PayPal คืออะไร?

  • PayPal คือแพลตฟอร์มการชำระเงินออนไลน์ที่ให้บริการรับ-ส่งเงินผ่านอินเทอร์เน็ต โดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลบัตรเครดิตหรือบัญชีธนาคารกับอีกฝ่าย
  • เป็นระบบ e-Wallet หรือกระเป๋าเงินดิจิทัล ที่สามารถเชื่อมกับบัญชีธนาคาร บัตรเครดิต/เดบิต เพื่อโอนเงิน ชำระค่าสินค้า รับเงินจากต่างประเทศ หรือใช้ซื้อของออนไลน์
  • รองรับทั้ง บุคคลทั่วไป และ ธุรกิจ โดยมีเครื่องมือเสริมให้ธุรกิจสามารถรับเงินจากลูกค้าได้ทั่วโลก
  • PayPal เริ่มต้นในปี 1998 ในนามบริษัทชื่อ Confinity ซึ่งตั้งใจพัฒนาโซลูชันด้านความปลอดภัยในอุปกรณ์พกพา
    • Confinity เปิดตัวระบบ “โอนเงินผ่านอีเมล” เป็นฟีเจอร์แรกของ PayPal
    • ในปี 2000 Confinity รวมกิจการกับบริษัท X.com ของ Elon Musk (ใช่แล้ว คนเดียวกับ Tesla) ซึ่งตอนนั้นเป็นบริษัทฟินเทคด้านการเงินออนไลน์
    • ปีเดียวกัน Musk ถูกปลดจาก CEO แต่ PayPal ก็ยังเติบโตต่อเนื่อง
    • ปี 2001 เปลี่ยนชื่อเป็น “PayPal” อย่างเป็นทางการ และกลายเป็นหนึ่งในวิธีจ่ายเงินยอดนิยมในยุค eBay รุ่งเรือง
    • ปี 2002 PayPal เข้าตลาดหุ้น (IPO) และถูก eBay ซื้อกิจการทันที มูลค่าเกือบ 1.5 พันล้านดอลลาร์ เพื่อใช้เป็นระบบจ่ายเงินหลักของเว็บไซต์
    • อยู่กับ eBay นานกว่า 13 ปี ก่อนจะ แยกตัวเป็นบริษัทอิสระในปี 2015

หลังจากนั้น PayPal ก็เติบโตเร็วมาก ทั้งการเข้าซื้อกิจการต่าง ๆ เช่น Braintree, Venmo, Xoom และเริ่มบุกตลาดเงินดิจิทัล (Crypto)

ภาพนี้เผยถึงข้อดีของ Paypal พร้อมทั้งพาร์ทเนอร์ที่รับชำระโดยช่องทางนี้ แน่นอนเลยว่าความสะดวกในการใช้งาน ความน่าเชื่อถือ อยู่ในระดับท็อปของโลก

จุดเด่น – จุดด้อยของ PayPal

ตารางเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของ PayPal 

ข้อดีของ PayPalข้อเสียของ PayPal
ระบบจ่ายเงินออนไลน์ที่เชื่อถือได้ทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และยุโรปค่าธรรมเนียมสูง (ประมาณ 4.4% + ค่าคงที่)
มีระบบคุ้มครองผู้ซื้อ ถ้าถูกโกงสามารถขอเงินคืนได้ฝ่าย Support ตอบช้า และมักใช้ภาษาอังกฤษ
ใช้งานร่วมกับเว็บใหญ่ ๆ เช่น Amazon, eBay, AliExpress ฯลฯไทยไม่สามารถเก็บเงินไว้ในบัญชี ต้องถอนเข้าธนาคารเท่านั้น
รับเงินจากแพลตฟอร์มฟรีแลนซ์ได้ง่าย เช่น Upwork, Fiverrบัญชีอาจถูกระงับหากมีธุรกรรมผิดปกติ และใช้เวลานานในการปลดล็อก
มีแอปมือถือ ใช้งานง่าย มีระบบความปลอดภัยสูง (OTP/2FA)

Payoneer คืออะไร?

