ทำความรู้จักกับ RBA คืออะไร

Reserve Bank of Australia (RBA) คือ ธนาคารกลางของออสเตรเลียและหน่วยงานที่มีอำนาจในการออกธนบัตร ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 1960 เมื่อ Reserve Bank Act 1959 ได้ถ่ายโอนหน้าที่ธนาคารกลางจาก Commonwealth Bank มาให้ RBA ดำเนินการ

การก่อตั้ง RBA เป็นจุดสำคัญในประวัติศาสตร์การเงินของออสเตรเลีย ที่ทำให้ประเทศมีธนาคารกลางที่เป็นอิสระในการกำหนดนโยบายการเงิน

ในฐานะธนาคารกลางของเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 13 ของโลก RBA มีบทบาทสำคัญไม่เพียงแต่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการกำหนดค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) ซึ่งเป็นหนึ่งในสกุลเงินหลักที่มีการซื้อขายมากที่สุดใน ตลาด Forex

ข้อมูลพื้นฐานของ RBA

  • วันก่อตั้ง – 14 มกราคม 1960 หลังจากการแยกหน้าที่จาก Commonwealth Bank
  • สำนักงานใหญ่ – Reserve Bank of Australia Building ในเขต Sydney ประเทศออสเตรเลีย
  • ผู้ว่าการ – ตำแหน่งสูงสุดของ RBA ซึ่งในประวัติศาสตร์มีผู้หญิงดำรงตำแหน่งนี้เป็นครั้งแรก
  • สกุลเงิน – ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) ตามมาตรฐาน ISO 4217
  • เงินสำรอง – มูลค่า 80,837 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย รวมทองคำและเงินตราต่างประเทศ
  • อัตราดอกเบี้ยเป้าหมาย – เครื่องมือหลักในการควบคุมเงินเฟ้อและกระตุ้นเศรษฐกิจ

โครงสร้างและระบบการจัดการของ RBA

RBA มีโครงสร้างการจัดการที่เป็นเอกลักษณ์ โดยแบ่งออกเป็นสองคณะกรรมการหลักที่มีหน้าที่แยกจากกันอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นการออกแบบที่ช่วยให้การตัดสินใจมีประสิทธิภาพและมีการถ่วงดุลอำนาจที่เหมาะสม

ระบบนี้ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1951 และในเดือนพฤศจิกายน 2024 มีการออกกฎหมายใหม่ที่แบ่ง RBA ออกเป็นสองคณะกรรมการแยกจากกันอย่างเป็นทางการ เพื่อให้การกำหนดเป้าหมายนโยบายการเงินและการบริหารจัดการธนาคารมีความชัดเจนมากขึ้น

Reserve Bank Board – คณะกรรมการธนาคารกลาง

Reserve Bank Board เป็นองค์กรหลักที่กำหนดนโยบายการเงินและการธนาคาร ประกอบด้วยสมาชิก 9 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก

สมาชิกโดยตำแหน่ง (Ex officio members)

  • ผู้ว่าการ RBA – ประธานกรรมการ ดำรงตำแหน่งวาระ 7 ปี
  • รองผู้ว่าการ RBA – รองประธานกรรมการ
  • เลขาธิการกระทรวงการคลัง – ตัวแทนจากรัฐบาลกลาง

สมาชิกภายนอก (External members)

  • สมาชิกภายนอก 6 คน ที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีการคลัง มีวาระคนละ 5 ปี โดยต้องไม่เป็นกรรมการ เจ้าหน้าที่ หรือพนักงานของสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตให้รับเงินฝาก

การประชุมและการตัดสินใจ

  • ก่อนหน้า Reserve Bank Board มีการประชุมปกติ 11 ครั้งต่อปี ในวันอังคารแรกของทุกเดือน (ยกเว้นเดือนมกราคม)
  • เริ่มต้นปี 2025 RBA จะปรับเปลี่ยนตารางการประชุมเหลือ 8 ครั้งต่อปี
  • โดยจะประชุมในเดือน กุมภาพันธ์ มีนาคม พฤษภาคม กรกฎาคม สิงหาคม กันยายน พฤศจิกายน และธันวาคม

