ่งแรง
มีเทคนิคง่าย ๆ มาฝากค่ะ:
- ดู ATR หลาย ๆ กรอบเวลา
- เช็คปฏิทินข่าวเศรษฐกิจล่วงหน้า
- สังเกตปริมาณการซื้อขาย
- ดูความสัมพันธ์กับปัจจัยภายนอก เช่น ราคาทองคำ น้ำมัน
ที่สำคัญ อย่าลืมว่าคู่เงินที่วิ่งแรงไม่ได้แปลว่าจะทำกำไรง่ายเสมอไป ต้องมีการบริหารความเสี่ยงที่ดีด้วย เพราะยิ่งวิ่งแรง ก็ยิ่งมีโอกาสขาดทุนแรงเช่นกัน
10 คู่เงินที่มีการเคลื่อนไหวรุนแรงที่สุดในตลาด Forex
เรามาสำรวจกันดีกว่าค่ะว่าในบรรดาคู่เงินทั้งหมดในตลาด Forex (ไม่รวมคู่เงิน Exotic) คู่ไหนบ้างที่มีการเคลื่อนตัวรุนแรงและน่าสนใจที่สุด โดยเราจะวิเคราะห์จากองค์ประกอบหลายด้าน ทั้งความนิยมในหมู่เทรดเดอร์ ปริมาณการซื้อขาย และระดับความผันผวนของราคา
คู่ที่ 1 EUR/USD (ยูโร/ดอลลาร์สหรัฐ)
EUR/USD เป็นราชาแห่งตลาด Forex ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นคู่เงินที่มีปริมาณการซื้อขายมากที่สุดในโลก โดยคิดเป็นประมาณ 30% ของการเทรดทั้งหมดในตลาด Forex ในแต่ละวันมีเงินหมุนเวียนในการเทรดคู่นี้มากถึง 1.5-2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าเยอะมากๆ
ทำไมถึงเป็นที่นิยม?
คู่เงินนี้เป็นที่นิยมเพราะมี Spread ที่แคบมาก เฉลี่ยแค่ 0.1-0.3 pips เท่านั้น ทำให้ต้นทุนในการเทรดต่ำ เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และมือโปร นอกจากนี้ยังมีการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างมีระบบ โดยเฉลี่ยแล้วจะเคลื่อนที่ประมาณ 80-120 pips ต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นระยะทางที่น่าสนใจสำหรับการทำกำไร
ลักษณะการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ
EUR/USD มักจะเคลื่อนที่เป็นเทรนด์ชัดเจน โดยเฉพาะในกรอบเวลา H4 ขึ้นไป มักจะเห็นการสร้าง Channel Pattern ที่สวยงาม ซึ่งเหมาะกับการเทรดแบบ Trend Following นอกจากนี้ ในกรอบเวลาที่เล็กลงมา เช่น M15-H1 จะเห็นการแกว่งตัวที่สม่ำเสมอ เหมาะกับการทำ Range Trading
ข้อควรระวัง
- แม้ว่า EUR/USD จะเป็นคู่เงินที่เทรดง่าย แต่ก็มีจุดที่ต้องระวัง โดยเฉพาะในช่วงประกาศข่าวสำคัญ เพราะอาจเกิด Fake Breakout ได้บ่อย
คู่ที่ 2 USD/JPY (ดอลลาร์สหรัฐ/เยนญี่ปุ่น)
USD/JPY หรือที่เหล่าเทรดเดอร์มักเรียกว่า “นินจา” เพราะการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและแม่นยำ คู่เงินนี้มีมูลค่าการซื้อขายประมาณ 13% ของตลาด Forex ทั้งหมด นับเป็นคู่เงินที่มีความน่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับเทรดเดอร์ทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน
ความพิเศษของ USD/JPY
เยนญี่ปุ่นได้ชื่อว่าเป็นสกุลเงินปลอดภัย (Safe Haven Currency) ที่นักลงทุนมักจะหลบเข้ามาเมื่อตลาดมีความไม่แน่นอน คู่เงินนี้มีการเคลื่อนไหวเฉลี่ย 60-90 pips ต่อวัน และมี Spread ที่ค่อนข้างแคบอยู่ที่ประมาณ 0.8-1.5 pips ทำให้เป็นที่นิยมสำหรับทั้งเทรดเดอร์รายย่อยและสถาบัน
จังหวะทองคำของการเทรด