  • บริการโอนเงินข้ามประเทศที่ออกแบบมาเพื่อสายฟรีแลนซ์และธุรกิจออนไลน์โดยเฉพาะ
  • ให้บัญชีเสมือนในต่างประเทศ เช่น สหรัฐฯ อังกฤษ ยุโรป สำหรับรับเงินโดยตรง
  • เหมาะกับคนที่รับเงินจากแพลตฟอร์มใหญ่ เช่น Upwork, Fiverr, Amazon
  • ทำหน้าที่คล้ายธนาคารในต่างประเทศ แต่ออกแบบให้ใช้งานง่ายกว่าสำหรับคนทำงานออนไลน์
  • ก่อตั้งขึ้นในปี 2005 โดย Yuval Tal ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • มีเป้าหมายในการ ทำให้การโอนเงินข้ามประเทศง่ายขึ้น โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและผู้ทำงานออนไลน์
  • ปัจจุบันสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐฯ และให้บริการลูกค้าใน กว่า 200 ประเทศ

รายละเอียดของ Payoneer เกี่ยวกับเรื่องเด่น ๆ ที่สำคัญความแตกต่างคือมีบัตรเครดิต ใช้ถอนเงินจากตู้ ATM ทั่วประเทศด้วย

จุดเด่นที่ทำให้ Payoneer แตกต่างจาก PayPal

  • เน้นกลุ่ม ธุรกิจ B2B และมืออาชีพด้านออนไลน์ มากกว่า PayPal ที่ใช้กับบุคคลทั่วไป
  • ค่าธรรมเนียมโดยเฉลี่ยจะ ต่ำกว่า PayPal ในการรับเงินจากบริษัทใหญ่
  • มีบริการ บัตรเดบิต (Payoneer Mastercard) ที่ใช้ถอนเงินจากตู้ ATM ทั่วโลกได้ทันที
  • การ รับเงินจากแพลตฟอร์มระหว่างประเทศ ทำได้สะดวกและตรงจุดมากกว่า PayPal ในหลายกรณี
  • ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานทางการเงินในหลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ ยุโรป และฮ่องกง
  • มีพันธมิตรร่วมธุรกิจมากมาย เช่น Amazon, Google, Airbnb
  • ได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนรายใหญ่ เช่น Greylock Partners, Citi Ventures และ Wellington Management

รูปแบบการให้บริการของ Payoneer

  • เป็น ระบบบัญชีการเงินออนไลน์ ที่ให้ผู้ใช้สามารถ
    • รับเงินจากต่างประเทศ
    • โอนเงินระหว่างบัญชี Payoneer
    • ถอนเงินเข้าธนาคารไทย
  • มีบริการออก บัญชีรับเงินในหลายสกุลเงิน (Global Payment Service) เช่น
    • USD (สหรัฐฯ)
    • EUR (ยุโรป)
    • GBP (อังกฤษ)
    • JPY (ญี่ปุ่น)
  • ผู้ใช้สามารถรับเงินเหมือนมีบัญชีธนาคารในแต่ละประเทศ (โดยไม่ต้องมีบัญชีธนาคารจริงในประเทศนั้น)

เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมในการรับและโอนเงิน

PayPal

  • หักค่าธรรมเนียมตอนรับเงินจากต่างประเทศประมาณ 4.0% + ค่าธรรมเนียมคงที่ (USD ประมาณ $0.30)
  • ถอนเข้าธนาคารไทยฟรีถ้ายอดเกิน 5,000 บาท หากต่ำกว่านั้นจะถูกหัก 50 บาทต่อครั้ง
  • ค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเงินสูงกว่าอัตราตลาดกลางประมาณ 2.5% – 4%
  • ยิ่งรับเงินจำนวนมาก ยิ่งเสียค่าธรรมเนียมเยอะโดยเฉพาะถ้าแปลงสกุลเงิน