หน้าที่และความรับผิดชอบหลักของ RBA

RBA ดำเนินงานภายใต้ Reserve Bank Act 1959 โดยมีหน้าที่หลักหลายประการที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจออสเตรเลียและตลาดการเงินระหว่างประเทศ การเข้าใจหน้าที่เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเทรดเดอร์และนักลงทุนที่ต้องการติดตามและคาดการณ์การเคลื่อนไหวของดอลลาร์ออสเตรเลีย

เป้าหมายการควบคุมเงินเฟ้อ

หน้าที่หลักที่สำคัญที่สุดของ RBA คือ การควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในช่วงเป้าหมาย 2-3% ต่อปี โดยเฉลี่ยตลอดวงจรเศรษฐกิจ เป้าหมายนี้ได้รับการกำหนดขึ้นครั้งแรกในช่วงทศวรรษ 1990 และได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการในภายหลัง

การควบคุมเงินเฟ้อนี้ทำผ่านการกำหนดอัตราดอกเบี้ยทางการ (Official Cash Rate) ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักในการส่งสัญญาณนโยบายการเงิน เมื่อเงินเฟ้อสูงเกินเป้าหมาย RBA จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อลดการใช้จ่ายและการลงทุน ในทางกลับกัน เมื่อเงินเฟ้อต่ำกว่าเป้าหมาย RBA จะลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

  • เป้าหมายระยะยาว – รักษาเงินเฟ้อให้อยู่ในช่วง 2-3% เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านราคา
  • การติดตามอย่างใกล้ชิด – วิเคราะห์ข้อมูลเงินเฟ้อทุกไตรมาสและปรับนโยบายตามความจำเป็น
  • ความยืดหยุ่น – พิจารณาปัจจัยชั่วคราวที่อาจส่งผลต่อเงินเฟ้อในระยะสั้น
  • การสื่อสาร – ชี้แจงแนวคิดและเหตุผลในการกำหนดนโยบายต่อสาธารณะ

การสนับสนุนการจ้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

แม้ว่าการควบคุมเงินเฟ้อจะเป็นเป้าหมายหลัก แต่ RBA ยังต้องคำนึงถึงการจ้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยใช้แนวคิด Non-Accelerating Inflation Rate of Unemployment (NAIRU) ซึ่งกำหนดเป้าหมายการว่างงานไว้ที่ประมาณ 5-6%

การดำเนินนโยบายนี้ต้องมีความสมดุล เนื่องจากการลดอัตราการว่างงานมากเกินไปอาจนำไปสู่เงินเฟ้อที่สูงขึ้น ในขณะที่การควบคุมเงินเฟ้ออย่างเข้มงวดเกินไปอาจทำให้การว่างงานเพิ่มขึ้น

  • การสร้างสมดุล – หาจุดสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อและการสนับสนุนการจ้างงาน
  • การติดตามตลาดแรงงาน – วิเคราะห์ข้อมูลการจ้างงาน อัตราการว่างงาน และค่าจ้าง
  • การสนับสนุนการเติบโต – ใช้นโยบายการเงินเพื่อส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืน
  • ความร่วมมือกับรัฐบาล – ประสานงานกับนโยบายการคลังเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

การให้บริการแก่รัฐบาลและสถาบันการเงิน

RBA ยังมีหน้าที่ ให้บริการด้านการธนาคารและการทะเบียนแก่หน่วยงานรัฐบาล ธนาคารกลางอื่นๆ และสถาบันทางการอื่นๆ ธนาคารถือครองสินทรัพย์ของออสเตรเลีย รวมถึงเงินสำรองทองคำและเงินตราต่างประเทศ ซึ่งมีมูลค่าสุทธิประมาณ 101 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย

การบริการเหล่านี้รวมถึงการจัดการหนี้สาธารณะ การให้บริการการชำระเงิน และการเป็นธนาคารของรัฐบาล ซึ่งส่งผลต่อระบบการเงินออสเตรเลีย และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ

  • การจัดการเงินสำรอง – ดูแลเงินสำรองทองคำและเงินตราต่างประเทศของประเทศ
  • บริการธนาคารรัฐบาล – เป็นธนาคารหลักของรัฐบาลออสเตรเลีย
  • การชำระเงินระหว่างธนาคาร – ดูแลระบบการชำระเงินระหว่างสถาบันการเงิน
  • การให้คำแนะนำ – ให้คำปรึกษาด้านนโยบายการเงินแก่รัฐบาล
  • ความร่วมมือระหว่างประเทศ – ทำงานร่วมกับธนาคารกลางและองค์กรการเงินระหว่างประเทศ

การออกธนบัตรและการจัดการเงินตรา

RBA มีหน้าที่เป็นหน่วยงานเดียวที่มีอำนาจในการออกธนบัตรดอลลาร์ออสเตรเลีย การดำเนินงานนี้ทำผ่านบริษัทย่อย Note Printing Australia ซึ่งเป็นบริษัทที่ RBA ถือหุ้น 100% และเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการผลิตธนบัตรพอลิเมอร์ที่มีความปลอดภัยสูง

การจัดการเงินตราของ RBA ไม่เพียงแต่ครอบคลุมการออกธนบัตรใหม่ แต่ยังรวมถึงการควบคุมคุณภาพของธนบัตรที่หมุนเวียนอยู่ในระบบ การป้องกันการปลอมแปลง และการพัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่ๆ ออสเตรเลียเป็นประเทศแรกในโลกที่ใช้ธนบัตรพอลิเมอร์ทั้งหมด ทำให้มีความทนทานและยากต่อการปลอมแปลง

  • การควบคุมปริมาณเงินตรา – ปรับปริมาณธนบัตรในระบบตามความต้องการของเศรษฐกิจ
  • เทคโนโลยีความปลอดภัย – พัฒนาฟีเจอร์ป้องกันการปลอมแปลงอย่างต่อเนื่อง
  • การบริการต่างประเทศ – ผลิตธนบัตรให้กับประเทศอื่นๆ ที่ต้องการเทคโนโลยีพอลิเมอร์
  • การจัดการวงจรชีวิต – ดูแลการเก็บเงินเก่าและการทำลายธนบัตรที่หมดอายุการใช้งาน

ประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการของ RBA

การพัฒนาของระบบธนาคารกลางออสเตรเลียมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและซับซ้อน โดยเริ่มต้นจากการก่อตั้ง Commonwealth Bank ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 และค่อยๆ พัฒนาไปสู่การเป็นธนาคารกลางที่เป็นอิสระในปี 1960

ยุคก่อนการก่อตั้ง RBA (กลางศตวรรษที่ 19 – 1924)

แนวคิดเกี่ยวกับการมีธนาคารแห่งชาติเริ่มขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 และได้รับแรงผลักดันมากขึ้นในทศวรรษ 1890 จากวิกฤตการธนาคารออสเตรเลียในปี 1893 ที่ทำให้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจำนวนมากล้มละลาย นำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรง

พรรคแรงงานออสเตรเลีย (Australian Labor Party) ที่ก่อตั้งในช่วงเวลานี้ได้เสนอแนวคิดการมีธนาคารที่จะให้บริการทางการเงินอย่างปลอดภัยและราคาถูก แพลตฟอร์มของพรรคสำหรับการเลือกตั้งปี 1908 เรียกร้องให้มี Commonwealth Bank ที่จะมีทั้งหน้าที่ทางการธนาคารพาณิชย์และธนาคารกลาง

  • ปัญหาที่นำไปสู่การก่อตั้ง – วิกฤตการธนาคารปี 1893 และความไม่เสถียรของระบบการเงิน
  • แนวคิดเบื้องต้น – การสร้างธนาคารที่ปลอดภัยและให้บริการราคาถูก
  • การสนับสนุนทางการเมือง – พรรคแรงงานผลักดันให้มีธนาคารแห่งชาติ
  • ความต้องการควบคุม – ป้องกันการเก็งกำไรและการผูกขาดทางการเงิน

ยุคการพัฒนา (1924-1960)

ในปี 1920 Australian Notes Board (ANB) ถูกสร้างขึ้นภายในกระทรวงการคลัง และมีหน้าที่ออกธนบัตรจนถึงปี 1924 เมื่อหน้าที่นี้ถูกโอนไปให้ Commonwealth Bank ANB ถูกยกเลิกโดย Commonwealth Bank Act 1924