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเทรด USD/JPY คือช่วงตลาดเอเชีย (6:00-14:00 น. ตามเวลาไทย) เพราะเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดทำการ และมักจะมีการเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อมีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของญี่ปุ่น หรือการแถลงนโยบายของ BOJ
พฤติกรรมราคาที่น่าสนใจ
USD/JPY มีลักษณะพิเศษคือมักจะเคลื่อนที่เป็น “ขั้นบันได” กล่าวคือ มีการเคลื่อนที่แรงสลับกับการพักตัว โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวน คู่เงินนี้จะมีการตอบสนองอย่างรวดเร็ว มักจะเห็นการเคลื่อนไหว 50-70 pips ภายในไม่กี่ชั่วโมงเมื่อมีข่าวสำคัญ
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหว
- ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น
- การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นโดยเฉพาะ Nikkei 225
- นโยบายการเงินของ BOJ และ Fed
- ความผันผวนในตลาดโลก (Risk Sentiment)
คู่ที่ 3 GBP/USD (ปอนด์สเตอร์ลิง/ดอลลาร์สหรัฐ)
GBP/USD หรือที่เหล่าเทรดเดอร์เรียกกันติดปากว่า “เคเบิ้ล” (Cable) เป็นคู่เงินที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีความผันผวนสูง ด้วยปริมาณการซื้อขายที่คิดเป็นประมาณ 10% ของตลาด Forex คู่เงินนี้ขึ้นชื่อว่าสามารถสร้างการเคลื่อนไหวที่รุนแรงได้มากกว่า EUR/USD เสียอีก!
เสน่ห์ของ GBP/USD
เคเบิ้ลมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสนใจมาก โดยปกติจะมีการเคลื่อนไหวเฉลี่ย 80-100 pips ต่อวัน บางวันอาจพุ่งพรวดได้ถึง 200-300 pips เลยทีเดียว! Spread อยู่ที่ประมาณ 1-2 pips ซึ่งถือว่าไม่สูงมากเมื่อเทียบกับโอกาสในการทำกำไร คู่เงินนี้เหมาะมากสำหรับเทรดเดอร์ที่ชอบความท้าทายและพร้อมรับมือกับความผันผวนสูง
ลักษณะการเคลื่อนไหวที่น่าทึ่ง
GBP/USD มีการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมาก มักจะสร้างแนวโน้มที่ชัดเจนและแข็งแรง เมื่อเกิดการ Breakout มักจะวิ่งได้ไกลและแรง ที่น่าสนใจคือ คู่เงินนี้มักจะมี “False Break” น้อยกว่า EUR/USD ทำให้การเทรดแบบ Breakout มีโอกาสสำเร็จสูง
สิ่งที่ต้องจับตา
- นโยบายการเงินของ BOE
- Brexit และผลกระทบต่อเนื่อง
- ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างอังกฤษกับ EU
- ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของทั้งอังกฤษและสหรัฐฯ
คู่ที่ 4 USD/CHF (ดอลลาร์สหรัฐ/ฟรังก์สวิส)
USD/CHF หรือที่เหล่าเทรดเดอร์เรียกกันว่า “สวิสซี่” (Swissy) เป็นคู่เงินที่มีความน่าสนใจไม่แพ้คู่อื่นๆ ด้วยความที่ฟรังก์สวิสเป็นสกุลเงินที่ได้ชื่อว่ามั่นคงที่สุดในโลก การเคลื่อนไหวของคู่เงินนี้จึงมักจะมีความแม่นยำและมีเหตุผลรองรับเสมอ
ความพิเศษของ USD/CHF
สวิสซี่มีการเคลื่อนไหวเฉลี่ยวันละ 50-70 pips ซึ่งอาจดูน้อยกว่าคู่อื่น แต่สิ่งที่น่าสนใจคือความแม่นยำในการเคลื่อนที่ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดโลกมีความกังวล คู่เงินนี้จะมีการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมาก เพราะนักลงทุนมักจะหนีเข้าหาฟรังก์สวิสเป็น Safe Haven
จังหวะทองของการเทรด
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือช่วงตลาดยุโรป (13:00-21:00 น. ตามเวลาไทย) โดยเฉพาะเมื่อมี:
- การประกาศนโยบายของธนาคารกลางสวิส (SNB)
- ความไม่แน่นอนในตลาดโลก
- วิกฤตการณ์ทางการเงินในยุโรป
- การเคลื่อนไหวรุนแรงของ EUR/USD
พฤติกรรมราคาที่น่าสนใจ
USD/CHF มีความพิเศษตรงที่มักจะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามกับ EUR/USD อย่างชัดเจน เทรดเดอร์หลายคนใช้ความสัมพันธ์นี้ในการยืนยันสัญญาณการเทรด เมื่อทั้งสองคู่เงินส่งสัญญาณตรงข้ามกัน โอกาสความสำเร็จจะสูงมาก
ปัจจัยที่ควรจับตา
- นโยบายการเงินของ SNB
- สถานการณ์เศรษฐกิจในยุโรป
- การเคลื่อนไหวของราคาทองคำ
- ความเชื่อมั่นในตลาดการเงินโลก
USD/CHF เป็นคู่เงินที่เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ชอบการวิเคราะห์เชิงลึกและมีความอดทน
คู่ที่ 5 AUD/USD (ดอลลาร์ออสเตรเลีย/ดอลลาร์สหรัฐ)
AUD/USD หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ออสซี่” (Aussie) เป็นคู่เงินที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและน่าสนใจมาก เพราะมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์และเศรษฐกิจของจีน ออสซี่ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่เงินที่ให้ “ความสนุก” กับเทรดเดอร์ เพราะมีการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างคาดเดาได้แต่ก็มีความผันผวนพอสมควร
เสน่ห์ของ AUD/USD
ออสซี่มีการเคลื่อนไหวเฉลี่ยประมาณ 60-80 pips ต่อวัน ที่น่าสนใจ คือ มักจะมีช่วง Asian Session ที่คึกคักมาก เพราะเป็นเวลาที่ตลาดออสเตรเลียและเอเชียเปิดทำการ นอกจากนี้ยังมี Spread ที่ค่อนข้างแคบอยู่ที่ประมาณ 1-2 pips ทำให้ต้นทุนการเทรดไม่สูงมาก
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือ
- ช่วงเช้าตลาดเอเชีย (5:00-14:00 น. ตามเวลาไทย)
- วันประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
- วันประกาศราคาสินค้าโภคภัณฑ์
- ช่วงประกาศดอกเบี้ย RBA
การเต้นตามจังหวะของสินค้าโภคภัณฑ์
สิ่งที่ทำให้ออสซี่พิเศษคือการเคลื่อนไหวที่สัมพันธ์กับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะ:
- ราคาทองแดง (มีความสัมพันธ์สูงถึง 80%)
- ราคาเหล็ก
- ราคาถ่านหิน
- ราคาสินค้าเกษตร
เมื่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์เหล่านี้ขยับขึ้น AUD/USD มักจะแข็งค่าตาม ทำให้เทรดเดอร์สามารถใช้ข้อมูลนี้ในการคาดการณ์ทิศทางได้
จุดที่ต้องระวัง
แม้จะดูเป็นคู่เงินที่เทรดง่าย แต่ออสซี่ก็มีความท้าทาย:
- ไวต่อข่าวเศรษฐกิจจีนมาก
- อาจมีการเคลื่อนไหวรุนแรงในช่วงวิกฤตตลาดโภคภัณฑ์
- ต้องติดตามนโยบายการค้าระหว่างจีน-ออสเตรเลีย
- Risk Sentiment ในตลาดโลกมีผลมาก
คู่ที่ 6 USD/CAD (ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์แคนาดา)
USD/CAD หรือที่เรียกกันว่า “ลูนี่” (Loonie) เป็นคู่เงินที่มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากแคนาดาเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก การเคลื่อนไหวของคู่เงินนี้จึงมักจะมีความสัมพันธ์แบบผกผันกับราคาน้ำมัน
ลักษณะเด่นของ USD/CAD
