เทคนิคการเทรดสั้น

นักเทรดทุกคน! วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจกันมาก นั่นก็คือ “การเทรดสั้น 5 นาที” หรือที่เรียกกันว่า Scalping” นั่นเอง! นักเขียนรู้ว่าหลายคนอาจกำลังคิดว่า “5 นาทีเนี่ยนะ? จะทำกำไรได้จริงเหรอ?” เชื่อเถอะนะ ไม่เพียงแต่ทำได้ แต่ถ้าทำเป็น มันยังสามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าทึ่งได้อีกด้วย!

แต่ก่อนที่เราจะไปดู 7 เทคนิคขั้นเทพกัน อยากให้ทุกคนเข้าใจก่อนว่า การเทรดสั้น 5 นาทีนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นะ ต้องการความเร็ว สมาธิ และการตัดสินใจที่แม่นยำ ถ้าคุณเป็นคนใจร้อน หรือชอบคิดนานๆ ละก็อาจจะไม่เหมาะกับคุณเท่าไหร่

แต่! ถ้าคุณพร้อมที่จะท้าทายตัวเอง และอยากลองอะไรที่เร้าใจ ขอแนะนำให้อ่านบทความนี้จนจบ เพราะนักเขียนจะเปิดเผย 7 เทคนิคขั้นเทพที่จะช่วยให้คุณกลายเป็น Scalper ตัวจริงได้ในเร็ววัน!

เทคนิคที่ 1 คือ รู้เขารู้เรา เลือกคู่เงินและช่วงเวลาให้เป๊ะ

ก่อนอื่น เราต้องเลือกคู่เงินที่เหมาะกับการเทรดสั้น 5 นาทีก่อน ไม่ใช่ว่าทุกคู่เงินจะเหมาะนะครับ เราต้องหาคู่เงินที่มีสภาพคล่องสูงและ Spread ต่ำ

แนะนำคู่เงินยอดนิยมสำหรับ Scalping

  • EUR/USD
  • GBP/USD
  • USD/JPY
  • USD/CHF
  • AUD/USD

ทำไมต้องเป็นคู่เงินเหล่านี้? เพราะพวกมันมี Spread แคบมาก บางทีแค่ 0.1-0.3 pips เท่านั้น! นั่นหมายความว่า คุณไม่ต้องรอให้ราคาวิ่งไกลมากก็ทำกำไรได้แล้ว

นอกจากนี้ ช่วงเวลาก็สำคัญไม่แพ้กัน ขอแนะนำให้เทรดในช่วงที่ตลาดหลักๆ เปิด

  • ตลาดลอนดอน: 14:00 – 23:00 น. (เวลาไทย)
  • ตลาดนิวยอร์ก: 20:00 – 05:00 น. (เวลาไทย)

ช่วงที่สองตลาดนี้ทับซ้อนกัน (20:00 – 23:00 น.) ถือเป็นช่วงทองของ Scalper เลย เพราะสภาพคล่องสูงมาก ราคาเคลื่อนไหวเร็ว โอกาสทำกำไรเยอะ!

เทคนิคที่ 2 คือ อ่านเกมให้ออก ใช้ Indicator แบบเซียน

การเทรดสั้น 5 นาทีนี่ เราไม่มีเวลามานั่งวิเคราะห์นานๆ ต้องใช้ Indicator ที่ให้สัญญาณเร็วและแม่นยำ ขอแนะนำ 3 ตัวที่ Scalper มืออาชีพใช้กัน

Bollinger Bands (BB)

  • ตั้งค่า: Period 20, Deviation 2
  • วิธีใช้: เมื่อราคาแตะหรือทะลุแนวบนของ BB ให้เตรียม Sell, แตะหรือทะลุแนวล่างให้เตรียม Buy

Relative Strength Index (RSI)

  • ตั้งค่า: Period 14
  • วิธีใช้: RSI เกิน 70 = โซน Overbought (เตรียม Sell), RSI ต่ำกว่า 30 = โซน Oversold (เตรียม Buy)

Moving Average Convergence Divergence (MACD)