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง Commonwealth Bank ได้รับมอบหมายให้จัดการหนี้ของรัฐบาลออสเตรเลีย เพื่อรองรับการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงสงคราม สกุลเงินออสเตรเลียออกจากมาตรฐานทอง เช่นเดียวกับสหราชอาณาจักรและส่วนอื่นๆ ของจักรวรรดิบริติช

  • การขยายบทบาท – รับผิดชอบจัดการหนี้สาธารณะและนโยบายการเงินเบื้องต้น
  • ผลกระทบจากสงคราม – การออกจากมาตรฐานทองและการปรับตัวของระบบการเงิน
  • การพัฒนาเครื่องมือ – เริ่มใช้การดำเนินการในตลาดเปิดเป็นครั้งแรก
  • ความท้าทายทางเศรษฐกิจ – รับมือกับภาวะเงินเฟ้อและการฟื้นตัวหลังสงคราม

ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจใหญ่ ดอลลาร์ออสเตรเลียถูกลดค่าในปี 1931 และไม่ได้ผูกกับปอนด์สเตอร์ลิงอีกต่อไป Commonwealth Bank ออกจากมาตรฐานทองอย่างเป็นทางการด้วย Commonwealth Bank Act 1932 ซึ่งทำให้ธนบัตรไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นทองได้อีก และอนุญาตให้ธนาคารไม่ต้องเก็บทองคำสำรองไว้

การก่อตั้ง RBA และยุคใหม่ (1960-ปัจจุบัน)

Reserve Bank Act 1959 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 14 มกราคม 1960 ได้แยกหน้าที่ธนาคารกลางออกจาก Commonwealth Bank และจัดตั้ง Reserve Bank of Australia ขึ้นเป็นธนาคารกลางที่เป็นอิสระ ในขณะที่หน้าที่ธนาคารพาณิชย์และธนาคารออมทรัพย์ยังคงอยู่กับ Commonwealth Bank

การสร้างธนาคารกลางที่แยกต่างหากนี้เป็นการสำเร็จสุดท้ายของข้อเสนอที่มีมานานหลายทศวรรษ และทำให้ออสเตรเลียมีธนาคารกลางที่เป็นอิสระเหมือนกับประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ

  • ความเป็นอิสระ – แยกจากการดำเนินงานธนาคารพาณิชย์อย่างสมบูรณ์
  • การกำหนดบทบาทใหม่ – มุ่งเน้นไปที่นโยบายการเงินและเสถียรภาพทางการเงิน
  • การปรับตัวสู่ยุคสมัยใหม่ – รองรับการเปลี่ยนแปลงของระบบการเงินโลก
  • การพัฒนาเครื่องมือ – ใช้การดำเนินการในตลาดเปิดและเครื่องมือนโยบายที่ทันสมัย

ในช่วงกลางทศวรรษ 1960 เจ้าหน้าที่การเงินยอมรับข้อสรุปและอนุญาตให้มีอัตราดอกเบี้ยที่ยืดหยุ่น ทำให้ธนาคารสามารถพึ่งพาการดำเนินการในตลาดเปิดได้มากขึ้น การควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนถูกยกเลิกหลังจากการปล่อยให้ดอลลาร์ออสเตรเลียลอยตัวในปี 1983

 

บทบาทของ RBA ในตลาด Forex และเศรษฐกิจโลก

ในฐานะธนาคารกลางของเศรษฐกิจขนาดใหญ่ อันดับ 13 ของโลก RBA มีอิทธิพลอย่างมากต่อตลาด Forex โดยเฉพาะในการกำหนดค่าของดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) ซึ่งเป็นหนึ่งใน สกุลเงินที่มีการซื้อขายมากที่สุดในโลก คิดเป็นประมาณ 6.8% ของปริมาณการซื้อขายทั้งหมดในตลาด Forex

อิทธิพลต่อคู่สกุลเงินหลัก

ดอลลาร์ออสเตรเลียมีลักษณะพิเศษในฐานะ “Commodity Currency” เนื่องจากเศรษฐกิจออสเตรเลียพึ่งพาการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์เป็นหลัก ทำให้ค่าเงิน AUD ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลก โดยเฉพาะแร่เหล็ก ถ่านหิน และทอง