อ่านเพิ่มเติม: https://www.paypal.com/th/digital-wallet/paypal-consumer-fees

Payoneer

  • รับเงินจาก Marketplace อย่าง Fiverr, Upwork ส่วนใหญ่ฟรีหรือค่าธรรมเนียมต่ำ
  • ถอนเข้าธนาคารไทยคิดจากเรตแลกเปลี่ยน + ค่าธรรมเนียมประมาณ 2%
  • โอนเงินให้บัญชี Payoneer คนอื่นโดยไม่มีค่าธรรมเนียม
  • ค่าธรรมเนียมโดยรวมต่ำกว่าชัดเจนถ้าเทียบกับ PayPal

อ่านเพิ่มเติม : https://www.payoneer.com/about/pricing/?utm_source=chatgpt.com

รายละเอียดตัวอย่างค่าธรรมเนียมในการถอนเงินจาก Paypal ที่ฟรี ถ้าถอนตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป ส่วนตัวค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงินจะอยู่ที่สูงสุด 4.0%

ความสะดวกในการใช้งานและการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มต่าง ๆ

PayPal

  • สมัครง่าย แค่ใช้อีเมลและผูกบัตรก็เปิดใช้งานได้
  • รองรับเว็บไซต์ขายของทั่วโลก เช่น eBay, Etsy, AliExpress
  • เหมาะกับการจ่ายเงินให้ร้านค้าหรือซื้อของออนไลน์
  • มีระบบป้องกันความเสี่ยงสำหรับผู้ซื้อ ช่วยลดปัญหาการโดนโกง

Payoneer

  • ใช้เชื่อมกับแพลตฟอร์มที่จ่ายเงินให้ผู้ให้บริการ เช่น Upwork, Fiverr, Amazon
  • ไม่เหมาะกับการซื้อของออนไลน์หรือใช้เป็นกระเป๋าเงินเหมือน PayPal
  • จุดเด่นอยู่ที่ความสามารถในการรับเงินและถอนเงินเข้าธนาคารไทยได้อย่างรวดเร็ว

ความเร็วในการรับเงินและถอนเงินเข้าธนาคารไทย

PayPal

  • รับเงินทันทีหลังจากอีกฝ่ายจ่ายเข้ามา
  • ถอนเงินเข้าธนาคารไทยใช้เวลาประมาณ 2 – 5 วันทำการ
  • ถ้าเจอวันหยุดหรือมีปัญหาในระบบ อาจต้องรอนานขึ้น

Payoneer

  • รับเงินจาก Marketplace หรือบริษัทต่างประเทศภายใน 1 – 2 วัน
  • ถอนเข้าธนาคารไทยส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง
  • เคยมีเคสที่เงินเข้าบัญชีธนาคารไทยในไม่ถึง 3 ชั่วโมง

ความปลอดภัยของระบบและการดูแลผู้ใช้

PayPal

  • มีระบบคุ้มครองผู้ซื้อ เช่น แจ้งปัญหาได้หากไม่ได้รับของหรือโดนโกง
  • ฝั่งผู้ขายหรือผู้รับเงินมักเสียเปรียบเวลาถูกเปิดเคส Dispute
  • ระบบรักษาความปลอดภัยสูง มีการยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน
  • หากระบบตรวจเจอความผิดปกติ บัญชีอาจถูกล็อกชั่วคราวและถอนเงินไม่ได้ทันที

ภาพแสดงรายละเอียดการถอนเงินจาก Payoneer ที่เข้าธนาคารใช้สกุลเงินเดียวกัน

Payoneer

  • มีระบบรักษาความปลอดภัยเทียบเท่าธนาคารออนไลน์
  • ไม่มีระบบ Dispute เพราะไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้ซื้อของหรือชำระเงินกับบุคคลทั่วไป
  • ฝ่ายบริการลูกค้าช่วยเหลือเร็ว มี Live Chat และรองรับภาษาไทยบางช่วงเวลา
  • เหมาะสำหรับคนที่เน้นรับเงินจากองค์กรหรือบริษัทมากกว่ารับเงินจากบุคคลทั่วไป

