Zipmex คืออะไร ?
- Zipmex คือแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต ก่อตั้งปี 2018 ในสิงคโปร์ และขยายมาดำเนินงานในไทยภายใต้ใบอนุญาต ก.ล.ต.
- กลางปี 2022 เกิดปัญหาสภาพคล่องจากพันธมิตรต่างประเทศ จนต้องระงับการถอนเงินจากระบบ
- ผู้บริหารถูก ก.ล.ต. ฟ้องข้อหาให้ข้อมูลเท็จและฉ้อโกงประชาชน นำไปสู่การเพิกถอนใบอนุญาตในปี 2024
- ผู้ลงทุนจำนวนมากสูญเสียสินทรัพย์คริปโต มูลค่าความเสียหายรวมหลายร้อยล้านบาท
- เหตุการณ์ Zipmex กลายเป็นบทเรียนสำคัญเรื่องความเสี่ยงและความโปร่งใสในตลาดคริปโตไทย
- Zipmex Thailand เคยเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มคริปโตที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. และได้รับความนิยมสูงในช่วงตลาดบูมปี 2021
- กลางปี 2022 บริษัทฯ ประกาศ “ระงับการถอนเงิน” หลังพันธมิตร ZipUp+ ขาดสภาพคล่อง ส่งผลให้ผู้ใช้นับหมื่นติดเงินในระบบ
- ปี 2023–2024 ก.ล.ต. ดำเนินคดีผู้บริหารหลายรายในข้อหาให้ข้อมูลเท็จและหลอกลวงนักลงทุน ก่อนเพิกถอนใบอนุญาตดำเนินธุรกิจ
- ปัจจุบัน Zipmex อยู่ในกระบวนการล้มละลายและชำระบัญชี นักลงทุนยังรอความคืบหน้าการคืนทรัพย์สินจากศาลและผู้ชำระบัญชี
ภาพแสดงถึงเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2020 เป็นช่วงที่กำลังมาแรงของ ZIPMEX ด้วยการได้รับใบอนุญาตซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลจาก ก.ล.ต. ของประเทศไทย พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ สื่อต่าง ๆลงข่าวว่า จะเป็นหนึ่งใน Exchange ที่ดีที่สุด มาแรงที่สุด
Zipmex Timeline (2018–2025)
- ปี 2018 Zipmex ก่อตั้งที่สิงคโปร์ โดย Marcus Lim และ เอกลาภ ยิ้มวิไล / ขยายเข้าสู่ไทยในปลายปีเดียวกัน
- ปี 2020 ได้ใบอนุญาตซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลจาก ก.ล.ต. ไทย / เปิดให้บริการเต็มรูปแบบ
- ปี 2021 เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรายการ เช่น Z-Wallet, ZipUp+, ZipLock, ZLaunch / เติบโตแรงในเอเชีย
- ต้นปี 2022 เปิดตัว Zixel (NFT & Metaverse) และร่วมงาน Crypto Expo 2022 / ระดมทุนรอบ Series B มูลค่า 360 ล้านบาท
- วันที่ 20 ก.ค. 2022 Zipmex ประกาศ “ระงับถอนเงินและคริปโต” เหตุจากปัญหาคู่ค้า (Babel, Celsius)
- เดือน ส.ค. 2022 ทยอยคืนเหรียญบางส่วน (SOL, BTC, ETH, ZMT) จาก Z-Wallet ไปสู่ Trade Wallet
- ปลายปี 2022 เดินหน้าแผนฟื้นฟู หานักลงทุนเพิ่มทุน / ขอคุ้มครองศาลสิงคโปร์
- เดือน ม.ค. 2023 เลื่อนเปิดใช้งาน Z-Wallet ออกไปไม่มีกำหนด
- ปลายปี 2023 ระงับการซื้อขายในไทย เพื่อปรับตามเงื่อนไขของ ก.ล.ต.
- เดือน ก.พ. 2024 ก.ล.ต. สั่ง “ระงับบริการ Zipmex ไทยทั้งหมดชั่วคราว”
- เดือน พ.ค. 2024 เพิกถอนใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ / เริ่มเข้าสู่กระบวนการทางคดี
- กลางปี 2024 ก.ล.ต. แจ้งความ “เอกลาภ ยิ้มวิไล” ฐานฉ้อโกงประชาชน
- ต้นปี 2025 DSI รับคดีเป็น “คดีพิเศษ Zipmex” เปิดลงทะเบียนผู้เสียหาย
- ปัจจุบัน (2025) อยู่ระหว่างดำเนินคดี และทางผู้เสียหายรอการชดเชยและคืนทรัพย์
ภาพสรุปเรื่องจุดเริ่มต้นของ ZIPMEX ในช่วงแรก ที่มาแรง มีการขยายสาขา พร้อมกับเปิดตัวผลิตภัณฑ์ให้นักลงทุนอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมกับการสนับสนุนจาก ก.ล.ต. ที่ทำให้พวกเขาได้รับความน่าเชื่อถือฃ
จุดเริ่มต้น & การเติบโตของ Zipmex
- จุดไฟกลางยุคทองคริปโต (2018)
- Zipmex เปิดตัวท่ามกลางกระแสการลงทุนดิจิทัลที่ร้อนแรง ตั้งเป้าเป็นสะพานเชื่อมคนทั่วไปเข้าสู่โลกคริปโตอย่างปลอดภัยและเข้าใจง่าย
- สองผู้ก่อตั้งต่างขั้ว แต่เป้าหมายเดียวกัน
- Marcus Lim ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีการเงิน
- เอกลาภ ยิ้มวิไล นักกฎหมายตลาดทุนไทย
- รวมพลังสร้าง Zipmex เพื่อยกระดับการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลในเอเชีย
- โตทะยานข้ามพรมแดนในเวลาอันสั้น
- เริ่มจากสิงคโปร์และขยายสู่ไทย อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย จนกลายเป็นหนึ่งใน Exchange ที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค
- ใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. จุดยืนแห่งความน่าเชื่อถือ
- Zipmex Thailand ได้รับใบอนุญาตถูกต้องจาก ก.ล.ต. เสริมความเชื่อมั่นให้ผู้ลงทุนในฐานะแพลตฟอร์มคริปโตที่มีมาตรฐาน
- ยุคพีค ดาวรุ่งแห่งวงการคริปโตไทย
- หลังได้รับการสนับสนุนจาก Plan B Media และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง ZipUp+ และ ZIPNFT ชื่อของ Zipmex กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความเชื่อมั่นในตลาดคริปโตไทย
กำเนิดบริษัท / ประวัติผู้ก่อตั้ง
- Zipmex ก่อตั้งในปี 2018 โดย Marcus Lim และ Akalarp Yimwilai
- Marcus Lim ทำหน้าที่ CEO ระดับ Global ส่วน Akalarp Yimwilai ดูแลตลาดประเทศไทย
- ในไทย Akalarp จดทะเบียน Zipmex Thailand Co., Ltd. เมื่อ 25 ตุลาคม 2018 โดยมีทุนจดทะเบียนเริ่มต้นประมาณ 112 ล้านบาท
- มีบริษัทในเครือหลายตัว เช่น Zipmex Technology Co. Ltd (มีทุนประมาณ 50 ล้านบาท) จดทะเบียนปี 2020
Marcus Lim ซีอีโอ ของ ซิปเม็กซ์ และ เอภลาภ ยิ้มวิไล เป็น ซีอีโอ ของ ซิปเม็กซ์ ประเทศไทย
ต้นกำเนิดของสาขาต่างประเทศ
- จุดเริ่มต้นเป็นแพลตฟอร์มที่มีสำนักงานใหญ่หลักในสิงคโปร์
- เริ่มเปิดตลาดอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสเตรเลีย เช่น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลียก่อนขยายเข้ามาในไทย
ภาพอธิบายถึงผลิตภัณฑ์ของ Zipmex นั่นก็คือ Ziplock และ Zipup+ โดย ข้อ 1 อธิบายถึง การรับบัส 12% ต่อปี แน่นอนเลยว่า เป็นเหมือนการโฆษณาเกินจริง ทำให้หลายคนสนใจลงทุน ส่วนข้อ 2 อธิบายเกี่ยวกับ รับโบนัสเพิ่ม เมื่อซื้อเหรียญกับทาง Zipmex
โมเดลธุรกิจหลัก
Z-Wallet / ZipUp / ZipLock /ZipUp+
ZipUp+
- บัญชีที่ให้ดอกเบี้ย ผลประโยชน์สูง
- ลูกค้าสามารถ Lock สินทรัพย์ /ฝากเงินกับ ZipUp+ เพื่อรับผลตอบแทน
ฝาก 500 USDT (ประมาณ 18,000 บาท)
- ถ้าเป็นสมาชิกทั่วไป ได้ 6% ต่อปี
- ถ้าเป็น VIP 4 (Lock 20,000 ZMT) จะได้เพิ่มอีก +4% รวมเป็น 10% ต่อปี
คำนวณได้ว่า
- 500 x 10% = 50 USDT/ปี
- หรือ ประมาณ 4.16 USDT/เดือน
- ฝากเหรียญ 500 USDT ได้ผลตอบแทน 6–10% ต่อปี
- แต่ต้องเข้าใจว่า เหรียญยังอยู่กับ Zipmex ไม่ได้ถือเอง
- ถ้าแพลตฟอร์มล่มหรือถูกแช่แข็ง ถอนเหรียญไม่ได้เลย.