นโยบายการเงินของ RBA ส่งผลต่อคู่สกุลเงินที่เกี่ยวข้องกับ AUD หลายคู่ โดยเฉพาะ AUD/USD ซึ่งเป็นคู่สกุลเงินที่เทรดเดอร์ทั่วโลกติดตามอย่างใกล้ชิด

  • AUD/USD – คู่สกุลเงินหลักที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากนโยบาย RBA และราคาสินค้าโภคภัณฑ์
  • AUD/JPY – ไวต่อ Risk Sentiment และความแตกต่างของนโยบายการเงินระหว่าง RBA และ Bank of Japan
  • AUD/EUR – สะท้อนความแตกต่างของการเติบโตเศรษฐกิจระหว่างออสเตรเลียและยุโรป
  • AUD/GBP – ได้รับอิทธิพลจากปัจจัยการเมืองและเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ
  • AUD/CAD และ AUD/NZD – การเปรียบเทียบระหว่าง Commodity Currencies ในภูมิภาค

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของ RBA

RBA มีการพิจารณาปัจจัยหลากหลายในการกำหนดนโยบายการเงิน ซึ่งแตกต่างจากธนาคารกลางอื่นๆ เนื่องจากลักษณะเฉพาะของเศรษฐกิจออสเตรเลีย

ปัจจัยภายในประเทศ

  • ข้อมูลเงินเฟ้อ – ติดตาม Consumer Price Index (CPI) และ Core Inflation อย่างใกล้ชิด
  • ตลาดแรงงานอัตราการว่างงาน อัตราการมีงานทำ และการเจริญเติบโตของค่าจ้าง
  • การเติบโตทางเศรษฐกิจGDP Growth, Retail Sales, และตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจอื่นๆ
  • ตลาดอสังหาริมทรัพย์ – ราคาบ้านและระดับหนี้ของครัวเรือนที่มีความสำคัญต่อเสถียรภาพทางการเงิน
  • การลงทุนและการใช้จ่ายของธุรกิจ – ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและแผนการลงทุน

ปัจจัยภายนอกประเทศ

  • ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ – โดยเฉพาะแร่เหล็ก ถ่านหิน และทอง ที่เป็นสินค้าส่งออกหลัก
  • เศรษฐกิจจีน – ในฐานะคู่ค้าหลักและผู้นำเข้าสินค้าโภคภัณฑ์จากออสเตรเลีย
  • นโยบายของธนาคารกลางหลัก Fed, ECB, BOJ ที่ส่งผลต่อการไหลเวียนของเงินทุนโลก
  • ความเสี่ยงทางการเมืองโลก – เหตุการณ์ที่ส่งผลต่อ Risk Sentiment ของนักลงทุน
  • อัตราแลกเปลี่ยน – ระดับของ AUD ที่ส่งผลต่อการแข่งขันและเงินเฟ้อนำเข้า

การเข้าใจปัจจัยเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการวิเคราะห์ AUD ในตลาด Forex และการคาดการณ์ทิศทางนโยบายของ RBA

ตัวอย่างการเคลื่อนไหวของค่าเงิน AUDUSD ช่วงข่าว RBA

วิเคราะห์การเคลื่อนไหวของ AUDUSD หลังข่าว RBA

  • วันที่: 20 พฤษภาคม 2025
  • เวลาสำคัญ: 06:30 น. (RBA Monetary Policy Statement) และ 07:00 น. (RBA Press Conference)
  • ผลการประชุม: ลดอัตราดอกเบี้ยจาก 4.10% เป็น 3.85% (ลด 25 basis points)

การวิเคราะห์ทางเทคนิค

  • ความผันผวนสูง: แท่งเทียนขนาดใหญ่แสดงถึงปริมาณการซื้อขายหนาแน่น
  • แรงซื้อแรงขาย: ปฏิกิริยาทันทีจากการประกาศลดดอกเบี้ย
  • ช่วงเวลาวิกฤต: 30 นาทีแรกหลังข่าวออกมา มีการเคลื่อนไหวรุนแรง