การรองรับสกุลเงินและการใช้งานข้ามประเทศ

PayPal

  • รองรับสกุลเงินมากกว่า 20 แบบ เช่น USD, EUR, GBP, JPY
  • สามารถรับเงินจากหลายประเทศ แต่ทุกการแปลงสกุลจะเสียค่าธรรมเนียมสูง
  • สะดวกสำหรับคนที่รับเงินไม่บ่อยและต้องการความง่ายเป็นหลัก

Payoneer

  • ให้บัญชีเสมือนในหลายประเทศเพื่อรับเงินโดยตรงในสกุลต่างประเทศ
  • รับเงิน USD, EUR, GBP, JPY, AUD, CAD ได้แบบไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่ม
  • เหมาะกับคนที่มีรายได้เป็นเงินต่างประเทศและอยากถอนตอนค่าเงินดี

การเปิดบัญชีและการยืนยันตัวตน

PayPal

  • เปิดบัญชีง่าย ใช้แค่อีเมลและบัตรเครดิต/เดบิต
  • ต้องยืนยันตัวตนเพิ่มเติมหากยอดธุรกรรมสูง เช่น อัปโหลดบัตรประชาชนหรือเอกสารยืนยันที่อยู่ เพื่อทำการ KYC 
  • ใช้กับบัญชีธนาคารไทยได้ทันทีถ้าผูกสำเร็จ

Payoneer

  • ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวครบถ้วนตั้งแต่สมัคร
  • ใช้เอกสารแสดงตัว เช่น บัตรประชาชน สมุดบัญชี เอกสารยืนยันที่อยู่
  • การอนุมัติเร็วถ้าเอกสารถูกต้อง และเมื่อสมัครเสร็จสามารถรับเงินได้เลย

การให้บริการลูกค้าและการช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา

PayPal

  • การติดต่อค่อนข้างยาก โดยเฉพาะภาษาไทยที่ไม่ค่อยรองรับ
  • ส่วนใหญ่ต้องใช้การส่งเคสผ่านอีเมลหรือระบบตอบกลับอัตโนมัติ
  • เคสปัญหาอาจต้องรอหลายวันหรือเป็นสัปดาห์
  • ถ้าบัญชีถูกจำกัดการใช้งาน อาจต้องรอนานถึง 180 วันจึงจะถอนเงินได้

Payoneer

  • มี Live Chat ตอบไวและช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุด
  • รองรับภาษาไทยบางช่วงเวลา และมีเจ้าหน้าที่เข้าใจปัญหาของผู้ใช้ในไทย
  • มี Community ให้ความช่วยเหลือกันระหว่างผู้ใช้
  • ช่องทางติดต่อหลากหลายกว่าทั้งแอป เว็บไซต์ และอีเมล

หน้าเว็บไซต์ได้แสดงถึงเว็บรีวิวอย่าง Trustpilot เกี่ยวกับความน่าเชื่อถือที่ 3.9 ดาว แน่นอนเลยว่าเมื่อไปค้นหาจริง อยู่ที่ 3.8 ดาว พร้อมทั้ง คอมเมนต์ด้านบวกที่สร้างความน่าเชื่อถือ กับความคิดเห็นกว่า 5 หมื่นครั้ง

ความยืดหยุ่นในการใช้งานกับหลายบัญชีหรือหลายประเทศ

PayPal

  • อนุญาตให้มีบัญชีส่วนตัวและบัญชีธุรกิจแยกจากกัน
  • ถ้าใช้บัญชีเดียวกันกับหลายคนหรือหลายธุรกิจ อาจเสี่ยงโดนจำกัดสิทธิ์
  • ใช้ได้ในหลายประเทศ แต่ถ้าเปิดบัญชีในไทย จะมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น การรับเงินจากบางประเทศไม่ได้

Payoneer

  • ออกแบบมาสำหรับคนที่มีรายได้จากหลายแหล่งพร้อมกัน
  • รับเงินจากหลายประเทศเข้ามาที่บัญชีเดียวได้ทันที (ผ่าน Global Payment Service)
  • เหมาะมากกับคนที่รับเงินหลายสกุล และต้องการควบคุมทั้งหมดในจุดเดียว

การใช้งานร่วมกับบัตรกดเงินสด (Payoneer Card / PayPal ไม่มีในไทย)

PayPal

  • ในบางประเทศมี PayPal Debit หรือ PayPal Prepaid แต่ในประเทศไทยไม่มีบริการนี้
  • ถ้าอยากถอนเงิน ต้องถอนเข้าบัญชีธนาคารก่อนเท่านั้น

Payoneer

  • ให้บัตร Payoneer Mastercard (สำหรับบัญชีที่มีรายรับเกิน $100)
  • บัตรนี้สามารถใช้รูดซื้อสินค้าได้ทั่วโลก หรือถอนเงินสดจากตู้ ATM
  • เหมาะกับคนที่เดินทางบ่อย หรืออยากใช้เงินทันทีโดยไม่ต้องโอนเข้าแบงก์

ภาษีและเอกสารประกอบรายได้ในประเทศไทย

PayPal

  • ไม่มีใบแจ้งรายได้หรือ Statement รูปแบบที่สรรพากรไทยต้องการโดยตรง
  • หากต้องยื่นภาษี ต้องใช้การ Export รายงานจากระบบเอง และอธิบายให้ชัดเจน

Payoneer

  • มีรายงาน Statement ที่ละเอียด ช่วยให้สรุปรายได้จากต่างประเทศได้ง่ายขึ้น
  • ข้อมูลธุรกรรมจัดเป็นหมวดหมู่ชัดเจน เหมาะสำหรับใช้อ้างอิงกับหน่วยงานทางภาษี
  • ฟรีแลนซ์ไทยจำนวนมากใช้รายงานจาก Payoneer ในการยื่นภาษีได้จริง

การรองรับ API และเชื่อมระบบสำหรับนักพัฒนา

PayPal

  • มี API ที่หลากหลายมาก เหมาะกับนักพัฒนาเว็บไซต์ที่ต้องการระบบชำระเงินบนเว็บขายของ
  • มีระบบ Checkout, Subscription, Invoice ที่เขียนต่อกับระบบของตัวเองได้ง่าย
  • PayPal เป็นตัวเลือกหลักในเว็บไซต์ทั่วโลกที่ต้องการรับบัตรเครดิตโดยตรง

Payoneer

  • มี API สำหรับธุรกิจระดับองค์กร (เช่นจ่ายเงินให้พนักงานหรือผู้ให้บริการในต่างประเทศ)
  • ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการสร้างระบบรับจ่ายแบบ e-commerce โดยตรง
  • จุดเด่นอยู่ที่ระบบ Mass Payout สำหรับบริษัทที่ต้องจ่ายเงินให้หลายคนพร้อมกัน

ความมั่นคงของบริษัทและความเชื่อมั่นจากผู้ใช้งาน

PayPal

  • เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq (PYPL)
  • มีผู้ใช้งานมากกว่า 400 ล้านบัญชีทั่วโลก
  • มีประวัติยาวนาน และได้รับการยอมรับว่าเป็นระบบชำระเงินระดับโลก

Payoneer

  • เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq เช่นกัน (PAYO)
  • มีผู้ใช้งานมากกว่า 5 ล้านคนในกว่า 200 ประเทศ
  • ได้รับความไว้วางใจจากแพลตฟอร์มระดับโลก เช่น Airbnb, Upwork, Fiverr, Amazon

รองรับธุรกรรมคริปโตแบบไหนบ้าง ?

