ความหมายของ Lot Size ในตลาด Forex

  • Lot Size คือขนาดหน่วยในการเทรดสกุลเงินใน ตลาด Forex
  • 1 Lot ใน Forex ปกติจะหมายถึงการซื้อขายจำนวน 100,000 หน่วยของ สกุลเงิน ฐาน (Base Currency)
  • มี Lot ย่อย เพื่อให้เหมาะกับเงินลงทุนและความเสี่ยงของแต่ละคน
    • Mini Lot (10,000 หน่วย)
    • Micro Lot (1,000 หน่วย)
    • Nano Lot (100 หน่วย) 
  • การกำหนด Lot Size จะช่วยควบคุมขนาดการลงทุน และส่งผลโดยตรงต่อกำไรหรือขาดทุนในแต่ละการเทรด

ความหมายของ Board Lot ในตลาดหุ้น

  • Board Lot คือจำนวนหุ้นขั้นต่ำที่ตลาดกำหนดให้ซื้อขายในแต่ละครั้ง
  • แต่ละหุ้นจะมี Board Lot ที่แตกต่างกัน เช่น 
    • 100 หุ้น
    • 500 หุ้น หรือ 1,000 หุ้น 
    • ขึ้นอยู่กับมูลค่าหุ้นและข้อกำหนดตลาดหลักทรัพย์
  • การซื้อขายหุ้นต้องทำตาม Board Lot เพื่อความเป็นระเบียบของตลาด และลดความซับซ้อนของการซื้อขาย
  • หุ้นที่มีราคาต่ำมาก อาจมี Board Lot ใหญ่ขึ้นเพื่อควบคุมการซื้อขายไม่ให้เกินความจำเป็น
  • สำหรับ นักเทรดหุ้น แล้วมองถึงความแตกต่างกับตลาด Forex ซึ่งมีความแตกต่างเป็นอย่างมาก 

ภาพอธิบายถึงความแตกต่างของ Lot Size และ Board Lot แน่นอนว่ามีความต่างเป็นอย่างมากในเรื่องของ การเข้าถึงรายย่อย ที่ Forex ชนะในเรื่องนี้

จุดเหมือนของ Lot Size และ Board Lot

  • เป็นหน่วยพื้นฐานที่กำหนดขนาดการซื้อขายในตลาดของตัวเอง
    • ทั้ง Lot Size และ Board Lot ทำหน้าที่เป็น “มาตรฐานกลาง” เพื่อระบุว่าแต่ละครั้งที่มีการซื้อขาย ผู้เทรดหรือผู้ลงทุนกำลังซื้อ-ขายในจำนวนเท่าใด
    • ช่วยให้ระบบการจับคู่คำสั่งซื้อ-ขายในตลาดทำงานได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยสร้างมาตรฐาน ทำให้การซื้อขายเป็นระบบและชัดเจน
    • การมีขนาดล็อตที่แน่นอนทำให้สามารถวางแผนการเทรดหรือการลงทุนได้ชัดเจน เช่น คำนวณความเสี่ยงได้ง่ายขึ้น หรือรู้ว่าเงินลงทุนขั้นต่ำเท่าไหร่
  • ส่งผลต่อมูลค่าการลงทุนและความเสี่ยงที่ผู้เทรดหรือผู้ลงทุนต้องรับผิดชอบ
    • ยิ่งขนาดล็อตมาก มูลค่าการซื้อขายก็จะมากตาม และความเสี่ยง (รวมถึงกำไรหรือขาดทุน) ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
    • นักเทรดหรือนักลงทุนจึงต้องเลือกขนาดล็อตให้เหมาะกับเงินทุนและแผนการบริหารความเสี่ยง
  • เป็นสิ่งแรกที่ผู้เริ่มต้นต้องเข้าใจก่อนเริ่มเทรดหรือซื้อหุ้น
    • การไม่เข้าใจขนาดล็อตอาจทำให้เทรดเกินตัว หรือลงทุนผิดแผน เช่น เข้าซื้อหุ้นที่ใช้ Board Lot สูงเกินเงินทุน หรือ เทรด Forex โดยใช้ Lot Size ใหญ่เกินไปจนรับความเสี่ยงไม่ไหว