  • ตั้งค่า: Fast EMA 12, Slow EMA 26, Signal Line 9
  • วิธีใช้: MACD ตัดขึ้นเหนือ Signal Line = สัญญาณ Buy, ตัดลงใต้ = สัญญาณ Sell

เคล็ดลับเด็ด: อย่าใช้ Indicator ตัวเดียว! ใช้หลายๆ ตัวร่วมกันเพื่อยืนยันสัญญาณ ยิ่งมีการยืนยันจากหลาย Indicator โอกาสสำเร็จก็ยิ่งสูง

เทคนิคที่ 3 คือ จับจังหวะให้ไว โดยใช้เทคนิค “ไฟแดงไฟเขียว”

เทคนิคนี้เทรดเดอร์มักเรียกว่า “ไฟแดงไฟเขียว” เพราะมันช่วยให้เราตัดสินใจได้เร็วมากๆ

วิธีการคือ

  1. ดู Trend หลักจากกราฟ 15 นาที (ไฟเขียว = ขาขึ้น, ไฟแดง = ขาลง)
  2. กลับมาที่กราฟ 5 นาที มองหาการย่อตัวของราคา (Pull Back)
  3. รอให้ราคาเริ่มกลับตัวไปตาม Trend หลักอีกครั้ง
  4. ใช้ Indicator ยืนยันสัญญาณ (อย่างน้อย 2 ใน 3 ตัวที่แนะนำไปข้างต้น)
  5. เข้าเทรดทันทีเมื่อเห็นสัญญาณยืนยัน!

ตัวอย่าง: ถ้า Trend หลักเป็นขาขึ้น (ไฟเขียว) เรารอให้ราคาย่อตัวลงมาเล็กน้อย แล้วเริ่มกลับตัวขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับมี Indicator อย่างน้อย 2 ตัวให้สัญญาณ Buy ก็เข้าเทรด Buy ได้เลย!

เทคนิคที่ 4 คือ ตั้งเป้าหมายให้ชัดใช้กฎ 10-10

ในการเทรดสั้น 5 นาที เราไม่ได้หวังกำไรมหาศาล แต่เน้นทำกำไรบ่อยๆ ขอแนะนำ “กฎ 10-10” เนื่องจาก

  • Take Profit (TP): 10 pips
  • Stop Loss (SL): 10 pips
  • ทำไมถึงเป็น 10 pips? เพราะมันเป็นระยะที่ไม่ไกลเกินไป ทำได้จริงในเวลา 5 นาที และถ้าขาดทุนก็ไม่เจ็บตัวมาก
  • เคล็ดลับ: ถ้าคุณใช้ Lot Size 0.1 ต่อการเทรด 1 ครั้ง กำไรหรือขาดทุนจะอยู่ที่ประมาณ $10 ต่อการเทรด ซึ่งเหมาะสมมากสำหรับผู้เริ่มต้น

แต่! ถ้าคุณเห็นว่าราคากำลังวิ่งดีมาก อาจใช้ Trailing Stop แทน Stop Loss ปกติ โดยตั้งไว้ที่ 10 pips เช่นกัน เพื่อให้กำไรวิ่งได้ไกลขึ้นโดยไม่ต้องกังวล

เทคนิคที่ 5 คือ ควบคุมความเสี่ยง กฎ 1% สุดเทพ

การเทรดสั้นแบบนี้ มีโอกาสพลาดได้ง่าย เราต้องควบคุมความเสี่ยงให้ดี “กฎ 1%” คือ

“ไม่เสี่ยงเกิน 1% ของเงินในบัญชีต่อการเทรด 1 ครั้ง”

ตัวอย่าง: ถ้าคุณมีเงินในบัญชี $1,000 คุณไม่ควรเสี่ยงเกิน $10 ต่อการเทรด 1 ครั้ง

วิธีคำนวณ Lot Size ที่เหมาะสม:

  • เงินที่ยอมเสี่ยงต่อการเทรด = 1% ของเงินในบัญชี
  • จำนวน pips ที่ยอมขาดทุน = 10 (ตามกฎ 10-10)
  • Lot Size = เงินที่ยอมเสี่ยง / (จำนวน pips x มูลค่าต่อ pip)

สมมติว่า 1 pip = $1 สำหรับ Lot Size 0.1 Lot Size ที่เหมาะสม = $10 / (10 x $1) = 0.1

นี่คือวิธีที่จะช่วยให้คุณอยู่รอดในระยะยาว ไม่ว่าจะเจอการขาดทุนติดต่อกันกี่ครั้งก็ตาม!