ลูนี่มีการเคลื่อนไหวเฉลี่ยประมาณ 50-70 pips ต่อวัน ด้วย Spread ที่ค่อนข้างแคบประมาณ 1-2 pips คู่เงินนี้มีความน่าสนใจตรงที่มีความสัมพันธ์ชัดเจนกับราคาน้ำมัน เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น ดอลลาร์แคนาดามักจะแข็งค่าขึ้น ทำให้ USD/CAD มีแนวโน้มอ่อนค่าลง
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเทรด USD/CAD คือ
- ช่วงตลาดอเมริกาเหนือ (20:00-4:00 น. ตามเวลาไทย)
- วันประกาศสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ
- ช่วงประชุม OPEC
- วันประกาศตัวเลขการจ้างงานแคนาดา
การเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ
USD/CAD มีพฤติกรรมราคาที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในช่วงที่มีความผันผวนในตลาดน้ำมัน คู่เงินนี้อาจเคลื่อนที่ได้ถึง 100-150 pips ในวันที่มีข่าวสำคัญ นอกจากนี้ยังมักจะมีการเคลื่อนไหวที่สัมพันธ์กับตลาดหุ้นสหรัฐฯ และแคนาดาด้วย
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม
- ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก
- นโยบายการเงินของ Bank of Canada และ Fed
- ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-แคนาดา
- ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของทั้งสองประเทศ
จุดที่ต้องระวัง
แม้จะดูเป็นคู่เงินที่มีความสัมพันธ์ชัดเจนกับราคาน้ำมัน แต่ก็มีความท้าทายที่ต้องระวัง
- ความผันผวนสูงในช่วงที่ตลาดน้ำมันมีข่าวสำคัญ
- การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าระหว่างประเทศ
- ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก
- การแทรกแซงจากธนาคารกลางทั้งสองประเทศ
คู่ที่ 7 EUR/GBP (ยูโร/ปอนด์สเตอร์ลิง)
EUR/GBP เป็นคู่เงินที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะในยุคหลัง Brexit คู่เงินนี้ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากมีการเคลื่อนไหวที่สะท้อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างสองภูมิภาคนี้
ลักษณะเด่น
- การเคลื่อนไหวเฉลี่ย 40-60 pips ต่อวัน
- Spread แคบประมาณ 8-1.5 pips
- มีความไวต่อข่าวการเมืองและเศรษฐกิจของทั้งสองฝั่ง
- สภาพคล่องดีในช่วงตลาดยุโรป
ช่วงเวลาที่น่าสนใจ
- ตลาดยุโรปเปิด (13:00-21:00 น. ตามเวลาไทย)
- การประชุมธนาคารกลางยุโรปและอังกฤษ
- การเจรจาการค้าระหว่าง UK-EU
- การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของทั้งสองฝ่าย
คู่ที่ 8 AUD/JPY (ดอลลาร์ออสเตรเลีย/เยนญี่ปุ่น)
AUD/JPY เป็นคู่เงินที่น่าสนใจมาก เพราะได้ชื่อว่าเป็น “Risk Sentiment Indicator” ของตลาด Forex เนื่องจากเป็นการจับคู่ระหว่างสกุลเงินที่มีความเสี่ยงสูง (AUD) กับสกุลเงินปลอดภัย (JPY) การเคลื่อนไหวของคู่เงินนี้จึงมักสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก
ลักษณะเด่น
- การเคลื่อนไหวเฉลี่ย 70-90 pips ต่อวัน
- มีความผันผวนสูงในช่วงตลาดเอเชีย
- Spread อยู่ที่ประมาณ 5-2.5 pips
- มีความไวต่อข่าวเศรษฐกิจจีนและญี่ปุ่น
จังหวะการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ
- ช่วงตลาดเอเชีย-แปซิฟิก (5:00-14:00 น. ตามเวลาไทย)
- ช่วงประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของจีน
- การประชุมนโยบายการเงินของ BOJ และ RBA
- ช่วงที่ตลาดหุ้นเอเชียมีความผันผวน
ปัจจัยที่ต้องจับตา
- สถานการณ์เศรษฐกิจจีน
- ราคาสินค้าโภคภัณฑ์
- นโยบายการเงินของญี่ปุ่นและออสเตรเลีย
- ความเชื่อมั่นในตลาดการเงินโลก
คู่ที่ 9 NZD/USD (ดอลลาร์นิวซีแลนด์/ดอลลาร์สหรัฐ)
NZD/USD หรือที่เรียกกันว่า “กีวี่” เป็นคู่เงินที่มีลักษณะคล้ายกับ AUD/USD แต่มีความพิเศษตรงที่ไวต่อราคาผลิตภัณฑ์นมและสินค้าเกษตร เนื่องจากนิวซีแลนด์เป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์นมรายใหญ่ของโลก
ลักษณะเด่น
- การเคลื่อนไหวเฉลี่ย 50-70 pips ต่อวัน
- มักเคลื่อนไหวคล้าย AUD/USD
- Spread ประมาณ 2-3 pips
- ไวต่อราคาสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์นม
จังหวะการเคลื่อนที่ที่น่าสนใจ
- ช่วงตลาดเอเชีย-แปซิฟิก (5:00-14:00 น. ตามเวลาไทย)
- การประกาศดอกเบี้ย RBNZ
- การประมูลผลิตภัณฑ์นมโลก
- ประกาศตัวเลขการส่งออกนิวซีแลนด์
ปัจจัยที่มีผลกระทบ
- ราคาผลิตภัณฑ์นมในตลาดโลก
- นโยบายการเงินของ RBNZ
- สภาพอากาศในนิวซีแลนด์ (เพราะกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร)
- การค้าระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
คู่ที่ 10 GBP/JPY (ปอนด์สเตอร์ลิง/เยนญี่ปุ่น)
GBP/JPY ได้รับฉายาว่า “The Dragon” หรือ “The Beast” เพราะเป็นคู่เงินที่มีความผันผวนสูงที่สุดในบรรดา Major Pairs ทั้งหมด การเคลื่อนไหวของคู่เงินนี้สามารถสร้างทั้งโอกาสและความเสี่ยงมหาศาล
ลักษณะเด่น
- การเคลื่อนไหวเฉลี่ย 100-150 pips ต่อวัน
- มีความผันผวนสูงมาก
- Spread กว้างประมาณ 2-4 pips
- ตอบสนองรุนแรงต่อข่าวสารสำคัญ
จังหวะการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ
- ช่วงที่ตลาดลอนดอนและโตเกียวเปิดพร้อมกัน
- การประกาศนโยบายการเงินของ BOE และ BOJ
- ช่วงที่มีข่าว Brexit หรือการเมืองอังกฤษ
- ช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง
ปัจจัยที่ต้องระวัง
- ความผันผวนที่รุนแรงและฉับพลัน
- การแทรกแซงจาก BOJ
- ข่าวการเมืองของทั้งสองประเทศ
- Risk Sentiment ในตลาดโลก
สรุป
ในตลาด Forex มีคู่เงินที่ได้รับความนิยมและมีการเคลื่อนไหวรุนแรงหลายคู่ โดย EUR/USD ครองอันดับหนึ่งด้วยสภาพคล่องสูงสุด (30% ของตลาด) ตามด้วย USD/JPY (13%) และ GBP/USD (10%) ที่มีความผันผวนสูง
ความนิยมของแต่ละคู่เงินขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งสภาพคล่อง ความสัมพันธ์กับสินทรัพย์อื่น (เช่น AUD/USD กับสินค้าโภคภัณฑ์ USD/CAD กับน้ำมัน) และความไวต่อข่าวสารเศรษฐกิจ
คู่เงินอย่าง GBP/JPY ได้รับฉายา “The Beast” เพราะความผันผวนสูง ในขณะที่ EUR/GBP ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นหลัง Brexit ส่วน AUD/JPY และ NZD/USD เป็นที่นิยมในช่วงตลาดเอเชีย
เทรดเดอร์ส่วนใหญ่มักเริ่มต้นกับคู่เงินหลักที่มีสภาพคล่องสูงก่อน แล้วจึงขยายไปสู่คู่เงินที่มีความผันผวนสูงเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น โดยพิจารณาจากสไตล์การเทรดและการบริหารความเสี่ยงของตนเอง