ความแตกต่างระหว่าง Lot Size และ Board Lot

  • Lot Size เป็นหน่วยของสัญญาซื้อขายในตลาด Forex ส่วน Board Lot เป็นหน่วยขั้นต่ำของหุ้นที่ซื้อขายในตลาดหุ้น
    • ใน Forex: 1 Lot มาตรฐาน = 100,000 หน่วยของสกุลเงินหลัก (Base Currency) เช่น EUR/USD ที่ 1 Lot หมายถึง 100,000 ยูโร
    • ในตลาดหุ้น: Board Lot คือจำนวนหุ้นขั้นต่ำที่สามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้ในแต่ละครั้ง เช่น หุ้นบางตัวอาจมี Board Lot เท่ากับ 100 หุ้น
  • Lot Size มีความยืดหยุ่นมากกว่า เพราะสามารถเทรดเป็น Mini, Micro, Nano Lot ได้ แต่ Board Lot ถูกกำหนดตายตัวตามหุ้นแต่ละตัว
    • Forex
      • Standard Lot = 100,000 หน่วย
      • Mini Lot = 10,000 หน่วย
      • Micro Lot = 1,000 หน่วย
      • Nano Lot = 100 หน่วย
    • ตลาดหุ้น Board Lot ถูกกำหนดโดยตลาดหรือบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ บางตลาดอาจมีการปรับลด Board Lot สำหรับหุ้นราคาสูงหรือหุ้นยอดนิยม เพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เช่น หุ้นปกติก็กำหนดการซื้อขั้นต่ำ ไว้ที่ 100 หุ้น แต่ถ้าหุ้นไหนราคาสูงกว่า 500 ก็ซื้อขั้นต่ำที่ 50 หุ้นได้
      • หุ้นไทยสามารถซื้อเป็นเศษหุ้นได้ด้วย เช่น 1-99 หุ้น เรียกว่า “Odd Lot” ซึ่งจะเป็นการซื้อขายบนกระดานแยกต่างหาก
  • Forex เทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนหุ้นมีเวลาซื้อขายจำกัดตามเวลาตลาด
    • เวลา Forex เปิดทำการคือ 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ (จันทร์-ศุกร์) แบ่งเป็นช่วงเวลาตลาดหลัก เช่น ลอนดอน, นิวยอร์ก, โตเกียว
    • ตลาดหุ้นมีเวลาเปิด-ปิด เช่น ตลาดหุ้นไทยเปิด 10:00 – 16:30 น. (พักกลางวันด้วย) ทำให้การซื้อขายมีข้อจำกัดเรื่องเวลา
  • ผลกระทบของ Lot Size ต่อกำไร/ขาดทุนจะสัมพันธ์กับ Leverage ส่วน Board Lot ส่งผลต่อสภาพคล่องและความง่าย-ยากของการซื้อขายหุ้น
    • ใน Forex
      • ขนาด Lot มีผลต่อมูลค่าต่อ Pip (เช่น 1 Lot = 10 USD ต่อ Pip)
      • Leverage ช่วยให้ใช้เงินน้อยเพื่อควบคุม Position ใหญ่ แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงถ้าราคาผันผวน
    • ในตลาดหุ้น
      • Board Lot ที่ใหญ่อาจทำให้บางรายเข้าซื้อไม่ได้ถ้าทุนไม่พอ
      • หุ้นที่มี Board Lot เล็กจะมีสภาพคล่องดี และเข้าถึงง่ายสำหรับนักลงทุนรายย่อย

Forex สามารถปรับ Lot ได้ตาม Leverage ที่โบรกเกอร์กำหนดมา อีกทั้งยังมีขนาดย่อย ๆ ที่มากกว่า Board Lot ซึ่งแน่นอนเลยว่าส่วนใหญ่ถูกกำหนดมาดังตารางในภาพแล้วเรียบร้อย

ตัวอย่างการคำนวณ Lot Size กับ Board Lot

  • ถ้า เทรด Forex 1 Standard Lot กับคู่สกุลเงิน USD/JPY ราคา 110.00 หมายความลงทุน 100,000 USD
  • กำไร/ขาดทุนต่อ pip จะคิดตาม Lot Size เช่น 1 pip = 10 USD ใน Standard Lot
  • ในหุ้น สมมติ Board Lot = 100 หุ้น ราคา 50 บาท ต่อหุ้น ลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท
  • กำไร/ขาดทุนขึ้นกับจำนวนหุ้นและราคาที่เปลี่ยนแปลง เช่น ถ้าราคาหุ้นขึ้น 2 บาท จะได้กำไร 200 บาท (2 บาท × 100 หุ้น)

Lot ขนาดเล็กหรือใหญ่ เหมาะกับใคร?