เทคนิคที่ 6 คือ เทรดตาม Momentum เทคนิค “คลื่นมหาสมุทร”

เทคนิคนี้เรียกว่า “คลื่นมหาสมุทร” เพราะเราจะเทรดตาม Momentum ของตลาด เหมือนการโต้คลื่นนั่นเอง

วิธีการคือ

  1. ใช้ Indicator ชื่อ “Momentum” บนกราฟ 5 นาที (มีในโปรแกรม MT4/MT5)
  2. ตั้งค่า Period ที่ 10
  3. สังเกตเส้น Momentum:
    • ถ้าเส้นอยู่เหนือระดับ 100 และกำลังพุ่งขึ้น = แนวโน้มขาขึ้นแรง (เตรียม Buy)
    • ถ้าเส้นอยู่ใต้ระดับ 100 และกำลังดิ่งลง = แนวโน้มขาลงแรง (เตรียม Sell)
  4. ยืนยันสัญญาณด้วย Indicator อื่นๆ ที่แนะนำไปก่อนหน้านี้
  5. เข้าเทรดทันทีเมื่อเห็นการยืนยันจาก 2-3 Indicator

เคล็ดลับ: ยิ่ง Momentum แรงเท่าไหร่ โอกาสทำกำไรในเวลาสั้นๆ ก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

เทคนิคที่ 7 คือ จิตวิทยาเทรดเดอร์ เทคนิค “สมาธิเซน”

เทคนิคสุดท้ายนี้อาจฟังดูไม่เกี่ยวกับการเทรด แต่เชื่อเถอะว่า มันสำคัญมาก! จะเรียกมันว่า “สมาธิเซน” เพราะมันเกี่ยวกับการควบคุมจิตใจและอารมณ์ในขณะเทรด

วิธีฝึก “สมาธิเซน”

  1. ก่อนเริ่มเทรด นั่งหายใจลึกๆ 5-10 ครั้ง เพื่อให้จิตใจสงบ
  2. ตั้งเป้าหมายประจำวันที่ชัดเจน เช่น “วันนี้จะทำกำไร 50 pips หรือขาดทุนไม่เกิน 30 pips”
  3. เมื่อถึงเป้าหมาย ให้หยุดเทรดทันที ไม่ว่าจะกำไรหรือขาดทุน
  4. ทุกครั้งที่เทรด ให้พูดกับตัวเองว่า “นี่แค่ 1 ใน 1,000 การเทรดในชีวิตของเรา”
  5. หากรู้สึกเครียดหรือโกรธ ให้หยุดเทรดทันที และกลับมาเมื่อจิตใจสงบ

เคล็ดลับสุดเทพ: ฝึก ทำสมาธิวันละ 10 นาที จะช่วยให้คุณมีสติและควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้นในระหว่างเทรด

การนำ 7 เทคนิคไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทีนี้คุณก็รู้ 7 เทคนิคขั้นเทพในการเทรดสั้น 5 นาทีแล้ว แต่การรู้อย่างเดียวไม่พอ ต้องนำไปใช้ให้เป็นด้วย! ขอแนะนำวิธีการนำไปใช้แบบครบวงจร ดังนี้