ZipLock
- บัญชีฝาก-ล็อค (fixed term) เพื่อรับดอกเบี้ยสูงกว่า บัญชีที่ไม่ล็อคปลดระยะเวลา (flexible)
ตัวอย่าง
ฝากเหรียญ ZMT มูลค่า 500 ดอลลาร์ (หรือประมาณ 18,000 บาท)
ได้อัตราโบนัส 12% ต่อปี
- ดอกเบี้ยต่อปี = 12% ของ 500 = 60 ดอลลาร์
- ดอกเบี้ยต่อเดือน ประมาณ 5 ดอลลาร์ (ถ้าคิดเฉลี่ยรายเดือน)
เงื่อนไขสำคัญ (จากภาพและโปรจริงตอนนั้น)
- ต้อง ล็อกเหรียญ (Lock) ไว้ในระบบ ครบตามระยะเวลา ที่กำหนด (เช่น 90 วัน หรือ 180 วัน แล้วแต่รอบ)
- ได้รับผลตอบแทนเป็น เหรียญ ZMT กลับเข้าบัญชี
- ยิ่งถือระดับ VIP สูง (ถือ ZMT มากกว่า) ยิ่งได้รับสิทธิพิเศษเพิ่ม
- ฝากเหรียญ ZMT มูลค่า 500 ดอลลาร์ ไว้ในโปรแกรม ZipLock
- ระบบจะ ถือเหรียญไว้ล็อก ตามระยะเวลาที่กำหนด
- ครบกำหนดจะได้รับ เหรียญคืน + โบนัส 12% ต่อปี
- แต่มีความเสี่ยงสูง หากแพลตฟอร์มมีปัญหา เช่น
- ระบบขาดสภาพคล่องหรือหยุดดำเนินการ
- ผู้ฝาก ไม่สามารถถอนเหรียญออกได้เลย จนกว่าจะกลับมาดำเนินงานได้
Z Wallet
- กระเป๋าสตางค์ดิจิทัลของลูกค้าที่ใช้เก็บสินทรัพย์ดิจิทัลและโอน เปลี่ยนระหว่างบัญชีต่าง ๆ ได้ภายในระบบของ Zipmex เช่น ระหว่าง Trade Wallet กับ Z Wallet ตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ ZipUp+
Zipmex Token (ZMT)
- โทเค็น ERC-20 จำนวนทั้งสิ้น 200 ล้านเหรียญ มีประโยชน์หลายอย่าง เช่น รับโบนัสมากขึ้นใน ZipUp+ / ส่วนลดค่าธรรมเนียมการเทรด / สิทธิพิเศษอื่น ๆ
การขยายธุรกิจในไทย & ต่างประเทศ
- เปิดตลาดอย่างเป็นทางการในไทยเมื่อกลางปี 2020 ประมาณเดือนกรกฎาคม
- พร้อมได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ของไทย
- มีการจดทะเบียนบริษัทในหลายแบบเพื่อรองรับธุรกิจที่เติบโตขึ้น
- ในปี 2564 มีผู้ใช้งานเพิ่มกว่าหนึ่งล้านคนในหลายประเทศรวมทั้งไทย และมี Trading Volume รวมหลายประเทศแตะหลักพันล้านเหรียญฯ
- ระดมทุน (Fundraising)
- ปี 2019: ได้รับเงินลงทุนรอบ pre-Series A จาก Infinity Blockchain Holdings มูลค่าหลายล้านเหรียญสหรัฐฯ
- ปี 2021: ระดมทุนเพิ่ม 6 ล้านเหรียญจาก Jump Capital และนักลงทุนในไทย เช่น Bank of Ayudhya รวมถึงองค์กรสื่อและ VCs
- พันธมิตร & การสร้างแบรนด์
- ในไทยได้ร่วมมือกับธุรกิจต่าง ๆ เช่น Siam Piwat, ธุรกิจร้านค้า พันธมิตร lifestyle เพื่อขยายการรับรู้แบรนด์และการใช้งานจริงของคริปโตฯ
- เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริม เช่น Zixel (แพลตฟอร์ม NFT / metaverse) เพื่อขยายขอบเขตจากแค่ซื้อ-ขายคริปโตเป็น ecosystem ดิจิทัลที่กว้างขึ้น
ภาพแห่งความรุ่งเรืองของ Zipmex ในช่วงการเปิดตัว ที่มีการจับมือกับหลาย ๆ ธุรกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าพวกเขากำลังเติบโต นี่เป็นอีกเรื่องที่ทำให้ผู้ให้บริการรายนี้จะกลายมาเป็น ยูนิคอร์นตัวใหม่ของไทย
โชว์ภาพ “สตาร์ตอัปคริปโตที่กำลังมาแรง”
-
- Zipmex ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เติบโตเร็วในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก โดยมีการเติบโตของมูลค่าการซื้อขาย (trading volume) และจำนวนผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าในเวลาสั้น ๆ
- เมื่อปี 2021 Zipmex เปิดเผยว่าการทำ volume การซื้อขายในไทยเฉพาะก็สูงขึ้น – มีจำนวนผู้ใช้เพิ่มกว่า 700,000 คนในไทยในปีนั้น การเติบโตของสินทรัพย์ภายในแพลตฟอร์มในปีนั้นเพิ่มขึ้นหลายเท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
- มีการสร้างจุดเด่นด้านผลิตภัณฑ์ และบริการใหม่-ใหม่
- บัญชีออมทรัพย์ดิจิทัล (interest-earning account)
- Token เป็นของตัวเอง (ZMT)
- การร่วมมือกับสถาบันทางการเงินและองค์กรต่าง ๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
ช่วงเดือน กรกฎาคม ปี 2020 ZIPMEX เริ่มพบปัญหาหลาย ๆ ด้าน จากภาพแสดงถึงปัญหาในช่วงที่พบ ทำให้ ซิปเม็กซ์เริ่มไม่น่าไว้วางใจ ไม่น่าเชื่อถือ
สัญญาณเตือน & ปัญหาแรกเริ่ม
- คลื่นแรกเริ่มกระเพื่อม เมื่อ ก.ค. 2022
- Zipmex ประกาศระงับการถอนและซื้อขายบางส่วน อ้างภาวะตลาดผันผวนและคู่ค้าขาดสภาพคล่อง สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในหมู่นักลงทุน
- ปัญหาคู่ค้า Celsius และ Babel Finance จุดไฟวิกฤต
- เงินที่ Zipmex ปล่อยให้บริษัทคู่ค้าเหล่านี้บริหาร ถูกแช่แข็งจากปัญหาภายใน ทำให้บริษัทไม่สามารถถอนเหรียญลูกค้าได้ตามปกติ
- เสียงสะท้อนจากนักลงทุนเริ่มดังขึ้น
- เมื่อเงินใน Z Wallet ถูก “พักการถอน” โดยไม่มีคำตอบชัดเจน ความเชื่อมั่นเริ่มสั่นคลอน และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของคำถามว่า “เงินของเรายังอยู่ไหม”
- โดนปรับจาก ก.ล.ต. จุดรอยร้าวด้านกฎระเบียบ
- ภายหลัง ก.ล.ต. ลงโทษปรับ Zipmex รวมกว่า 1.9 ล้านบาท จากกรณีโฆษณาชักชวนที่ละเมิดข้อกำหนด ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือถูกตั้งคำถาม
- จากความเชื่อมั่นสู่ความหวั่นใจในพริบตา
- นักลงทุนเริ่มแห่ถอนเหรียญออกจากระบบ ขณะที่ Zipmex ต้องเร่งอธิบายต่อสังคม แต่ทุกคำตอบกลับยิ่งเปิดช่องให้เกิดความสงสัยมากกว่าเดิม
การระงับบริการซื้อ-ขาย & ถอนบางส่วน
- 20 กรกฎาคม 2565 Zipmex ไทยประกาศ ระงับการถอนเงินบาทและคริปโตชั่วคราว
- ให้เหตุผลว่าเกิดความผันผวนในตลาดและปัญหาทางการเงินภายใน (liquidity strain)
- ส่งผลให้บริษัทต้องชะลอการถอนเงินของลูกค้าเพื่อปกป้องเสถียรภาพระบบ
- ในประกาศเพิ่มเติม ระบุว่า ZipUp+ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้ลูกค้าฝากคริปโตเพื่อรับดอกเบี้ย ได้รับผลกระทบอย่างมาก เพราะสินทรัพย์ที่อยู่ใน ZipUp+ มีการนำไปลงทุนกับพันธมิตร (third parties) ที่ประสบปัญหา
- ในภายหลัง Zipmex ได้ทยอยปลด “การระงับถอนบางเหรียญ” สำหรับ Trade Wallet (บัญชีซื้อขายทั่วไป) กลับคืนมาในเวลาจำกัด แต่ การโอนสินทรัพย์ระหว่าง Z Wallet กับ Trade Wallet ยังคงถูกล็อกอยู่ในช่วงแรก
- เหตุการณ์นี้เป็นจุดที่สาธารณะเริ่มตั้งคำถามถึงความมั่นคงของ Zipmex ในการจัดการสภาพคล่อง
CEO ของ Zipmex ได้ออกมายอมรับแล้วว่า บริษัทแม่ได้ลงทุนกับ คู่ค้า แล้วเกิดปัญหา ทำให้ไม่สามารถที่จะนำเงินมาจ่ายให้กับผู้ใช้บริหาร Zipmex ไทยได้
การถูกปรับจาก ก.ล.ต.
- 31 สิงหาคม 2565 สำนักงาน ก.ล.ต. ออกคำสั่ง เปรียบเทียบปรับ Zipmex จำนวนรวม 1,920,000 บาท
-
- การระงับบริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ระหว่างวันที่ 20–28 กรกฎาคม 2565
- ถูกปรับ 540,000 บาท เนื่องจากการระงับไม่เป็นไปตาม “Trading Rules” ที่ได้รับอนุญาตและขัดต่อนโยบายที่บริษัทเคยยื่นไว้กับ ก.ล.ต.
- การระงับบริการฝาก-ถอน (Trade Wallet + Z Wallet) ระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม – 25 สิงหาคม 2565
- ถูกปรับ 1,380,000 บาท เนื่องจากการให้บริการฝาก-ถอนไม่เป็นไปตามมาตรฐานบริการที่ควรปฏิบัติ (Professional Standard)
- การระงับบริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ระหว่างวันที่ 20–28 กรกฎาคม 2565
- Zipmex (ประเทศไทย) ชี้แจงว่าเข้าใจบทบาท ก.ล.ต. และพร้อมจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหา แต่คำชี้แจงไม่อาจตัดประเด็นปัญหาทางการเงินภายในออกไปได้ง่าย ๆ
- รายงานข่าวบางฉบับระบุว่า ก.ล.ต. อยู่ระหว่างการพิจารณาเรื่องอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น การไม่เปิดเผยข้อมูล wallet และธุรกรรมบางรายการ
ความเชื่อมโยงกับปัญหาคู่ค้า
- Zipmex ให้ข้อมูลว่า ผลิตภัณฑ์ ZipUp+ ได้นำสินทรัพย์บางส่วนไปลงทุนหรือ “ฝากไว้กับ” คู่ค้า / ผู้ให้กู้ (lenders) เช่น Babel Finance และ Celsius Network
- ซึ่งในภายหลังประสบปัญหาทางการเงิน (liquidity crisis) ส่งผลให้ไม่สามารถคืนสินทรัพย์ได้ตามเวลาที่ควร
- เมื่อตลาดคริปโตผันผวนหนัก รวมทั้งเมื่อตัวคู่ค้ามีปัญหา ไม่สามารถชำระคืนสินทรัพย์ หรือ ล้มละลาย
- ความเสี่ยงจะย้อนกลับมาที่ Zipmex ทำให้บริษัทต้อง “ล็อก” การถอน / การโอนสินทรัพย์เพื่อรักษาสภาพคล่อง ไม่ให้เกิดสถานการณ์ “เงินไหลออกมากเป็นจำนวนมาก (run-off)” ซึ่งอาจล้มระบบได้
- ในเดือนมีนาคม 2023 ก.ล.ต. ได้ส่งหนังสือให้ Zipmex ชี้แจงกรณีที่นักลงทุนหลักในแผนช่วยเหลือ (bailout investor) ไม่ชำระเงินตามกำหนด
- ซึ่งอาจทำให้บริษัทต้องลดขนาดธุรกิจหรือหยุดให้บริการบางอย่างรายงานต่อสาธารณะ
- Zipmex เปิดเผยว่าอยู่ระหว่างการดำเนินคดีฟ้องร้อง Babel เพื่อเรียกคืนสินทรัพย์ที่ฝากไว้ (recovery litigation) เป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูธุรกิจ
วิกฤต “ระงับถอน แช่แข็งกระเป๋า Z-Wallet / Trade Wallet”
- จุดเริ่มระเบิดความเชื่อมั่น (ก.ค. 2022)
- Zipmex ประกาศ “พักการถอน” สินทรัพย์ทั้งหมด อ้างเหตุสภาพคล่องคู่ค้าตึงตัว เป็นครั้งแรกที่ผู้ใช้ไม่สามารถเข้าถึงเหรียญในกระเป๋าได้
- Z-Wallet ถูกล็อกเป็นเวลานาน
- ผู้ใช้ที่ฝากเหรียญไว้ในผลิตภัณฑ์ ZipUp+ ไม่สามารถโอนออกได้ ต่างจาก Trade Wallet ที่เปิดถอนเป็นช่วง ๆ ทำให้เกิดคำถามถึงโครงสร้างการถือครองสินทรัพย์จริง
- ความเชื่อมโยงกับ Celsius และ Babel Finance โผล่ชัด
- มีการเปิดเผยภายหลังว่า Zipmex ปล่อยสินทรัพย์ไปให้บริษัทเหล่านี้บริหาร และเมื่อทั้งสองรายล้มสภาพคล่อง เงินลูกค้าจึงถูกแช่แข็งทันที
- สื่อ-นักลงทุนรุมจี้คำตอบ
- ข่าวลือและความไม่โปร่งใสทำให้ Zipmex ต้องออกมาชี้แจงหลายรอบ แต่ทุกคำอธิบายกลับเพิ่มแรงกดดันมากกว่าเดิม เพราะยังไม่มีแผนคืนเงินที่ชัดเจน
- จาก “Exchange น่าเชื่อถือ” สู่ “สัญลักษณ์ของวิกฤตคริปโตไทย”
- การระงับถอนครั้งนั้นกลายเป็นจุดเปลี่ยนภาพลักษณ์ Zipmex จากดาวรุ่งสู่บริษัทที่ตกอยู่ในภาวะวิกฤตศรัทธาครั้งใหญ่สุดของวงการคริปโตไทย
ประกาศแผนปล่อยเหรียญ
- จุดเริ่มต้นของการปล่อยเหรียญคืน
- หลังจาก Zipmex ระงับการถอนในวันที่ 20 กรกฎาคม 2022
- บริษัทประกาศว่าจะทยอย “ปล่อยเหรียญคืน” จาก Z-Wallet (บัญชีเก็บสินทรัพย์ที่เข้าร่วมโปรแกรม ZipUp+) ไปยัง Trade Wallet (บัญชีเทรดปกติ)
- เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ของตนได้บางส่วน
- เหตุผลของการทยอยปล่อยเหรียญ
- เนื่องจากสินทรัพย์บางส่วนของ Zipmex ถูกนำไปฝากกับพันธมิตรต่างประเทศ เช่น Babel Finance และ Celsius Network ที่ประสบปัญหาสภาพคล่อง
- ทำให้บริษัทไม่สามารถเรียกคืนเหรียญทั้งหมดได้ในทันที จึงต้องทยอยคืนเฉพาะเหรียญที่มีอยู่ในความครอบครองจริง
- ไทม์ไลน์การปล่อยเหรียญคืนในเดือนสิงหาคม 2022
- 2 สิงหาคม 2022: ปล่อยเหรียญ Solana (SOL) กลับเข้าบัญชี Trade Wallet
- 4 สิงหาคม 2022: ปล่อยเหรียญ Ripple (XRP)
- 9 สิงหาคม 2022: ปล่อยเหรียญ Cardano (ADA)
ต่อมา Zipmex ระบุว่าจะทยอยปล่อย Ethereum (ETH) และ Bitcoin (BTC) ในระยะถัดไป แต่ไม่มีการประกาศชัดเจนเรื่องวันครบกำหนด
- ข้อจำกัดของการคืนเหรียญ
- แม้จะปล่อยเหรียญบางส่วนคืนได้ แต่ไม่ใช่ทุกผู้ใช้ที่จะได้รับในสัดส่วนเท่ากัน
- เพราะขึ้นอยู่กับชนิดของเหรียญที่ถืออยู่ และบางเหรียญยังคงถูกล็อกอยู่ใน Z-Wallet เนื่องจากติดข้อจำกัดทางบัญชีระหว่างประเทศ
- การประกาศทยอยคืนเหรียญสร้างแรงกดดันเชิงสังคมอย่างหนัก ผู้ใช้ในไทยจำนวนมากออกมาโพสต์ยืนยันว่า “ยังถอนออกไม่ได้”
- แม้บริษัทจะออกข่าวคืนเหรียญแล้ว ทำให้เกิดคำถามเรื่อง “ความโปร่งใส” และ “มาตรฐานการบริหารสินทรัพย์ลูกค้า”
ตัวอย่าง ZMT TOKEN ของ Zipmex ที่เปิดให้บริการในช่วงกำลังรุ่งเรื่อง แน่นอนเลยในช่วงนั้นถูกมองว่าเป็นเหรียญแรก ๆที่จะกลายเป็นเหมือน BTC
ประกาศระงับการถอน
- จุดเริ่มต้นของการระงับ 20 กรกฎาคม 2022
- Zipmex ออกประกาศอย่างเป็นทางการว่า “ระงับบริการถอนและฝากคริปโตทั้งหมดเป็นการชั่วคราว”
- โดยอ้างเหตุผลว่าเกิดจาก “ความผันผวนของตลาดและปัญหาห่วงโซ่พันธมิตร” ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องโดยตรง
- ลักษณะของการระงับ
- ระยะแรก Zipmex ปิดระบบการฝาก–ถอนทั้งหมด (Full Suspension)
- แต่ในเวลาต่อมาเปิดให้ Trade Wallet ใช้งานได้บางส่วน
- ขณะที่ Z-Wallet ยังคงถูกแช่แข็งเต็มรูปแบบ เพื่อป้องกันการ “ถอนเหรียญทั้งหมดออกจากระบบ” ซึ่งจะทำให้บริษัทสูญเสียสภาพคล่องทันที
- การสื่อสารกับลูกค้า
- การประกาศแจ้งทำผ่านช่องทางอีเมลและโซเชียลมีเดียของบริษัท โดย Zipmex ระบุว่า “กำลังหาทางออก” และ “จะอัปเดตความคืบหน้าในไม่ช้า”
- แต่ไม่มีการระบุวันที่แน่ชัดว่าจะเปิดระบบเมื่อใด ทำให้เกิดความตื่นตระหนกในวงกว้าง โดยเฉพาะผู้ใช้ในไทยที่มีจำนวนมาก
- แรงกดดันทางกฎหมายและสังคม
- การระงับถอนครั้งนี้ทำให้ ก.ล.ต. ไทยเข้าแทรกแซงทันที พร้อมสั่งให้ Zipmex ชี้แจงสภาพคล่อง
- ต่อมาได้มีการปรับทางปกครองรวม 1.92 ล้านบาท ฐานไม่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์การให้บริการที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล
ภาพนี้เผยถึง ลูกค้าที่ใช้บัญชีทั่วไป สามารถถอนเงินได้ (ไม่ได้ฝากประจำ เทรด-ถอน) แต่สำหรับบัญชี ZipUp+ ที่มีเงื่อนไข ถูกนำไปปล่อยกู้กับ คู่ค้าแล้ว (แน่นอนว่าเงินตัวนี้ไม่ได้คืนกลับมาอย่างแน่นอน)
ลูกค้าใครได้ถอนบ้าง และ ใครถูกล็อก
- Trade Wallet vs Z-Wallet ความแตกต่างที่เปลี่ยนชีวิตนักลงทุน
- ผู้ใช้ที่ถือครองสินทรัพย์ใน Trade Wallet (บัญชีเทรดทั่วไป) ส่วนใหญ่สามารถถอนออกได้บางส่วนหลัง Zipmex เปิดระบบบางช่วง
- ขณะที่ผู้ใช้ใน Z-Wallet ซึ่งเป็นกระเป๋าที่ใช้ในโปรแกรม ZipUp+ ถูก “ล็อก” ไว้ยาวนาน เพราะสินทรัพย์ส่วนนี้ถูกนำไปปล่อยกู้กับพันธมิตรภายนอก
- สิทธิการถอนที่ไม่เท่ากันตามชนิดของเหรียญ
- บางเหรียญได้รับการปล่อยคืนก่อน เช่น SOL, XRP, ADA ในเดือนสิงหาคม 2022
- ส่วนเหรียญหลักอย่าง BTC, ETH ยังคงติดอยู่ในระบบเป็นเวลานานหลายเดือน ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างมากในกลุ่มผู้ใช้ที่ถือเหรียญหลัก
- ลูกค้าไทยจำนวนมากสูญโอกาสทางการเงิน
- มีผู้ใช้งานไทยนับหมื่นรายที่ไม่สามารถถอนเหรียญได้
- แม้บางส่วนมีเหรียญใน Trade Wallet แต่ยังไม่สามารถทำธุรกรรมได้อย่างอิสระในช่วงแรก ๆ
- ทำให้ขาดสภาพคล่องทันที และบางรายต้องขายเหรียญอื่นเพื่อประคองพอร์ต
- การตอบสนองของหน่วยงานกำกับและผู้บริโภค
- สำนักงาน ก.ล.ต. ไทย เรียก Zipmex มาชี้แจงอย่างต่อเนื่อง
- และมีผู้เสียหายจำนวนมากรวมตัวกันยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ DSI (กรมสอบสวนคดีพิเศษ) เพื่อให้ตรวจสอบเส้นทางสินทรัพย์ที่หายไปจากระบบ
เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า “ไม่ใช่สินทรัพย์ทั้งหมดในบัญชีของเราเป็นของเราเสมอไป” เพราะเมื่อผู้ให้บริการนำเหรียญของลูกค้าไปใช้ในระบบปล่อยกู้หรือฝากต่อกับพันธมิตร หากพันธมิตรมีปัญหา ความเสี่ยงจะตกอยู่กับผู้ใช้อย่างเต็มตัว
ช่วงปี 2022 ที่เกิดปัญหา ไปจนถึง 2024 ทาง Zipmex ได้พยายามฟื้นฟูและแก้ไขปัญหา โดยได้ออกมาชี้แจงหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็น การขายหุ้นเพื่อเปลี่ยนเจ้าของ แต่ทว่า ดีลนั้นก็ล่มไป
ความพยายามฟื้นฟู และ หาทางออก
- ยื้อเวลา ด้วยการขอพักหนี้ (Moratorium Protection)
- Zipmex ยื่นคำร้องต่อศาลสิงคโปร์ เพื่อขอคุ้มครองชั่วคราวจากเจ้าหนี้ หวังซื้อเวลาเจรจาและป้องกันไม่ให้ทรัพย์สินถูกยึดในช่วงวิกฤต
- ดีลนักลงทุน “ไม่จบซักที”
- มีข่าวลือถึงนักลงทุนรายใหม่หลายราย โดยเฉพาะ V Ventures ที่จะเข้าซื้อหุ้น 90% แต่ดีลกลับล่มเพราะไม่สามารถชำระเงินตามกำหนด ทำให้แผนฟื้นฟูสะดุดหนัก
- แผนคืนเงินแบบ “ทีละขั้น” ถูกวิจารณ์ว่าไม่โปร่งใส
- Zipmex เสนอให้คืนเหรียญบางส่วนแก่ลูกค้าในระยะเริ่มต้น แต่ถูกตั้งคำถามถึงความยุติธรรมและสัดส่วนคืนที่ไม่ชัดเจน
- เปลี่ยนผู้บริหาร พยายามรีเซ็ตความเชื่อมั่น
- หลังเสียงวิจารณ์หนัก บริษัทเริ่มปรับโครงสร้างทีมผู้บริหาร และพยายามสื่อสารเชิงบวกผ่านสื่อ เพื่อเรียกศรัทธาคืนจากผู้ใช้ที่ทยอยถอนตัว
- แต่ตลาดไม่รอใคร
- ระหว่างที่ Zipmex พยายามฟื้นตัว กระแส “หนีแพลตฟอร์มคริปโตแบบ CeFi” กลับแรงขึ้น ทำให้การระดมทุนและการกู้ความเชื่อมั่นแทบเป็นไปไม่ได้
การเจรจานักลงทุน
- หลังการ “แช่แข็งกระเป๋า Z-Wallet” Zipmex เริ่มเจรจากับนักลงทุนหลายรายทั่วเอเชีย เพื่อระดมทุนกอบกู้สถานะทางการเงิน
- โดยหนึ่งในผู้สนใจหลักคือ V Ventures บริษัทในเครือ Thoresen Thai Agencies (TTA)
- ดีลดังกล่าวมีเป้าหมายเข้าซื้อหุ้นของ Zipmex Asia Pte. Ltd. ในสัดส่วนราว 90%
- ด้วยมูลค่าประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,400 ล้านบาท
- ซึ่งถูกมองว่าเป็น “ดีลกู้ชีพ” ที่จะช่วยให้บริษัทมีเงินชำระคืนลูกค้าได้บางส่วน
- แต่การเจรจาใช้เวลานานเกินคาด เนื่องจากปัญหาการตรวจสอบสถานะทางการเงิน (Due Diligence) และความไม่ชัดเจนของทรัพย์สินในมือบริษัท
- ระหว่างการเจรจา มีรายงานว่า Zipmex พยายามปรับโครงสร้างธุรกิจให้มีความโปร่งใสมากขึ้น เช่น แยกบัญชีของลูกค้าออกจากบัญชีของบริษัท เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับมา
สุดท้าย แม้ดีลกับ V Ventures จะมีการเซ็น “บันทึกข้อตกลงเบื้องต้น (MOU)” แต่การจ่ายเงินตามแผนล่าช้าและไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ทำให้ดีลสะดุดและเข้าสู่ภาวะ รอการตัดสินใจขั้นสุดท้าย (ยังไม่มีการยืนยันสักที นั่นเอง ได้แต่รอ) ทำให้ Zipmex รู้สึกหลาย ๆ ด้าน คือ
- ความกดดันอย่างหนัก
- เพราะตอนแรกมีความหวังว่าดีลกับ V Ventures จะเป็น “ทางรอด” ที่ช่วยพาแพลตฟอร์มกลับมาดำเนินงานต่อ และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้ได้
- แต่เมื่อดีลเริ่มล่าช้าและไม่แน่นอน ความกดดันย่อมถาโถมเข้ามา ทั้งจากผู้ใช้งาน นักลงทุน และหน่วยงานกำกับดูแล
- ความไม่แน่ใจในอนาคต
- เมื่อข้อตกลงยังไม่จบชัดเจน บริษัทก็อยู่ในภาวะ “รอชะตา” ว่าจะได้ไปต่อหรือไม่ จะมีใครเข้ามาช่วยไหม
- สุดท้ายต้องเข้าสู่กระบวนการล้มละลายเต็มรูปแบบ
- เสียความเชื่อมั่นจากผู้ใช้งาน
- เพราะแต่ละวันหรือแต่ละเดือนที่ดีลยังไม่คืบหน้า คือการที่ลูกค้ารู้สึกหมดศรัทธาไปเรื่อย ๆ
- บางคนอาจรู้สึกว่า “Zipmex ไม่รักษาสัญญา” แม้ปัญหาจะเกิดจากฝั่งคู่ดีลก็ตาม
- ความพยายามสุดท้ายที่จะรักษาชื่อและระบบไว้
- ภายในองค์กรอาจยังมีทีมที่พยายามประคองระบบ ดูแลผู้ใช้ และรอคำตอบสุดท้าย เพื่อไม่ให้ทุกอย่างพังไปพร้อมกัน เชื่อเลยว่าจะไม่ได้กลับมาอีกแล้ว
เดือนสิงหาคม 2022 ทาง Zipmex ได้ยื่นต่อศาลสิงคโปร์เพื่อขอเวลา พักชำระหนี้ โดยครอบคลุมหลายบริษัท แน่นอนว่าทางนั้นอนุมัติให้เวลา 3 เดือนในการคุ้มครอง และ ฟื้นฟู
คำขอ “Moratorium”
- หลังจากเกิดภาวะสภาพคล่องตึงตัวและไม่สามารถคืนเงินลูกค้าได้ครบ Zipmex ได้ยื่นขอ “Moratorium” หรือคำสั่งพักชำระหนี้ ต่อศาลสิงคโปร์ เพื่อขอเวลาในการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ
- การขอนี้ครอบคลุมบริษัทในเครือของ Zipmex ทั้งหมด
- Zipmex Asia
- Zipmex Thailand
- Zipmex Indonesia
- Zipmex Australia
- Zipmex Singapore
- เพื่อป้องกันการถูกฟ้องร้องจากเจ้าหนี้ในหลายประเทศ
- ศาลสิงคโปร์อนุมัติให้ Zipmex ได้รับระยะเวลาคุ้มครองเบื้องต้น ประมาณ 3 เดือน
- ซึ่งต่อมามีการยื่นขอขยายระยะเวลาหลายครั้ง โดยให้เหตุผลว่ายังอยู่ระหว่างการเจรจากับนักลงทุนและการจัดทำแผนชำระหนี้
- ขั้นตอนนี้ถือเป็น “จุดพักหายใจ” ที่ทำให้ Zipmex มีเวลาจัดการหนี้และรักษาทรัพย์สินของลูกค้าไม่ให้ถูกบังคับขายออก
- แต่ขณะเดียวกันก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า Zipmex “ถ่วงเวลา” และ “ไม่เปิดเผยข้อมูลครบถ้วน” เกี่ยวกับยอดคงเหลือในบัญชีลูกค้าและมูลหนี้ที่แท้จริง
ประกาศแผนฟื้นฟู และ ชี้แจงต่อผู้ลงทุน & ก.ล.ต.
- ภายหลังได้รับคำสั่งพักชำระหนี้ Zipmex ออกแถลงการณ์ต่อสาธารณะและผู้ถือบัญชี โดยระบุว่า บริษัทกำลังจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ เพื่อคืนเงินลูกค้าเป็นลำดับ
- ในช่วงปลายปี 2022 Zipmex ยื่นแผน “ชำระหนี้บางส่วนเป็นคริปโต” ให้ลูกค้าผ่านระบบ Trade Wallet และประกาศว่า “ผู้ที่ถือเหรียญบางประเภท เช่น BTC, ETH, และ USDC จะเริ่มทยอยถอนคืนได้”
- บริษัทพยายามประสานงานกับ สำนักงาน ก.ล.ต. ไทย เพื่อรายงานความคืบหน้าของแผนฟื้นฟู และยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างโปร่งใสตามกฎหมายหลักทรัพย์
- ในแผนฟื้นฟูยังมีการเสนอให้ลูกค้าสามารถ “แลกสินทรัพย์คริปโตเป็นโทเคนใหม่” ของบริษัท เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในการปรับโครงสร้างหนี้ แผนนี้ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการ “ยืดเวลา” มากกว่าการแก้ปัญหา
แม้จะมีการประกาศความคืบหน้าเป็นระยะ แต่ความไม่แน่นอนของดีลกับนักลงทุน และการขาดสภาพคล่องต่อเนื่อง ทำให้สถานการณ์ Zipmex ยังคงอยู่ใน “สภาวะล่อแหลม” จนถึงต้นปี 2024
ภาพเผยถึง การจับมือร่วมกับ V Ventures นั้นล่ม เพราะยังไม่มีการจ่ายค่าซื้อกิจการ ทำให้นักลงทุนไทยที่รอได้เงินคืนก็ต้องรอไปก่อน
การเพิกถอนใบอนุญาต & การดำเนินคดี
- ก.ล.ต. เริ่มตรวจเข้ม หลังพบความผิดปกติ
- หลังเหตุระงับถอนเงิน ก.ล.ต. ไทยส่งหนังสือสอบถามและตรวจสอบโครงสร้างสินทรัพย์ของ Zipmex พบการดำเนินงานที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขใบอนุญาต
- คำสั่งให้ “ระงับบริการ” ชั่วคราว
- เมื่อบริษัทไม่สามารถส่งแผนแก้ไขที่ชัดเจน ก.ล.ต. มีคำสั่งให้ Zipmex หยุดรับลูกค้าใหม่ และงดให้บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดในไทย
- เข้าสู่กระบวนการเพิกถอนใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ
- ในปี 2024 ก.ล.ต. แนะนำกระทรวงการคลังให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลของ Zipmex Thailand โดยอ้างเหตุไม่สามารถดำเนินกิจการได้ตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
- Zipmex ถูกสั่งให้ “ส่งคืนทรัพย์สินลูกค้า”
- หน่วยงานกำกับสั่งให้บริษัทโอนคืนเหรียญและเงินบาทให้ผู้ลงทุนทุกคนภายในกรอบเวลาที่กำหนด
- แต่หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยถึง “ทรัพย์สินที่เหลืออยู่จริง”
- จากแพลตฟอร์มถูกกฎหมาย สู่บริษัทที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์
- การสูญเสียใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ ถือเป็นจุดจบของ Zipmex ในฐานะผู้ให้บริการ Exchange ที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. และเป็นจุดเริ่มต้นของคดีความชุดใหญ่ที่ตามมา
คำสั่งของ ก.ล.ต. ให้ระงับบริการสินทรัพย์ดิจิทัลชั่วคราว
- เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออก คำสั่งให้ Zipmex ระงับบริการสินทรัพย์ดิจิทัลชั่วคราว
- หลังตรวจพบว่าบริษัทไม่สามารถชำระสินทรัพย์คืนผู้ใช้ได้ครบถ้วน และมีความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของลูกค้าและตลาดโดยรวม
- คำสั่งนี้ครอบคลุม การฝาก ถอน และการเทรดทุกประเภท ภายในแพลตฟอร์ม Zipmex Thailand เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้าสูญเสียทรัพย์สินเพิ่มเติมระหว่างการตรวจสอบ
- ก.ล.ต. ยังระบุว่า บริษัทต้องส่งรายงานสถานะการเงินและสินทรัพย์ที่ถือครองจริง พร้อมแผนชำระหนี้ชัดเจนให้สำนักงานภายในเวลาที่กำหนด
- ผลลัพธ์ทันทีคือแพลตฟอร์ม Zipmex ถูกล็อกบริการเกือบทั้งหมด ลูกค้าทั้งรายเล็กและรายใหญ่ไม่สามารถถอนเหรียญได้ และการซื้อขายทั้งหมดหยุดชะงัก
- เหตุการณ์นี้ถือเป็น จุดเริ่มต้นของกระบวนการตรวจสอบเข้มข้นทางกฎหมาย และเป็นสัญญาณชัดเจนว่าบริษัทกำลังเผชิญวิกฤตใหญ่
ก.ล.ต.ให้เพิกถอนใบอนุญาต
- วันที่ 28 พฤษภาคม 2567 ก.ล.ต. มีมติ เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ของ Zipmex Thailand อย่างเป็นทางการ
- เนื่องจากบริษัทไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างโปร่งใสและไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
- การเพิกถอนนี้ครอบคลุม ทุกผลิตภัณฑ์และบริการ ทั้ง Trade Wallet, Z-Wallet และโปรแกรม ZipUp+
- ก.ล.ต. ระบุ เงื่อนไขการคืนสินทรัพย์แก่ลูกค้า ด้วยว่า
- ต้องจัดทำ บัญชีทรัพย์สินที่ยังอยู่ในความครอบครอง ของบริษัท
- คืนสินทรัพย์ให้ผู้ใช้ตาม สัดส่วนของสิทธิการถือครอง และตามประเภทของเหรียญ
- หากลูกค้าถือเหรียญในโปรแกรมที่เสี่ยงต่อการสูญหายหรือฝากกับพันธมิตรต่างประเทศ ต้องมี แผนชดเชยหรือประเมินมูลค่าเป็นเงินไทย ก่อนคืน
- แผนคืนทรัพย์สินต้อง ยืนยันต่อก.ล.ต. ก่อนเริ่มดำเนินการจริง เพื่อป้องกันการเบียดเบียนสิทธิของผู้ใช้รายอื่น
วันที่ 28 พฤษภาคม 2567 นั้น ก.ล.ต. ก็ได้ประชุมและมีมติ ให้เพิกถอนใบอนุญาตของ Zipmex อย่างเป็นทางการในประเทศไทย
ผลทางกฎหมาย
ผลทางกฎหมายของการเพิกถอน
- Zipmex Thailand ถูกห้ามดำเนินธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลทุกประเภทในไทยทันที
- ผู้บริหารและเจ้าของหุ้นมีหน้าที่ ปฏิบัติตามกฎหมายล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ หากต้องการคืนเงินหรือดำเนินธุรกิจในอนาคต
- ก.ล.ต. สามารถเรียกร้องให้บริษัทส่งรายงานสถานะทางการเงินต่อสำนักงาน และดำเนินคดีหากพบการละเมิดเพิ่มเติม
เงื่อนไขทางปฏิบัติสำหรับบริษัท
- แยกทรัพย์สินของลูกค้าออกจากทรัพย์สินบริษัท (Customer Segregation)
- คืนสินทรัพย์ตาม ประเภทและสัดส่วนที่ตรวจสอบได้
- ส่ง รายงานความคืบหน้าและแผนคืนสินทรัพย์ ให้ก.ล.ต. เป็นระยะ
- หากมีสินทรัพย์ที่ไม่สามารถคืนเป็นเหรียญดิจิทัลได้ ต้อง ชดเชยเป็นเงินไทยหรือสินทรัพย์อื่น ตามมูลค่าที่ประเมินได้
ผลกระทบต่อผู้ใช้
- ผู้ถือบัญชีใน Trade Wallet, Z-Wallet และ ZipUp+ จะได้รับสินทรัพย์คืนตามสัดส่วน แต่บางส่วนต้องรอการประเมินมูลค่าหรือเจรจากับพันธมิตรต่างประเทศ
- ความไม่แน่นอนเรื่องไทม์ไลน์คืนเงินทำให้ลูกค้าต้องติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด
- เหตุการณ์นี้สร้าง แรงกดดันให้ผู้ลงทุนคริปโตไทยต้องระวังเรื่อง “การถือครองเหรียญใน Exchange” มากขึ้น
การเพิกถอนใบอนุญาตครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปิดบริษัท แต่เป็น มาตรการป้องกันผู้บริโภค ให้บริษัทคืนทรัพย์สินตามหลักเกณฑ์ และสร้างบรรทัดฐานใหม่ในวงการคริปโตไทยเรื่องความโปร่งใส การแบ่งทรัพย์สินลูกค้า และการกำกับดูแล
ทางด้านคดีความ อัปเดตล่าสุดคือเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2025 ศาลได้สั่งจำคุก นายเอกลาภ ยิ้มวิไล 5 ปี ไม่รอลงอาญา (ติดคุกได้เลย) ฐานฉ้อโกงประชาชน
คดีอาญา / คดีแพ่ง / การลงโทษ
- ผู้บริหารถูกกล่าวหาว่า “ปกปิดความจริง”
- ก.ล.ต. ไทยส่งเรื่องให้ DSI และหน่วยงานตำรวจสอบสวน หลังพบว่า Zipmex อาจให้ข้อมูลเท็จต่อผู้ลงทุนเกี่ยวกับความเสี่ยงและการใช้สินทรัพย์ในผลิตภัณฑ์ ZipUp+
- เอกลาภ ยิ้มวิไล ถูกตั้งข้อกล่าวหา
- ในฐานะอดีต CEO Zipmex Thailand ถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินลูกค้า” และ “ฝ่าฝืน พ.ร.บ.สินทรัพย์ดิจิทัล” ซึ่งต่อมาเจ้าตัวเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาและให้การปฏิเสธทุกข้อหา
- คดีแพ่งเริ่มตามมาเป็นระลอก
- ผู้เสียหายจำนวนมากรวมกลุ่มยื่นฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อศาลแพ่ง โดยมีทั้งการฟ้องในนามส่วนบุคคลและในรูปแบบกลุ่ม เพื่อเรียกร้องเงินลงทุนที่ถูกแช่แข็ง
- บทลงโทษจากหน่วยงานกำกับถูกซ้ำเติม
- นอกจากคดีอาญาแล้ว ก.ล.ต. ยังมีคำสั่ง “ปรับทางปกครอง” ต่อ Zipmex และผู้บริหารรวมหลายล้านบาท รวมถึงสั่งให้บริษัทชดใช้ความเสียหายแก่ลูกค้าเท่าที่เป็นไปได้
- จากผู้บริหารเทรนด์คริปโต สู่จำเลยในคดีสำคัญของประเทศ
- การดำเนินคดีต่อผู้บริหาร Zipmex กลายเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์สินทรัพย์ดิจิทัลไทย เป็นกรณีตัวอย่างว่าการละเมิดความเชื่อมั่นผู้ลงทุนจะจบลงอย่างไรในทางกฎหมาย
การกล่าวโทษจาก ก.ล.ต. ต่อ “เอกลาภ ยิ้มวิไล”
- ก.ล.ต. กล่าวโทษ เอกลาภ ยิ้มวิไล ซึ่งเป็นผู้บริหาร Zipmex Thailand ในฐานะผู้มีอำนาจสูงสุดในบริษัท ว่าได้ แสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดความจริงต่อผู้ลงทุน พฤติการณ์หลักประกอบด้วย
- การไม่แจ้งสถานะทางการเงินที่แท้จริงของบริษัทแก่ลูกค้า
- การอ้างว่าสินทรัพย์ทั้งหมดสามารถถอนออกได้ ทั้งที่บางส่วนถูกฝากไว้กับพันธมิตรต่างประเทศที่ประสบปัญหา
- การเผยแพร่ข้อมูลไม่ครบถ้วนเกี่ยวกับความเสี่ยงของโปรแกรม ZipUp+ และการให้ผลตอบแทนสูง
- ก.ล.ต. ระบุว่า การกระทำเหล่านี้ ละเมิดพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (พ.ร.บ.หลักทรัพย์) และมีผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล
คดีอาญาจำคุก 5 ปี ของ “เอกลาภ” ฐานฉ้อโกงประชาชน
- หลังจากการสอบสวนโดย DSI (กรมสอบสวนคดีพิเศษ) และอัยการสั่งฟ้อง
- ศาลมีคำพิพากษาให้ เอกลาภ จำคุก 5 ปี ฐาน ฉ้อโกงประชาชน โดยคดีระบุว่า ผู้บริหารนำสินทรัพย์ของลูกค้าไปใช้โดยไม่เปิดเผยและไม่ได้รับอนุญาต ทำให้ผู้ลงทุนเสียหาย
- คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ การบังคับใช้กฎหมายอาญากับผู้บริหารในตลาดคริปโตไทย และเป็นสัญญาณเตือนสำหรับ CEO หรือผู้บริหารในวงการ Digital Asset
คดีแพ่งกลุ่ม (Class Action) ของผู้เสียหาย & การเรียกร้องชดเชย
- ผู้เสียหายหลายร้อยรายรวมตัวกันฟ้อง Zipmex Thailand ใน คดีแพ่งกลุ่ม (Class Action) เพื่อเรียกร้องชดเชยจากความเสียหายที่เกิดขึ้น มีคำฟ้องหลักคือ
- การไม่สามารถถอนสินทรัพย์ได้ตามประกาศ
- การให้ข้อมูลไม่ครบถ้วนเกี่ยวกับโปรแกรม ZipUp+ และสภาพคล่องของบริษัท
- การจัดการทรัพย์สินลูกค้าโดยไม่โปร่งใส
- วัตถุประสงค์หลักคือการ บังคับให้บริษัทคืนสินทรัพย์และชดเชยความเสียหายเป็นมูลค่าเท่ากับที่สูญเสีย
ผลคำพิพากษาที่โดดเด่น / คดีที่ศาลยกฟ้อง
- คดีที่ชนะผู้เสียหาย
- ศาลตัดสินให้ Zipmex คืนสินทรัพย์บางส่วนและจ่ายดอกเบี้ยหรือค่าชดเชยตามมูลค่าที่พิสูจน์ได้
- คดีที่ยกฟ้อง
- บางกรณีศาลไม่รับฟ้อง เพราะผู้ฟ้องไม่สามารถพิสูจน์ว่าเหรียญที่สูญหายเกิดจากการกระทำผิดของบริษัทโดยตรง หรือบางรายถือเหรียญที่อยู่ในโปรแกรมพันธมิตรต่างประเทศซึ่งบริษัทควบคุมไม่ได้
- คดีเหล่านี้ชี้ให้เห็น ความซับซ้อนของสินทรัพย์ดิจิทัลข้ามประเทศ และความยากในการฟ้องร้องในกรณี CeFi
ความคืบหน้าการบังคับใช้คำพิพากษา / การยื่นอุทธรณ์
- หลังคำพิพากษาเริ่มมี การบังคับชำระหนี้ตามศาล ทั้งคืนเหรียญและชดเชยเป็นเงินไทย
- แต่เนื่องจากบางเหรียญถูกฝากกับพันธมิตรต่างประเทศ จึงต้องผ่าน กระบวนการเรียกคืนข้ามประเทศ ซึ่งล่าช้าเป็นเดือนหรือปี
- ผู้บริหารและบริษัทได้ยื่น อุทธรณ์บางคดี โดยอ้างเหตุผลว่ามูลค่าที่เรียกร้องไม่ตรงกับความเป็นจริงหรือเป็นข้อผิดพลาดเชิงการประเมิน
- ขณะเดียวกัน ก.ล.ต. และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายยัง ติดตามสถานะการคืนสินทรัพย์อย่างใกล้ชิด และรายงานผู้เสียหายเกี่ยวกับความคืบหน้าเป็นระยะ
- ผู้เสียหายบางส่วนได้รับเงินคืนแล้ว ขณะที่บางส่วนยังต้องรอขั้นตอนทางกฎหมายเพิ่มเติม
ในช่วงปี 2022-2024 นั้น ผู้เสียหายได้สู้รวมตัวกันร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แน่นอนเลยว่ามีผลกระทบในวงกว้าง ผู้ที่ลงทุนแบบโปรเจคฝากประจำเข้าไป บอกเลยว่าไม่ได้คืน ในช่วงนี้ปรับกฎของ ก.ล.ต. ก็เข้มงวดขึ้น
ผลกระทบ ผู้เสียหาย มูลค่าขาดทุน
- ผู้เสียหายนับหมื่นราย สูญเงินรวมหลายพันล้านบาท
- หลังการระงับถอนเหรียญในปี 2022 ผู้ใช้หลายหมื่นรายในไทยและต่างประเทศไม่สามารถเข้าถึงสินทรัพย์ในบัญชีได้ โดยมีการประเมินมูลค่าความเสียหายรวมเกินกว่า 1,900 ล้านบาท
- ลูกค้ารายย่อยคือผู้รับเคราะห์หลัก
- นักลงทุนรายย่อยที่ฝากเหรียญไว้ใน Z-Wallet หรือผลิตภัณฑ์ ZipUp+ ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของแพลตฟอร์ม จึงสูญเงินเก็บทั้งหมดโดยไม่ทันตั้งตัว
- ผลกระทบลุกลามถึงระบบนิเวศคริปโตไทย
- เหตุการณ์ Zipmex ทำให้ความเชื่อมั่นใน Exchange ไทยสั่นคลอน นักลงทุนเริ่มแห่ถอนสินทรัพย์จากแพลตฟอร์ม CeFi (Centralized Finance) ไปเก็บไว้ในกระเป๋าเย็นหรือ DeFi
- แบรนด์ใหญ่ ผู้สนับสนุนถอนตัวทันที
- พันธมิตรทางธุรกิจอย่าง Plan B Media และผู้ถือหุ้นรายใหญ่บางส่วน ถอนชื่อออกจากการร่วมทุนหรือลบตรา Zipmex ออกจากโปรเจกต์ร่วมทันที เพื่อป้องกันผลกระทบทางชื่อเสียง
- เสียงผู้เสียหายกลายเป็นแรงผลักดันเชิงกฎหมาย
- การรวมตัวของผู้เสียหายเพื่อยื่นร้องเรียนต่อ ก.ล.ต., สคบ., และ DSI ทำให้รัฐต้องเร่งปรับแนวทางกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลให้รัดกุมมากขึ้น ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของกฎหมายคริปโตในไทย
จำนวนผู้เสียหายที่ลงทะเบียน / ประสานกับหน่วยงาน
- หลังเหตุการณ์ Zipmex ระงับถอนเงินและ Z-Wallet ถูกล็อก ผู้เสียหายจำนวนมากในไทย ติดต่อและลงทะเบียนกับ DSI (กรมสอบสวนคดีพิเศษ) เพื่อให้มีการตรวจสอบและดำเนินคดี
- ตัวเลขผู้เสียหายที่ลงทะเบียนกับ DSI ณ ปลายปี 2022 สูงกว่า 3,000 ราย และยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากผู้ถือบัญชีหลายรายพบว่าไม่สามารถถอนสินทรัพย์ได้
- การลงทะเบียนมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ด้าน
- รายงานความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดี
- ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐ เช่น การเรียกคืนสินทรัพย์หรือเข้าร่วมคดี Class Action
- สร้างข้อมูลรวมเพื่อประเมินมูลค่าความเสียหายทั้งหมด ของลูกค้า Zipmex ในประเทศไทย
มูลค่าความเสียหายรวม
- รายงานจาก Siam Blockchain ระบุว่ามูลค่าความเสียหายรวมของผู้ใช้ Zipmex ในไทยอยู่ที่ประมาณ 2,500–3,000 ล้านบาท
- ในสินทรัพย์ดิจิทัลหลัก ได้แก่ BTC, ETH, USDC, USDT และเหรียญอื่น ๆ ใน Z-Wallet / ZipUp+
- ความเสียหายแบ่งเป็นสองส่วนหลัก
- ส่วนที่อยู่ใน Trade Wallet สามารถถอนคืนได้บางส่วน แต่มีข้อจำกัดเรื่องปริมาณและช่วงเวลา
- ส่วนที่อยู่ใน Z-Wallet หรือฝากไว้กับพันธมิตรต่างประเทศ สูญเสียความสามารถในการเข้าถึงทันที และบางส่วนยังรอการคืนสินทรัพย์ในอนาคต
มูลค่านี้ยังไม่รวม ค่าความเสียหายทางจิตใจและค่าเสียโอกาส ซึ่งหากประเมินรวมแล้วอาจสูงกว่าตัวเลขทางการเงินหลายเท่า
ทาง DSI รับเรื่องนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นคดีที่มีมูลค่าสูง
ผลกระทบเชิงจิตใจ / สังคม / ความเชื่อมั่นในตลาดคริปโตไทย
- เหตุการณ์ Zipmex ส่งผลกระทบต่อ ความเชื่อมั่นในตลาดคริปโตไทยโดยตรง
- นักลงทุนหลายคนเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับ ความโปร่งใสของ Exchange และความเสี่ยง CeFi
- มีผู้ลงทุนบางส่วนสูญเสียความเชื่อมั่นและ เลิกลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ชั่วคราวหรือถาวร
- ผลกระทบเชิงจิตใจ
- ความเครียดและความกังวลเกี่ยวกับเงินลงทุน
- ความไม่แน่นอนเรื่องการคืนสินทรัพย์
- การสูญเสียความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ Exchange ในไทย
เหตุการณ์นี้ยังเป็น บทเรียนสังคม ให้ผู้ลงทุนตระหSนักถึงความเสี่ยงของการฝากเหรียญใน Exchange และความสำคัญของ การเก็บเหรียญใน Cold Wallet หรือส่วนตัว
กรณีผู้เสียหายบางราย “ถอดใจ” ไม่หวังได้เงินคืน
- แม้ DSI และหน่วยงานกำกับดูแลจะดำเนินการตรวจสอบ แต่ ผู้เสียหายบางส่วนสูญเสียความหวัง และยอมรับความเสียหายเป็น “เงินที่เสียไปแล้ว”
- มีผู้ลงทุนรายย่อยบางรายระบุว่า การรอการคืนเงินที่ไม่ชัดเจนหลายเดือนหรือหลายปี ทำให้ ยอมตัดใจไม่ฟ้องร้องหรือเข้าร่วมคดี Class Action
- กรณีเหล่านี้สะท้อนถึง ความสูญเสียเชิงจิตใจและความสิ้นหวัง ที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งไม่สามารถประเมินเป็นตัวเงินได้ แต่เป็นหนึ่งในผลกระทบสำคัญของวิกฤต Zipme
จากการอัปเดตสถานะล่าสุด ผู้บริหารหลายคน ถูกสอบสวน เป็นคดีความ นักลงุทนที่จะมาลุงทุนใหม่กับ Zipmex ก็ไม่มีแล้ว
สถานะล่าสุด และ แนวโน้มอนาคต
- เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ (Rehabilitation)
- ศาลล้มละลายกลางอนุมัติให้ Zipmex Thailand เข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการในช่วงปลายปี 2023
- หลังจากที่บริษัทไม่สามารถชำระหนี้คืนให้ผู้ใช้ตามกำหนดได้
- ทีมผู้ทำแผนได้รับมอบหมายให้เจรจากับเจ้าหนี้และหาผู้ลงทุนรายใหม่เพื่อชดเชยความเสียหาย
- หนี้กว่า 1.9 พันล้านบาท ยังไม่จ่ายคืนครบ
- ข้อมูลจากรายงานของเจ้าหนี้และผู้เสียหายหลายรายยืนยันว่า
- ณ ปี 2025 ยังไม่มีการคืนสินทรัพย์ให้ลูกค้าอย่างเต็มรูปแบบ
- มีเพียงบางส่วนที่ได้รับเหรียญคืนในอัตราส่วนต่ำ (บางรายไม่ถึง 5%)
- การขายกิจการให้ผู้ลงทุนใหม่ล่มหลายครั้ง
- เดิม Zipmex เคยมีดีลขายกิจการให้ผู้ลงทุนสิงคโปร์ แต่ภายหลังดีลล่มจากปัญหาทางการเงินของผู้ซื้อ ทำให้บริษัทขาดสภาพคล่องยาวนานขึ้น
- ทีมผู้บริหารเดิมหลายคนลาออกหรือหายตัวไปจากวงการ
- ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหารระดับสูงบางส่วนยุติบทบาทไปตั้งแต่ช่วงกลางปี 2023
- บางรายมีรายงานว่ากำลังถูกตรวจสอบในหลายประเทศ รวมถึงสิงคโปร์และไทย
- แพลตฟอร์ม Zipmex Thailand ยังเปิดหน้าเว็บอยู่ แต่จำกัดการใช้งาน
- เว็บไซต์หลักยังออนไลน์เพื่อแจ้งข้อมูลทางกฎหมายและประกาศจากผู้ทำแผนเท่านั้น
ไม่มีการเปิดเทรดหรือฝากถอนใด ๆ ทั้งสิ้น
- เว็บไซต์หลักยังออนไลน์เพื่อแจ้งข้อมูลทางกฎหมายและประกาศจากผู้ทำแผนเท่านั้น
DSI รับคดี Zipmex เป็นคดีพิเศษ (คดี 43/2568)
- หลังจากเหตุการณ์วิกฤตการระงับถอนและ Z-Wallet ถูกล็อก DSI รับเรื่อง Zipmex เป็น คดีพิเศษ (คดี 43/2568) เพื่อให้มีการสืบสวนอย่างเข้มข้นและรวดเร็ว เนื่องจากเป็นคดีที่มีผู้เสียหายจำนวนมากและมูลค่าความเสียหายสูง
- การขึ้นทะเบียนเป็น คดีพิเศษ ทำให้ DSI สามารถใช้มาตรการพิเศษในการสอบสวน เช่น
- เรียกเอกสารและบัญชีสินทรัพย์จากผู้บริหาร
- ตรวจสอบการทำธุรกรรมทั้งในและต่างประเทศ
- ประสานงานกับหน่วยงานกำกับดูแลต่างประเทศเพื่อสืบทรัพย์สินที่ถูกฝากไว้กับพันธมิตร
เปิดรับลงทะเบียนผู้เสียหายในปี 2568
- DSI เปิดระบบลงทะเบียนผู้เสียหายตั้งแต่ต้นปี 2568 เพื่อรวบรวมข้อมูลของผู้ถือบัญชี Trade Wallet, Z-Wallet และ ZipUp+
- ผู้เสียหายที่ลงทะเบียนต้องระบุข้อมูลหลัก เช่น
- ชื่อบัญชีและประเภทเหรียญ
- จำนวนเหรียญ ณ วันที่เกิดเหตุ
- หลักฐานการถือครอง เช่น Screenshot, Transaction History
- เส้นตายการลงทะเบียน คือ 31 กรกฎาคม 2568 หลังจากนั้นจะไม่สามารถเข้าร่วมในกระบวนการคืนสินทรัพย์หรือเรียกร้องชดเชยได้ ซึ่งวันเวลาดังกล่าวได้ผ่านมาแล้ว
ภาพนี้แสดงถึงผู้เสียหายจาก Zipmex ตั้งกลุ่ม ร่วมสู้ Zipmex ร้องต่อ DSI และ ก.ล.ต. เพื่อได้เงินคืน และ ลงโทษแก่ผู้กระทำผิด
คำพิพากษาล่าสุด / ความคืบหน้าล่าสุดในการดำเนินคดี
- ขณะนี้ DSI ได้ดำเนินการสอบสวนเสร็จสิ้นและส่งฟ้องผู้บริหาร Zipmex Thailand ในหลายคดี ทั้ง คดีอาญา ฐานฉ้อโกงประชาชน, ให้ข้อมูลเท็จ, ปกปิดความจริง และ คดีแพ่งกลุ่ม (Class Action)
- คดีอาญาบางส่วนศาลมีคำพิพากษาแล้ว เช่น จำคุก 5 ปี เอกลาภ ยิ้มวิไล แต่บางคดียังอยู่ในขั้น การอุทธรณ์และพิจารณาคดีเพิ่มเติม
- คดีแพ่งกลุ่มอยู่ระหว่าง กระบวนการบังคับชำระสินทรัพย์ และบางคดีศาลสั่ง คืนสินทรัพย์บางส่วนเป็นคริปโตหรือชดเชยเป็นเงินไทย
ความเป็นไปได้ในการคืนเงินให้ผู้เสียหาย
- ทรัพย์สินที่อยู่ในความครอบครองของ Zipmex Thailand
- เหรียญบางส่วนยังอยู่ในกระเป๋าของบริษัทโดยตรง สามารถคืนได้ทันที
- ทรัพย์สินที่ฝากกับพันธมิตรต่างประเทศ
- เช่น Babel Finance หรือ Celsius Network
- หากพันธมิตรประสบปัญหา การเรียกคืนอาจล่าช้าหรือไม่สามารถเรียกคืนได้เต็มจำนวน
- ข้อจำกัดทางกฎหมายและคำสั่งศาล
- บางทรัพย์สินต้องรออนุมัติจากศาลเพื่อคืนผู้เสียหาย
- มีความเป็นไปได้หรือไม่ ?
- ผู้เสียหายบางส่วนจะได้รับเงินคืนเป็น สัดส่วนที่ตรวจสอบได้
- เหรียญที่สูญหายหรืออยู่ในมือพันธมิตรต่างประเทศมี โอกาสคืนไม่ครบ 100%
- การชดเชยบางส่วนอาจมาในรูป เงินไทย หรือสินทรัพย์อื่นที่มีมูลค่าเทียบเท่า
- สิ่งที่ผู้เสียหายต้องรอคือ
- ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องขอคืนทรัพย์กับศาลล้มละลายตามขั้นตอนที่กำหนด
- รอการฟื้นฟูกิจการของ Zipmex และแผนการจ่ายคืนจากผู้บริหารหรือผู้ซื้อกิจการรายใหม่
- หากมีผู้เข้ามาซื้อกิจการหรือร่วมลงทุน อาจได้เงินหรือเหรียญคืนบางส่วนตามสัดส่วนที่ตกลง
- ต้องติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากศาลและผู้ทำแผนฟื้นฟูอย่างใกล้ชิด
จากภาพที่เห็นในปัจจุบันนี้ เชื่อเลยว่าเป็นเรื่องที่เอาคืนได้ยากมาก ๆ หรือ แทบที่จะเป็นไปไม่ได้สำหรับการได้เงินคืนจาก Zipmex บางส่วนก็ควรที่จะต้องทำใจยอมรับความเสี่ยงตรงนี้ แน่นอนเลยว่ามีหลายคนถอดใจไปแล้วนั่นเอง
ภาพนี้เผยถึงประกาศล่าสุดในเว็บไซต์ของ Zipmex ที่อัพเดทล่าสุดแค่มี 2024 ที่ได้บอกว่า โอนเงินคืนให้กับลูกค้าแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการอัปเดตใด ๆ
ความเสี่ยง และ ปัจจัยที่ต้องจับตา
- ทรัพย์สินจำเลย
- หากทรัพย์สินของบริษัทถูกขายหรือใช้ไปกับพันธมิตรต่างประเทศ การเรียกคืนจะล่าช้าและมีความซับซ้อนทางกฎหมาย
- ข้อจำกัดทางกฎหมาย
- กระบวนการบังคับคดีอาจช้าเพราะสินทรัพย์ข้ามประเทศ
- การชำระคืนต้องทำตามคำสั่งศาลและก.ล.ต. เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายไทย
- ความพร้อมของหน่วยงาน
- DSI และก.ล.ต. ต้องประสานกับหลายหน่วยงานทั้งในไทยและต่างประเทศ
- การตรวจสอบยอดคงเหลือและการโอนคืนต้องใช้เวลาและระบบตรวจสอบที่เข้มงวด
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ การคืนสินทรัพย์อาจล่าช้าและไม่ครบถ้วน แต่เป็นขั้นตอนสำคัญในการฟื้นความเชื่อมั่นของผู้เสียหายและตลาดคริปโตไทย
ภาพเผยถึงข้อสรุปที่ Zipmex สร้างเอาไว้ ให้วงการคริปโตไทย สะเทือนไปตาม ๆ กัน
ผลสะเทือนต่อวงการคริปโตไทย & ความเชื่อมั่นนักลงทุน
- นักลงทุนไทยถอนเงินจาก Exchange ในประเทศไปยังกระเป๋าส่วนตัวและแพลตฟอร์มต่างประเทศ
- ความเชื่อมั่นต่อ Exchange ไทยพังทลาย นักลงทุนตั้งคำถามเรื่องความปลอดภัยของสินทรัพย์
- แพลตฟอร์มอื่น ตัวอย่างเช่น Bitkub ปรับระบบ Proof of Reserve และชะลอบริการเสี่ยงสูง
- ก.ล.ต. ปรับกฎหมายและแนวทางกำกับดูแลเข้มขึ้น ทั้งการแยกสินทรัพย์ลูกค้าและการเปิดเผยความเสี่ยง
- ภาพลักษณ์วงการคริปโตไทยเสียหาย นักลงทุนใหม่ระมัดระวังมากขึ้นและหันไปใช้ Exchange ต่างประเทศ
ความเชื่อมั่นพังทลายชั่วข้ามคืน
- หลัง Zipmex ประกาศ “ระงับถอน” นักลงทุนไทยจำนวนมากเริ่มตระหนักถึงความเสี่ยงของการฝากเหรียญไว้ใน Exchange
- เงินหลายพันล้านบาทไหลออกจากกระดานเทรดในประเทศไปยังกระเป๋าเย็น (Cold Wallet) หรือ Exchange ต่างประเทศ
- คำถามที่เคยไม่ถูกถาม เช่น “เหรียญของเราถูกเก็บไว้ที่ไหน?” “ถ้าแพลตฟอร์มล้ม เราจะได้เงินคืนไหม?” กลายเป็นคำถามหลักของวงการ
- ความเชื่อมั่นที่เคยมีต่อ Exchange ไทย โดยเฉพาะแพลตฟอร์มที่โฆษณาความปลอดภัยสูง ถูกสั่นคลอนจนแทบหมด
ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวเพื่ออยู่รอด
- Bitkub เริ่มออกมาตรการตรวจสอบ “Proof of Reserve” เพื่อยืนยันสินทรัพย์ลูกค้า
- หลายแพลตฟอร์มปรับระบบเก็บสินทรัพย์ (Custody) แยกชัดระหว่าง “เงินลูกค้า” กับ “เงินบริษัท”
- บริการที่มีลักษณะคล้าย “ฝากกินดอกเบี้ย” เช่น ZipUp+, Staking หรือ Lending ถูกระงับหรือชะลอการเปิดให้บริการ
- บริษัทเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยหันมาใช้ระบบเก็บสินทรัพย์ร่วมกับพันธมิตรต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตระดับสากล
- แนวโน้มใหม่ของอุตสาหกรรมคือ “ความโปร่งใสต้องมาก่อนการตลาด”
นักลงทุนบางรายหมดตัว เสียเงินออม ถูกมองว่า คริปโตเป็นการพนันมากกว่าการลงทุน (ถูกมองว่าเป็นแชร์ลูกโซ่)
ผลต่อกฎหมายและกรอบกำกับดูแลของ ก.ล.ต.
- เหตุการณ์ Zipmex กลายเป็นกรณีศึกษาให้ ก.ล.ต. และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทบทวนบทบาทของ Exchange
- ก.ล.ต. ออกแนวทางใหม่บังคับให้ Exchange ต้องเปิดเผย Proof of Fund และรายงานสถานะสินทรัพย์ลูกค้าทุกไตรมาส
- การโฆษณาเชิญชวนลงทุนถูกควบคุมเข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะเนื้อหาที่ให้ผลตอบแทน “คงที่” หรือ “การันตี”
- มีการผลักดันให้แยก “บริการเทรด” ออกจาก “บริการคล้ายสถาบันการเงิน” เพื่อป้องกันการเกิดเหตุแบบ Zipmex อีก
- รัฐเริ่มเปิดเวทีหารือเพื่อออก “กฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลฉบับปรับปรุง” ซึ่งจะเพิ่มบทลงโทษและอำนาจกำกับมากขึ้น
ผลกระทบเชิงสังคมและภาพลักษณ์วงการคริปโต
- Zipmex เคยถูกมองว่าเป็น “ความภาคภูมิใจของคริปโตไทย” เพราะมีสาขาในหลายประเทศและได้รับการสนับสนุนจาก VC ต่างชาติ
- หลังเหตุการณ์ล่ม นักลงทุนบางรายสูญเสียเงินออมทั้งชีวิต และกลายเป็นเสียงวิจารณ์ว่า “คริปโตคือการพนันไม่ต่างจากแชร์ลูกโซ่”
- สื่อมวลชนและสาธารณะเริ่มตั้งคำถามต่อระบบการกำกับ Exchange ไทย ว่า “เพียงพอจริงหรือไม่”
- ความนิยมในการเทรดลดลงชั่วคราว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เริ่มต้นที่เคยเข้ามาเพราะแรงโฆษณาเรื่องผลตอบแทนสูง
- ความเชื่อมั่นใน “แบรนด์ไทย” หายไป นักลงทุนใหม่หันไปใช้ Exchange ต่างประเทศที่มีชื่อเสียงระดับโลกแทน
ผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้าง
- การล่มของ Zipmex ส่งผลต่อการไหลเวียนของสภาพคล่องในตลาดคริปโตไทย โดยเฉพาะคู่เทรด BTC/THB และ USDT/THB ที่เคยมีปริมาณสูง
- บริษัทเทคฟินไทยที่เกี่ยวข้องกับคริปโต เช่น ผู้ให้บริการชำระเงินและโบรกเกอร์สินทรัพย์ดิจิทัล ถูกนักลงทุนชะลอความร่วมมือ
- สถาบันการเงินที่เคยร่วมมือกับ Zipmex เช่น ธนาคารหรือฟินเทคพาร์ตเนอร์ ต้องรีบออกมา “แยกตัว” เพื่อรักษาภาพลักษณ์
- ภาคเอกชนบางรายเสนอให้มีกองทุนคุ้มครองผู้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล คล้ายกองทุนคุ้มครองเงินฝาก
ภาพที่เผยถึงวันที่ Zipmex รุ่งเรือง บอกถึงความสำเร็จของตนเอง แต่ตัดภาพมาเพียงไม่กี่ปี ก็กลายเป็นล้มเหลว ผู้ใช้บริการต้องไปรวมตัวกันฟ้องศาลเพื่อต้องการเงินคืน
แนวโน้มระยะยาวของตลาดคริปโตไทยหลังเหตุ Zipmex
- นักลงทุนรุ่นใหม่เน้น “ความปลอดภัยก่อนผลตอบแทน” ศึกษา Whitepaper, Team, และ Proof of Reserve ก่อนลงทุน
- การใช้ Exchange ต่างประเทศ เช่น Binance หรือ Coinbase เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่
- โครงการ Web3 ไทยเริ่มหันมาพัฒนาแพลตฟอร์มแบบกระจายศูนย์ (DeFi) มากกว่า Custodial Exchange
- ภาครัฐเดินหน้าจัดทำ Sandbox สำหรับบริษัทที่ต้องการทดลองระบบสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้กรอบที่ปลอดภัย
- วงการคริปโตไทยเข้าสู่ “ยุคแห่งความระมัดระวัง” ที่ความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และความรับผิดชอบคือหัวใจสำคัญ
ภาพแสดงถึง “บทเรียน ของการซื้อคริปโต” ถ้าไม่ใช่ Private key ที่ถือเงิน เหรียญก็จะไม่ใช่ของคุณ
บทเรียน กับ ข้อถกเถียงที่หลงเหลือ
- การฝากเหรียญไว้ใน Exchange ไม่ใช่การ “ถือครองเหรียญจริง”
- เหรียญทั้งหมดในบัญชี Exchange คือ “ตัวเลขในระบบ” ซึ่งขึ้นอยู่กับความซื่อสัตย์และสภาพคล่องของบริษัท
หากบริษัทล้ม เหรียญคุณอาจไม่มีอยู่จริงในกระเป๋า Blockchain เลย
- เหรียญทั้งหมดในบัญชี Exchange คือ “ตัวเลขในระบบ” ซึ่งขึ้นอยู่กับความซื่อสัตย์และสภาพคล่องของบริษัท
- โปรดระวังผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง
- ZipUp+ เคยเสนอผลตอบแทนสูงสุดกว่า 10% ต่อปี แต่ไม่เปิดเผยว่าปล่อยกู้ให้ใคร