  • Lot ขนาดเล็กเหมาะกับนักเทรดมือใหม่ หรือคนที่มีทุนจำกัด ต้องการบริหารความเสี่ยงอย่างระมัดระวัง
  • Lot ขนาดใหญ่เหมาะกับมืออาชีพที่มีทุนมาก และรับความเสี่ยงได้สูง เพื่อทำกำไรได้มากในแต่ละเทรด
  • ในหุ้น หาก Board Lot ใหญ่เกินไป อาจไม่เหมาะกับนักลงทุนรายย่อยเพราะเงินลงทุนขั้นต่ำสูง
  • ควรเลือกขนาด Lot หรือ Board Lot ที่เหมาะกับเงินทุนและเป้าหมายการลงทุนของตัวเอง

ความสัมพันธ์ระหว่าง Lot กับการบริหารความเสี่ยง

  • ขนาด Lot เป็นตัวกำหนดว่าการขยับของราคา จะส่งผลต่อกำไรหรือขาดทุนมากน้อยแค่ไหน
  • การตั้ง Lot ที่เหมาะสมจะช่วยควบคุมความเสี่ยงได้ดี ไม่ทำให้ทุนหมดเร็วหากตลาดวิ่งสวนทาง
  • เทคนิคการบริหารเงิน เช่น การใช้ % ของเงินทุนเป็น Lot จะช่วยลดความเสี่ยงการขาดทุนเกินจำเป็น
  • ไม่ควรเพิ่ม Lot Size หรือ Contract Size แบบก้าวกระโดดเมื่อเจอขาดทุน เพราะอาจเสี่ยงหมดตัวได้

ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้น หรือ Forex การใช้ Lot เยอะ ก็มีผลต่อ Margin ของบัญชี ซึ่งแน่นอนเลยว่ามันเป็นความเสี่ยงที่ถ้าหากคุณรับได้ก็ดีไป แต่รับไม่ได้จะกลายเป็นคนไม่มีวินัย 

Lot Size กับผลกระทบต่อ Margin และ Leverage

  • Lot Size ที่ใหญ่ขึ้นหมายถึงต้องใช้ Margin มากขึ้นในการเปิดออเดอร์
  • Leverage ช่วยเพิ่มกำลังซื้อแต่ก็เพิ่มความเสี่ยงด้วยเช่นกัน
  • ต้องเข้าใจว่าการใช้ Leverage กับ Lot Size ใหญ่จะทำให้ทั้งกำไรและขาดทุนมีขนาดใหญ่ตามไปด้วย
  • ควรตั้ง Lot Size ให้เหมาะสมกับทุนและระดับ Leverage ที่ใช้ เพื่อรักษาสภาพคล่องของพอร์ต

Board Lot กับกลยุทธ์การจัดพอร์ตหุ้น

  • การรู้ Board Lot ช่วยวางแผนซื้อหุ้นในจำนวนที่เหมาะสมกับพอร์ต
  • การซื้อหุ้นเป็น Board Lot เต็มช่วยลดปัญหาการขายย่อยและค่าใช้จ่ายในการซื้อขาย
  • นักลงทุนบางรายเลือกหุ้นที่มี Board Lot ต่ำ เพื่อให้จัดพอร์ตได้ยืดหยุ่นและหลากหลายกว่า
  • ต้องดูว่าหุ้นตัวนั้นเหมาะกับกลยุทธ์ระยะสั้นหรือระยะยาว และปรับขนาดพอร์ตตาม Board Lot

ข้อจำกัดด้านขนาด Lot สำหรับนักลงทุนรายย่อย

  • ใน Forex สามารถเริ่มเทรดด้วย Micro Lot หรือ Nano Lot ได้ จึงเปิดโอกาสให้รายย่อยเข้าถึงง่าย
  • ในหุ้น ข้อจำกัด Board Lot อาจเป็นอุปสรรคสำหรับคนมีทุนน้อย
  • นักลงทุนรายย่อยควรเลือกตลาดและขนาด Lot ที่ไม่เกินกำลัง เพื่อให้สามารถบริหารเงินทุนได้อย่างยั่งยืน
  • การเลือก Broker หรือโบรกเกอร์ที่ให้บริการ Lot เล็กหรือตลาดหุ้นที่มี Board Lot ต่ำ จะช่วยลดข้อจำกัดนี้ได้
  • เลือกโบรกเกอร์ที่ยืนยันตนง่ายที่สุด จะเหมาะสำหรับมือใหม่ในการเทรด 