  • เริ่มต้นด้วยบัญชีทดลอง (Demo Account) อย่าเพิ่งรีบใช้เงินจริง! ฝึกใช้เทคนิคทั้ง 7 ข้อในบัญชีทดลองก่อน อย่างน้อย 1-3 เดือน หรือจนกว่าจะทำกำไรได้สม่ำเสมอ
  • จดบันทึกทุกการเทรด บันทึกทุกอย่าง ทั้งเหตุผลที่เข้าเทรด Indicator ที่ใช้ ผลลัพธ์ และความรู้สึก นี่จะเป็นข้อมูลสำคัญในการพัฒนาฝีมือ
  • วิเคราะห์ผลการเทรดทุกสัปดาห์ ดูว่าเทคนิคไหนได้ผลดีที่สุด อะไรที่ต้องปรับปรุง และมีข้อผิดพลาดอะไรที่ทำซ้ำๆ
  • ปรับแต่งให้เหมาะกับตัวเอง ไม่มีเทคนิคไหนที่เหมาะกับทุกคน 100% ลองปรับแต่งค่าต่างๆ เช่น TP/SL, ช่วงเวลาเทรด ให้เข้ากับสไตล์ของคุณ
  • ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ การเทรดสั้น 5 นาทีต้องการความชำนาญสูง ยิ่งฝึกมาก ยิ่งเก่ง! แนะนำให้ฝึกอย่างน้อยวันละ 2-3 ชั่วโมง
  • เรียนรู้จากความผิดพลาด ทุกครั้งที่ขาดทุน อย่าท้อ! ถือว่าเป็นค่าเรียน วิเคราะห์ว่าทำไมถึงผิดพลาด และหาวิธีป้องกันในครั้งต่อไป
  • อัพเดทความรู้อยู่เสมอ ตลาดการเงินเปลี่ยนแปลงเร็วมาก อ่านบทความ ดูวิดีโอ หรือเข้าร่วมสัมมนาเกี่ยวกับ Forex อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

ข้อควรระวังในการเทรดสั้น 5 นาที

แม้ว่าการเทรดสั้น 5 นาทีจะมีโอกาสทำกำไรสูง แต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน นี่คือสิ่งที่ต้องระวัง

  • อย่าโลภมาก การตั้งเป้าหมายกำไรที่สูงเกินไปอาจทำให้พลาดโอกาสทำกำไรเล็กๆ น้อยๆ แต่บ่อยครั้ง
  • ระวัง Over-trading การเทรดมากเกินไปในหนึ่งวันอาจนำไปสู่การตัดสินใจผิดพลาดเพราะความเหนื่อยล้า
  • อย่าเทรดช่วงข่าวสำคัญ ช่วงประกาศข่าวเศรษฐกิจสำคัญ ตลาดมักผันผวนมาก ยากต่อการควบคุม
  • ระวังค่า Spread บางช่วงเวลา Spread อาจกว้างขึ้น ทำให้ยากต่อการทำกำไรในเวลาสั้นๆ
  • อย่าใช้ Leverage สูงเกินไป Leverage สูงอาจทำให้บัญชีหมดเร็วมากหากเกิดความผิดพลาด

บทสรุป เทรดสั้น 5 นาที ทำได้จริงหรือ?

หลังจากที่เราได้เรียนรู้ 7 เทคนิคขั้นเทพในการเทรดสั้น 5 นาทีแล้ว คำถามสุดท้ายที่หลายคนอาจสงสัยคือ “มันทำได้จริงหรือ?” คำตอบคือ “ได้” แต่ก็มันไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่เหมาะกับทุกคน

การเทรดสั้น 5 นาทีต้องการ

  • ความเร็วในการตัดสินใจ
  • ความสามารถในการควบคุมอารมณ์
  • ความรู้เกี่ยวกับตลาดอย่างลึกซึ้ง
  • เงินทุนที่เพียงพอ
  • เวลาในการฝึกฝนและพัฒนาทักษะ

ถ้าคุณมีคุณสมบัติเหล่านี้ และพร้อมที่จะทุ่มเทเวลาและความพยายาม การเทรดสั้น 5 นาทีก็สามารถเป็นวิธีสร้างรายได้ที่น่าสนใจได้ แต่ถ้าคุณเพิ่งเริ่มต้น หรือไม่มีเวลามากพอ การเทรดในระยะยาวกว่านี้ เช่น Swing Trading หรือ Position Trading อาจเหมาะสมกว่า

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีวินัย จัดการความเสี่ยงอย่างรัดกุม และเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง