บทเรียน Forex ปริญญาตรี ปี 2:  ความเสี่ยงของการไม่ตั้ง Stop loss

ในหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีกลุ่มเทรดเดอร์ Forex ที่พยายามพัฒนาการเทรดที่ไม่มีการตั้ง Stop loss ขึ้นมา การเทรดโดยไม่ตั้ง Stop loss ส่งผลต่อสภาพจิตใจได้ดีกว่า คือไม่ต้องกลัวว่าตัวเองจะขาดทุนในภาวะอันไกล

 
 

โดยการยอมรับภาวะขาดทุนสะสม การเทรดแบบนี้จะเป็นการหลอกความรู้สึกของตัวเองว่า เรายังไม่ขาดทุน ก็ถ้าหากว่ายังไม่ขายก็ไม่ขาดทุน (ซึ่งสุดท้ายเมื่อโดนลากนานๆเข้า ก็มักจะตัดใจขายกันอยู่ดี ไม่ก็ถูกบังคับปิด order คือชนจุด stop out) การเกิดความรู้สึกแบบนี้ทำให้ผู้เทรดมีความสบายใจและยอมรับได้ง่ายมากกว่า ว่าตัวเองมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการเทรด Forex

ผลที่แท้จริงเกี่ยวกับ การไม่ตั้ง Stop loss

แต่ในความเป็นจริง การเทรดแบบนี้เราต้องเผชิญผลของการขาดทุนสะสม โดยการเทรด Forex นั้นไม่แตกต่างจากการใช้ชีวิต เมื่อคนมีการใช้ชีวิตก็จะมีการบริโภค การบริโภคจะมีการสะสมของขยะสิ่งเหลือใช้ในชีวิตประจำวัน การที่เราไม่ขยันกำจัดขยะของระบบออก มันก็หมายความว่าเราจะต้องเผชิญกับภาวะมลพิษทุก ๆ วัน ฉะนั้นสิ่งที่ถูกต้องในการเทรดคือ “ควรตั้ง Stop loss”

ในบทเรียนวันนี้ เรามาดูความเสี่ยงของการไม่ตั้ง Stop loss กันว่า การไม่ตั้ง Stop loss จะเกิดความเสียหายและความเสี่ยงได้ในรูปแบบไหนบ้าง

ความเสี่ยงของการขาดทุนได้ไม่จำกัด

ความเสี่ยงของการขาดทุนได้ไม่จำกัด นั่นเป็นความเสี่ยงแฝงที่เกิดขึ้นกับการเทรด Forex ที่ไม่มี Stop loss เพราะว่าทุกครั้งที่เราทำการเทรด เราจะมีความมุ่งหมายที่จะทำกำไรเป็นที่ตั้ง ว่าเราจะทำกำไรเท่าไหร่ ทุกคนมีจุดทำกำไรที่คิดไว้ในใจเสมอ หรือบางคนไม่ตั้ง และคิดว่าจะปล่อยมันไปเรื่อย ๆ (ซึ่งก็คือการตั้งแบบลอยตัว หาจังหวะดีๆค่อยปิด)

แต่เมื่อเห็นราคาย่อลงมารุนแรงก็ใจเสีย และคิดว่าจะทำกำไรก่อนดีกว่า นั่นทำให้จุดทำกำไรของเราไม่แน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม เราก็มีจุดทำกำไรอยู่ดี

และในเมื่อกำไรของเรามีจำกัด แล้วการขาดทุนของเราหล่ะ มีจำกัดหรือไม่? ไม่มีเลยหากเราไม่ได้ตั้งจุด Stop loss การขาดทุนได้ไม่จำกัดนี้ ทำให้พอร์ทของเราเกิดความเสียหายได้รุนแรง เพราะว่าเมื่อเราเริ่มขาดทุนมาก ๆ จะทำให้สภาพจิตใจของเราไม่กล้าที่จะทำการซื้อขายแล้ว และนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดตามมา

ความเสี่ยงของการล้างพอร์ท

เมื่อคุณมีการขาดทุนสะสม จากออเดอร์แรกอาจจะไม่กระทบต่อการขาดทุนหรือว่าสภาพจิตใจเท่าไหร่ แต่การขาดทุนสะสมนั้น ทำให้เราตัดสินใจส่งออเดอร์ที่ 2 ตลอดจนการส่งออเดอร์ที่ 3 ตามมา และถ้าหากผิดพลาดอีก ก็จะทำให้เกิดการขาดทุนสะสม เมื่อผิดทางสะสมเรื่อย ๆ การทำกำไรจะแก้เกมส์โดยทำได้ทีละ position แต่เวลาขาดทุนจะสะสมเข้าไปเรื่อย ๆ

อาการเทรด Forex อย่างนี้ก็จะไม่แตกต่างจากการเทรด Martingale ที่เสี่ยงต่อการล้างพอร์ทในระยะเวลาอันรวดเร็ว ความเสี่ยงของการล้างพอร์ทนี้ จะส่งผลต่อการเทรดในครั้งต่อไปที่จะต้องสร้างสภาพจิตใจ และสร้างระเบียบวินัยในการเทรดเพิ่มขึ้น (ซึ่งถ้าทำไม่ได้ก็ต้องเตรียมตัวแพ้กัน)

ความเสี่ยงของการเผชิญภาวะอารมณ์

Forex: อารมณ์ที่ผ่อนคลาย นำมาซึ่งสติที่แข็งแกร่ง
อารมณ์ที่ผ่อนคลาย นำมาซึ่งสติที่แข็งแกร่ง ทำให้การเทรดมีผลที่ดีขึ้น (Photo by Jared Rice on Unsplash)

จากความเสี่ยงของการขาดทุนได้ไม่จำกัด ทำให้เราเผชิญกับภาวะทางอารมณ์ นั่นคือ ความกลัว อารมณ์ไม่กล้าเทรด การเกิดอารมณ์ลักษณะนี้จะทำให้ส่งผลต่อภาวะลักษณะนิสัยในการเทรด การเกิดอารมณ์ลักษณะนี้บ่อยครั้งจะกลายเป็นความเคยชิน การเทรด Forex ที่ต้องสะสมภาวะขาดทุนไปเรื่อย ๆ ทำให้เราเผชิญกับความกลัวเพิ่มขึ้น เมื่อเป็นแบบนี้ ภาวการณ์เกิดอารมณ์ไม่ดีหมักหมมเรื้อรังก็จะตามมา

หลายคนอาจจะยังไม่เคยได้ยินภาวะอารมณ์แบบนี้ มันคือ อาการที่เทรดเดอร์เข้าเทรดไปแล้ว พอการเคลื่อนไหวผิดทิศทางหน่อยหนึ่งแล้วก็จะไม่กล้าปิดออเดอร์ ไม่กล้าตัดสินใจเด็ดขาด เพราะว่าเขาไม่เคยรู้สึกทำตามวินัยได้เลย

สรุป

ในการเทรดนั้น การตั้ง Stop loss สามารถส่งผลได้ต่อการเทรด Forex ได้หลายรูปแบบ ซึ่งการไม่ตั้ง Stop loss สร้างผลเสียมากกว่าผลดี การไม่ตั้ง Stop loss ต้องเผชิญความเสี่ยงเรื่องของการขาดทุนไม่จำกัด การไม่ตั้ง Stop loss ยังลุกลามไปยังผลต่อสภาพจิตใจ

การเทรด Forex โดยไม่ตั้ง Stop loss นำไปสู่การล้างพอร์ท การล้างพอร์ทอาจจะเกิดขึ้นจากการที่มีจำนวน Lot ขาดทุนสะสมมากเกินไป การขาดทุนสะสมเกิดขึ้นได้จากการที่ผิดทางอย่างซ้ำ ๆ แล้วไม่ยอมรับการขาดทุนนั้น ซึ่งก็คิดว่าตัวเองเทรดถูกทางแล้วเสมอๆนั่นเอง (ซึ่งจริงๆแล้วกลับมีไม่บ่อยครั้งที่เราจะทำกำไรได้) นอกจากนี้ มันยังส่งผลต่อสภาพจิตใจที่เกิดผลเรื้อรัง ทำให้เราไม่สามารถสร้างทัศนคติเชิงบวก อันส่งผลต่อ Mindset ที่ดีในการเทรดในระยะยาวได้