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Lot Size และ Board Lot

  • หลายคนคิดว่า Lot Size หรือ Board Lot ใหญ่ คือโอกาสทำกำไรมากกว่าเสมอ จริงๆ แล้วใหญ่ก็เพิ่มความเสี่ยงด้วย
  • บางคนสับสนคิดว่า Lot ใน Forex กับ Board Lot ในหุ้นเหมือนกัน ทั้งที่ระบบและวิธีคิดต่างกัน
  • เข้าใจผิดว่า Leverage ช่วยเพิ่มกำไรอย่างเดียว โดยไม่รู้ว่ามันเพิ่มโอกาสขาดทุนได้ด้วย
  • ไม่ได้ตรวจสอบ Board Lot ก่อนซื้อหุ้น ทำให้ซื้อไม่ได้หรือเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม

การเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันนี้มีมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าตลาด หรือ โบรกเกอร์ ก็อยากให้รายย่อยหันมาลงทุนเพิ่มมากขึ้น โดยตลาดหุ้นบางรายก็ลดขนาด Board Lot เพื่อช่วยให้รายย่อยเข้าถึงแล้ว

การเปลี่ยนแปลงของหน่วย Lot ในยุคดิจิทัล

  • ตลาด Forex เริ่มมี Lot ย่อยมากขึ้นเพื่อรองรับนักเทรดรายย่อย
  • ตลาดหุ้นบางแห่งปรับลด Board Lot เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและให้รายย่อยเข้าถึงง่าย
  • ระบบเทรดออนไลน์ช่วยให้สามารถซื้อขายได้ยืดหยุ่นและรวดเร็วขึ้น
  • แนวโน้มอนาคตอาจมีการปรับเปลี่ยนขนาด Lot ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและความต้องการของนักลงทุน

มุมมองจากนักเทรดและนักลงทุนมืออาชีพ

  • นักเทรดมืออาชีพจะวางแผน Lot Size ตามแผนบริหารเงินทุนอย่างละเอียด เพื่อป้องกันความเสี่ยง
  • นักลงทุนมืออาชีพเลือกหุ้นที่ Board Lot เหมาะสมกับพอร์ต และบางครั้งลงทุนในหุ้นจำนวนน้อยกว่า Board Lot ผ่านวิธีอื่น เช่น หุ้น ADR หรือกองทุน
  • การเข้าใจหน่วย Lot ช่วยให้ตัดสินใจเทรดหรือซื้อหุ้นได้ดีขึ้นและมั่นใจมากขึ้น
  • การฝึกวินัยและเข้าใจขนาด Lot อย่างลึกซึ้ง คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในตลาดทั้งสองประเภท

ทำไมเทรดเดอร์และนักลงทุนต้องเข้าใจหน่วย Lot เหล่านี้

  • เพราะ Lot Size และ Board Lot คือจุดเริ่มต้นของการลงทุนและการจัดการความเสี่ยง
  • ช่วยให้คำนวณเงินลงทุนและกำไร-ขาดทุนได้อย่างแม่นยำ
  • ลดโอกาสผิดพลาดจากการซื้อขายผิดขนาดหรือเกินเงินทุนที่มี
  • ทำให้วางแผนกลยุทธ์และบริหารพอร์ตได้เหมาะสมกับเป้าหมายและความสามารถ

คลิปที่น่าสนใจ

  • คำนวณการออก Lot ของพอร์ตเป็น มีชัยไปกว่าครึ่ง
  • เป็นคลิปสั้น ๆ ที่สอนการคำนวณการออก Lot ที่ต้องดูจากความเสี่ยงที่เราทำได้ และ เงินในกระเป๋าที่เรามี 

สรุป

  • Forex ต้องเข้าใจ Lot Size เพื่อบริหารความเสี่ยงและใช้ Leverage อย่างถูกวิธี
  • หุ้นต้องเข้าใจ Board Lot เพื่อซื้อขายได้ตามกฎตลาดและจัดพอร์ตได้มีประสิทธิภาพ
  • การรู้ทั้งสองอย่างช่วยเปิดโอกาสให้ลงทุนในหลายตลาดอย่างมีประสิทธิผล
  • ก่อนเริ่มลงทุน ควรศึกษาและฝึกฝนให้เข้าใจหน่วย Lot อย่างละเอียด เพื่อการลงทุนที่มั่นคงและปลอดภัย
  • ที่สำคัญอย่าลืมเลือกโบรกเกอร์ Forex ที่มีความน่าเชื่อถือ หรือ โบรกเกอร์หุ้นที่เหมาะสมกับสไตล์การลงทุนนั่นเอง 

อ้างอิง:

FAQ — Lot Size (Forex) vs Board Lot (หุ้น) เหมือนหรือต่าง? ทำไมต้องรู้?