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา

  • การลดดอกเบี้ย 25 bps: ส่งผลให้ AUD อ่อนค่าในระยะสั้น
  • ความไม่แน่นอนระหว่างประเทศ: นโยบายภาษีสหรัฐและสงครามการค้า
  • เงินเฟ้อต่ำกว่า 3%: สนับสนุนการลดดอกเบี้ย
  • Forward Guidance: RBA ไม่รับรองจะลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง

ผลกระทบต่อความเชื่อมั่น

  • เชิงบวก: เงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2-3% และการจ้างงานคงตัว
  • เชิงลบ: ความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกสูง
  • ระยะกลาง: ขึ้นอยู่กับการพัฒนาของสถานการณ์การค้าโลก

โอกาสการเทรด

  • Short-term Trading: ใช้ประโยชน์จากความผันผวนสูงในช่วง 30-60 นาทีแรก
  • Risk Management: ตั้ง Stop Loss เข้มงวดเนื่องจากความผันผวนสูง
  • ติดตามต่อเนื่อง: เฝ้าดูปฏิกิริยาตลาดต่อคำแถลงของผู้ว่าการ RBA

คลิปที่น่าสนใจ

จุดสำคัญการแถลงข่าว RBA ที่ส่งผลกระทบมากที่สุด

  • 0:10 นาที – การประกาศหลัก

ลดดอกเบี้ย 25 basis points เหลือ 3.85% เพราะเงินเฟ้อต่ำกว่า 3% แล้ว

  • 2:37 นาที – ความไม่แน่นอนโลก

“Complete roller coaster” – ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นมากจากนโยบายภาษีสหรัฐ

  • 5:07 นาที – ยืนยันความมั่นใจ

“Confident cut” – มั่นใจในการตัดสินใจ แต่อนาคตมีความไม่แน่นอนมากขึ้น

  • 10:45 นาที – รายละเอียดการประชุม

บอร์ดเคยพิจารณาลด 50 basis points แต่เลือก 25 เป็นฉันทามติ

  • 25:54 นาที – การคาดการณ์อนาคต

ไม่รับรองจะลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง – ให้น้ำหนักกับ baseline forecast น้อยลงเนื่องจากความไม่แน่นอน

  • 32:01 นาที – ปัญหาที่อยู่อาศัย

RBA ไม่สามารถแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยได้ – เป็นหน้าที่ของรัฐบาล

  • 45:45 นาที – เงื่อนไขอนาคต

ลดดอกเบี้ยต่อ: เงินเฟ้อลดลงและคงที่อย่างยั่งยืน ขึ้นดอกเบี้ย: การบริโภคฟื้นตัวเร็วเกินคาดและธุรกิจส่งต้นทุนต่อได้

 

บทสรุป: บทบาทและความสำคัญของ RBA

Reserve Bank of Australia มีบทบาทสำคัญไม่เพียงแต่ในเศรษฐกิจออสเตรเลียเท่านั้น แต่ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบการเงินโลก ในฐานะธนาคารกลางของเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่พึ่งพาการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ RBA มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากธนาคารกลางอื่นๆ

สำหรับเทรดเดอร์ Forex การเข้าใจ RBA และปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของธนาคารเป็นสิ่งจำเป็นในการเทรดคู่สกุลเงินที่เกี่ยวข้องกับ AUD ดอลลาร์ออสเตรเลียมีความผันผวนที่น่าสนใจและมีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ

การติดตามข่าวสารและการประกาศของ RBA เป็นส่วนสำคัญของการวิเคราะห์พื้นฐาน การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน การปรับอัตราดอกเบี้ย และการให้สัญญาณเกี่ยวกับทิศทางนโยบายในอนาคตสามารถสร้างโอกาสการเทรดที่มีกำไร

อ้างอิง

FAQ — ข้อมูลภาพรวม RBA (Reserve Bank of Australia)

เพราะสำหรับออสเตรเลีย จีนไม่ใช่แค่คู่ค้าแต่เป็นเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจไปแล้ว AUD เป็น Commodity Currency แปลว่ารายได้หลักของประเทศมาจากการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ พวกแร่เหล็ก (iron ore) และถ่านหิน (coal) และลูกค้าที่ใหญ่ที่สุดก็คือจีน (~30% ของของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด) ถ้าจีนชะลอตัว → การสั่งซื้อก็น้อยลง → รายได้ของออสเตรเลียหายวับ → RBA ต้องโฟกัสเศรษฐกิจจีนตลอด เพราะมันส่งผลกับนโยบายการเงินตรงๆ ทำให้เทรดเดอร์ AUD ต้องโฟกัสจีนด้วย ถ้าจีนขยับ ออสฯขยับ
เป็นการปรับตัวให้สอดคล้องกับ FOMC ของ US ด้วยจำนวนครั้งที่ลดลงก็ย่อมเพิ่มความสำคัญให้แต่ละครั้งมีข้อมูลเศรษฐกิจให้วิเคราะห์มากขึ้น ทำให้ส่งผลกระทบตรงกับเทรดเดอร์ AUD ที่การประชุมทั้ง 8 ครั้ง ล้วนจะเป็น event พิเศษที่ห้ามพลาด
ถ้าตามทฤษฎีแล้ว เป้าหมายหลัก RBA คือการคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบ 2-3% แต่ในโลกความเป็นจริง ไม่มีธนาคารกลางไหนทนเห็นคนในประเทศตกงานเป็นจำนวนมากได้ ยิ่งถ้าการว่างงานพุ่งสูงๆ ก็จะกลายเป็นปัญหาสังคม ที่อาจลุกลามไปถึงการเมือง ทำให้มีความเร่งด่วนกว่าตัวเลขเงินเฟ้อ ยิ่งถ้าการว่างงานพุ่งจนน่ากลัว ยังไงก็ย่อมมีแนวโน้มที่จะยอมปล่อยให้เงินเฟ้อสูงกว่าเป้าไปก่อน เพื่อมาพยุงเศรษฐกิจและการจ้างงาน
ถ้าอยากเข้าให้ถึงแก่น หรือเทรดมานานจนอยากตามหาสิ่งที่อยู่นอกกราฟแล้ว ยังไงก็ควรให้ความสนใจ RBA เพราะกราฟบอกได้แค่ว่า ตอนนี้ตลาดอยู่ที่ไหน และที่ผ่านมาเป็นยังไง แต่ปัจจัยพื้นฐานจาก RBA คือสิ่งที่ช่วยบอกได้ว่าพายุลูกใหญ่ กำลังจะมาจากทิศไหน การตัดสินใจของ RBA สามารถทำลายแนวรับ/ต้านทางเทคนิคที่สวยที่สุดได้ในพริบตา ถ้าอยากเป็นหนึ่งในคนกลุ่มน้อยที่รอดและรวย ก็ควรใช้กราฟเพื่อหาจุดเข้า-ออกที่ได้เปรียบ แล้วใช้การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานจาก RBA มากำหนดทิศทางหลักของการเทรด
อย่าอ่านแค่แถลงการณ์ฉบับล่าสุด ให้เอาไปเปรียบเทียบกับของเดือนก่อนหน้า แบบคำต่อคำ คีย์จริงๆคือการเปลี่ยนแปลง เล็กๆ น้อยๆ ที่ส่งผลกระทบได้เยอะ เช่น คำว่า “uncertainty (ความไม่แน่นอน)” ที่เพิ่มเข้ามา ก็อาจตีความได้ว่า RBA เริ่มไม่มั่นใจในแนวโน้มเศรษฐกิจแล้ว หรือ ถ้ามีคำที่ถูกตัดออกไป เช่น ครั้งก่อนบอกว่า “จะขึ้นดอกเบี้ยต่อไปอีก” แต่มาครั้งนี้.. ประโยคหายไปเฉย แปลว่ามันคือสัญญาณ Dovish ที่สำคัญมาก การเปลี่ยนแปลงแค่นิดเดียว แต่ถ้าเก็บดี ๆ จะบอกใบ้ทิศทางของนโยบายในอนาคตก่อนที่ RBA จะพูดออกมาตรง ๆ ได้บ้าง 

 

เขียนโดย

Pakornkiat Poonsuk

ผู้ตรวจทานความถูกต้อง

Chatchawal Nakcharoen