PayPal

  • รองรับการซื้อขายคริปโต (เฉพาะในบางประเทศ เช่น สหรัฐฯ)
  • ไทยยังไม่สามารถใช้ฟีเจอร์คริปโตได้
  • มีแนวโน้มขยายบริการด้านคริปโตในอนาคต

Payoneer

  • ยังไม่รองรับการซื้อขายหรือฝาก-ถอนคริปโต
  • โฟกัสเฉพาะธุรกรรมเงินตราปกติ (Fiat Currency)

บทสรุปการเปรียบเทียบเกี่ยวกับความเหมาะสมของการใช้ Paypal และ Payoneer ซึ่งมีคุณสมบัติความเหมาะสมที่แตกต่างกันในหลาย ๆ ด้าน

คลิปที่น่าสนใจ 

  • ลองค้นดูหาคลิปที่น่าสนใจขอแนะนำเลยกับ การให้ความหมายของ Paypal vs Payoneer ต่างกันอย่างไรอธิบายแบบเข้าใจง่าย ซึ่งในคลิปนี้อธิบายได้อย่างเข้าใจเพียงไม่กี่นาที 

สรุป

  • ถ้าใช้ซื้อของออนไลน์หรือรับเงินจากลูกค้ารายย่อยหลายคน PayPal จะสะดวกที่สุด
  • ถ้าเน้นรับเงินจาก Marketplace อย่าง Upwork, Fiverr, หรือ Amazon และอยากได้เรตดี ถอนเร็ว ค่าธรรมเนียมต่ำ Payoneer จะคุ้มค่ากว่า
  • PayPal เหมาะกับผู้เริ่มต้น รับเงินไม่บ่อย ใช้งานง่าย จ่ายของได้ทั่วโลก
  • Payoneer เหมาะกับคนที่รับเงินจากต่างประเทศบ่อย หรือมีรายได้หลักจากแพลตฟอร์มออนไลน์
  • ถ้าเน้นถอนเงินเรตดี ไม่อยากเสียค่าแปลงสกุลเยอะ Payoneer จะได้เปรียบในระยะยาว

อ้างอิง

FAQ —Paypal กับ Payoneer ใชัอะไรดี เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียในทุกด้าน

  • Payoneer เหมาะกับฟรีแลนซ์สายรับเงินจากเว็บอย่าง Upwork, Fiverr ค่าธรรมเนียมต่ำกว่า
  • PayPal เหมาะกับคนที่ขายของหรือรับเงินจากลูกค้าโดยตรงผ่านบัตรเครดิต
    เลือกตามช่องทางที่ลูกค้าส่งเงินมา
  • Payoneer ค่าธรรมเนียมรวมถูกกว่า เหมาะกับการรับเงินบ่อย
  • PayPal ค่ารับเงินและแปลงสกุลแพงกว่า โดยเฉพาะจากต่างประเทศ
    ถ้าเน้นประหยัดระยะยาว Payoneer คุ้มกว่า
  • PayPal มีระบบคุ้มครองผู้ซื้อดี เหมาะกับคนที่ซื้อของออนไลน์
  • Payoneer ปลอดภัยสำหรับคนรับเงิน ไม่โดนหักเงินย้อนหลัง
    ซื้อของใช้ PayPal รับเงินใช้ Payoneer มั่นใจกว่า
  • PayPal ใช้จ่ายสะดวก เชื่อมกับเว็บดัง ๆ อย่าง Amazon, eBay ได้ง่าย
  • Payoneer ใช้จ่ายได้ผ่านบัตร แต่ไม่สะดวกเท่า ถ้าซื้อของบ่อย PayPal ตอบโจทย์กว่า
  • Payoneer ถอนเข้าธนาคารไทยง่าย ขั้นต่ำแค่ 50 ดอลลาร์ รวดเร็ว
  • PayPal ถอนขั้นต่ำ 3,000 บาท และขั้นตอนเยอะกว่า
    ถอนบ่อยและไว Payoneer สะดวกกว่า

 

เขียนโดย

Somchai Witthtaya

ผู้ตรวจทานความถูกต้อง

Chonthicha Poomidon