เพราะเป้าหมายหลักของตลาดหุ้นคือ “การระดมทุนของบริษัท” ไม่ใช่ “การเก็งกำไร” แบบที่รายย่อยนิยมกัน การกำหนด Board Lot ที่ 100 หุ้น จะช่วยลดความซับซ้อนและทำให้ระบบซื้อขายทำงานได้ดีกว่า (เพราะกำหนดกันแบบนี้มานานมากแล้ว) และในตลาดหุ้นไทย ก็สามารถให้รายย่อยซื้อเป็นเศษหุ้นได้ด้วย ในขณะที่ตลาด Forex ถูกออกแบบมาเพื่อการแลกเปลี่ยนสกุลเงินและการเก็งกำไรเป็นหลัก โบรกเกอร์เลยแข่งขันกันซอย Lot ให้เล็กที่สุดเพื่อดึงดูดลูกค้ารายย่อย และเพื่อการตลาด
ไม่ต่างกันมากแล้ว ถ้ามองแค่ “เงินเริ่มต้น” ในการส่งคำสั่ง เพราะตลาดหุ้นไทยสามารถซื้อขายเศษหุ้น (Odd Lot) ได้ ทำให้เริ่มต้นด้วยเงินไม่กี่ร้อยบาทก็สามารถเป็นเจ้าของหุ้นได้ ไม่จำเป็นต้องซื้อเต็ม Board Lot (100 หุ้น) แต่จุดแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือ “Leverage” ในการเทรด Forex ที่หลาย ๆ โบรกเกอร์จะให้ Leverage สูงถึง 1:3000 หรือ 1:ไม่จำกัด ในขณะที่การซื้อหุ้นไทย (ในบัญชีปกติ ไม่นับบัญชีมาร์จิ้น) จะไม่มี Leverage ถ้าต้องการซื้อหุ้นมูลค่า 10,000 บาท ก็ต้องใช้เงินสด 10,000 บาทจริงๆ สรุปง่ายๆ คือ ถ้าเริ่มต้นด้วยเงินเท่ากัน Forex ใช้เงินทุนน้อยกว่าการซื้อหุ้น เพื่อให้ได้มูลค่าพอร์ตที่เท่ากัน
เพราะคุณไม่ได้ซื้อสกุลเงินตรงๆ แต่กำลังเทรดสัญญา ที่มีมูลค่าอ้างอิงกับสกุลเงินนั้นๆ ทั้งขนาดของสัญญา (Lot Size) และ Leverage เป็นสิ่งที่โบรกเกอร์สร้างขึ้นเพื่อให้รายย่อยสามารถเข้าร่วมในตลาดที่มีมูลค่ามหาศาลได้ แต่การซื้อหุ้นคือการซื้อกรรมสิทธิ์ของบริษัทนั้น ๆ โดยตรง การคำนวณเลยตรงไปตรงมามากกว่า เช่น ซื้อ 100 หุ้นที่ราคา 10 บาท ถ้าราคาขึ้นไป 11 บาท ก็ได้กำไร 100 บาท
ทั้งจริงและไม่จริง มันปลอดภัยในแง่ที่ว่า “มูลค่าต่อ Pip” มันน้อยที่สุด แต่ถ้าคุณมีเงินทุนในพอร์ตแค่ 10 USD การเทรดที่ 0.01 Lot ก็ยังถือว่าเสี่ยงสูงมากอยู่ดี ความปลอดภัยที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ขนาด Lot ที่เล็กที่สุด แต่อยู่ที่ “สัดส่วนของขนาด Lot เทียบกับเงินทุนทั้งหมดในพอร์ต” ต่างหาก ก่อนการเข้าเทรดต้องคำนวณเสมอว่าถ้าโดน Stop Loss ที่ขนาด Lot นั้นๆ จะเสียเงินกี่เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต
เพราะผู้ออกสินทรัพย์และลักษณะตลาดต่างกันโดยสิ้นเชิง ในตลาดหุ้น แต่ละบริษัทคือผู้ออกหลักทรัพย์ของตัวเอง และตลาดหลักทรัพย์ของแต่ละประเทศก็มีกฎเกณฑ์ที่ต่างกันไป แต่ในตลาด Forex เป็น ตลาด OTC (Over-the-counter) ที่โบรกเกอร์ทั่วโลกใช้งานร่วมกัน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจตรงกันและจับคู่คำสั่งซื้อขายได้ง่าย เลยมีการ “กำหนดมาตรฐานกลาง” ให้ 1 Standard Lot เท่ากับ 100,000 หน่วย เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน และโบรกเกอร์ทั่วโลกสามารถจับคู่คำสั่งได้ทันที

 

 

เขียนโดย

Poomipat Wonganun

ผู้ตรวจทานความถูกต้อง

Chonthicha Poomidon