- นี่คือสัญญาณเตือนที่นักลงทุนมองข้าม เพราะคำว่า “ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต.” กลบเสียงเตือนทั้งหมด
- การกำกับดูแลยังมีช่องว่าง
- แม้ Zipmex จะอยู่ภายใต้ใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย แต่ผลิตภัณฑ์บางส่วน (อย่าง ZipUp+) กลับอยู่ในต่างประเทศ
- ทำให้ ก.ล.ต. ไม่สามารถควบคุมได้เต็มรูปแบบ กลายเป็นจุดหลบหลีกของความเสี่ยง
- วงการคริปโตไทยต้องกลับมาทบทวนความเชื่อมั่น
- เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากย้ายเหรียญออกจาก Exchange
- กลับไปให้ความสำคัญกับแนวคิด “Not your keys, not your coins”
- ถ้าไม่ได้ถือ Private Key ด้วยตัวเอง แปลว่าเหรียญนั้นไม่ใช่ของคุณ
- สังคมเริ่มเรียกร้องความรับผิดชอบจากผู้ประกอบการมากขึ้น
- Zipmex กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้สังคมไทยเริ่มมองธุรกิจคริปโตอย่างมีเหตุผล
- ไม่หลงกับโฆษณา “ผลตอบแทนสูง ปลอดภัย ได้ใบอนุญาต” อีกต่อไป
ดอกเบี้ยสูงผิดปกติ vs ความเสี่ยง
- Zipmex เคยเสนอโปรแกรม ZipUp+ ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาดปกติอย่างมาก ทำให้หลายคนลงทุนโดยไม่พิจารณาความเสี่ยงเชิงลึก
- ปัญหาหลักคือ ผู้ลงทุนมักเชื่อดอกเบี้ยสูงโดยไม่ตรวจสอบความโปร่งใสของบริษัท
- ไม่ทราบว่าเหรียญถูกฝากไว้กับพันธมิตรต่างประเทศหรือใช้กับธุรกรรมอื่น
- ไม่ได้พิจารณาความเสี่ยงเรื่อง ล้มละลายของพันธมิตร หรือความผันผวนของสินทรัพย์
- ผลตอบแทนสูงมักมาพร้อมความเสี่ยงสูง และผู้ลงทุนต้องใช้ดุลพินิจ ตรวจสอบความโปร่งใสก่อนลงทุน
บทบาทของหน่วยงานกำกับดูแล ปัญหา / จุดแข็ง
จุดแข็ง
- ก.ล.ต. ออกคำสั่งระงับบริการทันทีเมื่อพบความเสี่ยงต่อผู้ลงทุน
- DSI รับคดีเป็น คดีพิเศษ เพื่อเร่งกระบวนการสอบสวน
- การติดตามและรายงานความคืบหน้าช่วยให้ผู้เสียหายมีข้อมูลและสร้างความโปร่งใส
ปัญหา
- การดำเนินการล่าช้าบางกรณี ทำให้ผู้เสียหายต้องรอนาน
- ข้อจำกัดเรื่องการบังคับใช้กฎหมายข้ามประเทศ ทำให้บางทรัพย์สินเรียกคืนได้ไม่ครบ
แนวทางป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ซ้ำ
- กฎหมายและมาตรฐาน
- เพิ่มการกำกับดูแล Exchange แบบ CeFi และกฎหมายควบคุมความโปร่งใสของโปรแกรมให้ผลตอบแทนสูง
- บังคับให้ แยกทรัพย์สินลูกค้าออกจากสินทรัพย์บริษัท (Segregated Wallet)
- ความรู้ผู้ลงทุน
- สร้างความตระหนักว่าการลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง
- ตรวจสอบ Exchange และพันธมิตรก่อนลงทุน
- อย่าหลงเชื่อผลตอบแทนสูงเกินจริงโดยไม่พิจารณาความเสี่ยง
มุมมองในอนาคต จะมี “แพลตฟอร์มคริปโตชื่อเสียงดี” กลับมาไหม?
- แนวโน้มในไทย: แม้ Zipmex ล้มเหลว แต่ตลาดยังมีโอกาสฟื้นตัว
- ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ แพลตฟอร์มชื่อเสียงดีเกิดขึ้นอีก คือ
- การมี กฎหมายและมาตรฐานกำกับดูแลที่ชัดเจน
- การสร้าง ความโปร่งใสและความเชื่อถือกับลูกค้า
- การเน้น ความรู้และความระมัดระวังของผู้ลงทุน
- อนาคตอาจเห็น Exchange ขนาดกลางถึงใหญ่ที่มี ความมั่นคงทางการเงินและความโปร่งใสสูง กลับมาแข่งขันในตลาด
จากการเปิดตัวตั้งแต่ปี 2020 ของ Zipmex แต่ 2 ปีต่อมาก็ทำเอาวงการคริปโตสะเทีอน แต่สำหรับปี 2025 ในช่วงนี้ก็กำลังต่อสู้ กันอยู่เกี่ยวกับ การฟ้องร้อง ได้รับเงินคืน
คลิปที่น่าสนใจ
- ขอแนะนำคลิปข่าวที่น่าสนใจล่าสุดของ ZIPMEX คือ DSI ได้รับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ DSI เปิดลงทะเบียน ผู้เสียหายจากบริษัทซิปเมกซ์ สิ้นสุด 31 ก.ค 68 รวมความเสียหายกว่า 600 ล้านบาท
- เป็นข่าวที่อัปเดทล่าสุด นับตั้งแต่มีคดีความปี 2020
สรุป
- Zipmex ก่อตั้งปี 2018 โดยนักลงทุนจากสิงคโปร์และออสเตรเลีย ตั้งเป้าเป็นแพลตฟอร์มคริปโตเชื่อมเอเชีย-โลก
- เปิดบริการ Exchange และ Wallet รองรับ BTC, ETH, XRP, ADA พร้อมโปรแกรม ZipUp+ ให้ผลตอบแทนสูง
- กลางปี 2022 ประสบปัญหาสภาพคล่องจากการลงทุนกับพันธมิตรต่างประเทศ
- กรกฎาคม 2022 ประกาศระงับการถอนเงินจาก Z-Wallet และ Trade Wallet
- ก.ล.ต. ยื่นฟ้องผู้บริหาร Zipmex ฐานแสดงข้อความเท็จและปกปิดข้อมูลสำคัญต่อผู้ลงทุน
- ศาลตัดสินจำคุกเอกลาภ ยิ้มวิไล 5 ปี ฐานฉ้อโกงประชาชน พร้อมคดีแพ่งเรียกร้องชดเชยจากผู้เสียหาย
- DSI รับคดี Zipmex เป็นคดีพิเศษ (คดี 43/2568) และเปิดลงทะเบียนผู้เสียหายในปี 2568 เส้นตาย 31 กรกฎาคม
- ผู้เสียหายหลายร้อยรายประสบความเสียหายรวมหลายร้อยล้านบาท ทั้ง BTC, ETH, USDC, USDT
- ผู้ลงทุนหลายรายสูญเสียความเชื่อมั่น บางส่วนยอมตัดใจไม่หวังได้เงินคืน
- แม้ Zipmex ประสบปัญหา แต่ตลาดคริปโตไทยยังมีโอกาสฟื้นตัวโดยต้องมีมาตรการกำกับดูแลและความโปร่งใสมากขึ้น
อ้างอิง
- Zipmex เผยดีลร่วมทุนใกล้จบแล้ว เตรียมเข้าพบ ก.ล.ต. และหน่วยงานรัฐ: https://thestandard.co/zipmex-deal-done-soon/
- ซิปเม็กซ์ (Zipmex) ประกาศดีลใกล้จบ ยื่นจดหมายขอเข้าพบสำนักงาน ก.ล.ต. และหน่วยงานภาครัฐ: https://www.prachachat.net/public-relations/news-1028771
- ผู้บริหาร Zipmex คาดปิดดีลร่วมทุนเพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่อง: https://thestandard.co/zipmex-expects-to-close-joint-venture-deal/
- ก.ล.ต. สั่ง Zipmex แก้ไขสถานะเงินกองทุน และดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้า: https://www.sec.or.th/TH/Pages/News_Detail.aspx?SECID=10843
- คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีคำสั่งให้ Zipmex เปิดซื้อขายตาม Trading rules: https://www.smarttoinvest.com/Pages/News%20and%20Activity/SEC-News/ordered-Zipmex-open-platform-comply-trading-rules.aspx
- วิกฤต Zipmex – แจงยอดเสียหายกว่า 1.8 พันล้านบาท (คลิป YouTube): https://www.youtube.com/watch?v=qDfDLVPwAGc
- ก้าวที่ยิ่งใหญ่ของ Zipmex… ระดมทุน Series B 1.3 พันล้านบาท: https://thestandard.co/zipmex/
- ย้อน Timeline คดี Zipmex ถึงปัจจุบัน: https://moneyandbanking.co.th/2024/115762/
- จำคุก 5 ปี เอกลาภ ยิ้มวิไล ฐานฉ้อโกงประชาชน: https://moneyandbanking.co.th/2025/156055/
- Zipmex Archives — บทความต่าง ๆ เกี่ยวกับ Zipmex: https://thestandard.co/tag/zipmex/
- นัดแรก Class Action คดี Zipmex — จำเลยบางรายไม่มาตามนัด: https://moneyandbanking.co.th/2025/153804/
- Zipmex ได้ใบอนุญาตในไทย: https://www.theblock.co/post/53453/asian-crypto-exchange-zipmex-gets-a-license-in-thailand-eyes-vietnam-expansion-next
- ศาลอาญายกฟ้อง Zipmex / เอกลาภ คดีฉ้อโกง: https://moneyandbanking.co.th/2024/115566/
- Zipmex under scrutiny — Thailand orders suspension: https://www.financemagnates.com/cryptocurrency/zipmex-under-scrutiny-thailand-orders-suspension-over-financial-irregularities/
- Zipmex แต่งตั้งบริษัทรีสตรักเจอริงเพื่อช่วยดำเนินแผนฟื้นฟู: https://blockworks.co/news/zipmex-taps-restructuring-firm-as-it-fights-to-stay-afloat
- SEC เสนอเพิกถอนใบอนุญาตของ Zipmex: https://fintechnews.sg/89219/thailand/thailands-sec-proposes-to-revoke-crypto-exchange-zipmexs-license/
FAQ – สรุปข่าว zipmex ทุกแง่มุม Timeline ตั้งแต่เริ่มต้นหายนะ จนถึงตอนนี้
บทเรียนใหญ่คือ “อย่าไว้ใจชื่อเสียงมากกว่าโครงสร้างจริงของระบบ” นักลงทุนควรถามเสมอว่า
- เงินที่ฝากอยู่ในกระดานนั้น “ถูกเก็บไว้ที่ไหน?”
- บริษัทมีใบอนุญาตครบทุกประเภทหรือไม่?
- และมีกลไกประกันสินทรัพย์หรือ Cold Storage จริงหรือเปล่า?
- เพราะในโลกคริปโต ความโปร่งใสคือสิ่งเดียวที่ซื้อไม่ได้ด้วยการตลาด Zipmex จึงกลายเป็นกรณีศึกษาที่เจ็บปวดว่า “ชื่อเสียงในวงการ ไม่ได้แปลว่าเงินคุณจะปลอดภัย”


























