บัญชี Pro คืออะไร?
- บัญชี Pro คือประเภทบัญชีเทรดที่ออกแบบมาสำหรับนักเทรดที่มีประสบการณ์ หรือผู้ที่ต้องการเงื่อนไขการเทรดที่ดีกว่าบัญชีมาตรฐานทั่วไป
- จุดเด่นหลักของบัญชีนี้ คือ สเปรดแคบมาก บางครั้งเริ่มต้นที่ 0.0 pip แต่เสียเป็น “ค่าคอมมิชชั่นคงที่”
- โครงสร้างของบัญชี Pro ทำให้ต้นทุนการเทรดชัดเจนและสามารถคำนวณกำไรขาดทุนได้แม่นยำขึ้น
- เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสาย Scalping หรือ Day Trading ที่ต้องการความได้เปรียบทุกจุดทศนิยม
- พร้อมกับการส่งคำสั่งที่เร็วขึ้น (Low Latency Execution) และมีการเข้าถึงสภาพคล่อง (Liquidity) ที่สูงกว่า
- แม้ว่าบัญชี Pro จะให้ข้อได้เปรียบหลายอย่าง แต่ก็อาจมีข้อด้อยในเรื่อง
- ข้อกำหนดขั้นต่ำในการฝากเงิน
- เกณฑ์ประสบการณ์เทรด ที่ใช้ในการเปิดบัญชีด้วย
บัญชี Pro คือ “บัญชีระดับมือโปร” ที่ลดต้นทุนให้ต่ำสุด
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรได้สูงสุดสำหรับนักเทรดที่ต้องการความได้เปรียบเหนือคนอื่นในตลาด
ภาพแสดงถึงความแตกต่างของบัญชี Pro และ บัญชี Standard พร้อมทั้งคำอธิบายว่าทำไมการใช้บัญชี Pro ถึงอาจจะทำให้คุณที่เทรดบ่อย ๆ ได้เปรียบมากกว่าการใช้บัญชีธรรมดา
จุดเด่นของบัญชี Pro ที่หลายคนมองข้าม
- สเปรดต่ำชนิดสัมผัสได้
- บัญชี Pro ส่วนใหญ่ให้สเปรดเริ่มต้นตั้งแต่ 0.0 pip ต่างจาก บัญชี Standard ที่สเปรดสูงกว่า
- ทำให้เทรดเดอร์สามารถเปิด-ปิดออเดอร์ได้อย่างแม่นยำโดยไม่โดนกินกำไรเงียบ ๆ
- ค่าคอมมิชชั่นคงที่ โปร่งใส
- แม้ว่าจะมีการคิดค่าคอมมิชชั่น แต่ก็เป็นตัวเลขคงที่และชัดเจนเสมอ
- เทรดเดอร์มือใหม่หลายคนอาจรู้สึกว่ามันแพงกว่า แต่จริง ๆ เมื่อรวมต้นทุนทั้งหมดแล้ว “ถูกกว่าบัญชีปกติ” ในระยะยาว
- ส่งคำสั่งไวกว่า (Execution Speed)
- บัญชี Pro ส่วนใหญ่ใช้เซิร์ฟเวอร์ที่เชื่อมตรงกับผู้ให้บริการสภาพคล่อง (Liquidity Providers)
- ทำให้ส่งคำสั่งได้เร็วกว่าบัญชีปกติหลายเท่า เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ต้องการความเร็ว
- เหมาะกับคนที่ชอบเทรดระยะสั้น
- รวมไปถึงการเทรดช่วงข่าว
- สลิปเพจ (Slippage) น้อยกว่า
- ในภาวะตลาดผันผวน บัญชี Pro มักมีการไหลของราคาที่นิ่มนวลกว่า
- โอกาสโดน Slippage เยอะ ๆ จึงลดลง ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่หลายคนไม่ทันสังเกต
- ความเสถียรในการเทรดระยะสั้น
- สำหรับเทรดเดอร์ที่เปิดปิดออเดอร์ภายในไม่กี่นาที บัญชี Pro จะช่วยให้ต้นทุนไม่บาน เพราะการเข้า-ออกบ่อย ๆ จะไม่โดนค่าธรรมเนียมแฝงหนัก ๆ เหมือนบัญชีที่สเปรดสูง
- เหมาะกับการเทรดแบบ Lot ใหญ่ ๆ
- เพราะค่าสเปรดที่ลดลงมาก และคอมมิชชั่นคงที่ ทำให้บัญชี Pro คุ้มค่ามากสำหรับเทรดเดอร์ที่เทรดด้วยขนาดสัญญา (Lot) ใหญ่ ๆ
เงื่อนไขการเปิดบัญชี Pro มีอะไรบ้าง?
- เงินฝากขั้นต่ำที่สูงกว่าปกติ
- โดยทั่วไปบัญชี Pro จะกำหนดเงินฝากเริ่มต้นไว้ค่อนข้างสูง เช่น $200–$1,000 หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละ โบรกเกอร์ เพื่อคัดกรองนักเทรดที่จริงจังและมีความพร้อม
- ยืนยันตัวตนและสถานะการเงิน
- เอกสารพื้นฐาน KYC เช่น บัตรประชาชนและเอกสารยืนยันที่อยู่ โบรกเกอร์บางแห่งอาจขอเอกสารเพิ่มเติม เช่น
- หลักฐานแหล่งที่มาของเงิน
- รายการเดินบัญชี (Bank Statement) เพื่อให้แน่ใจว่าผู้สมัครมีความสามารถในการบริหารความเสี่ยง
- ประสบการณ์การเทรด
- โบรกเกอร์บางรายอาจตั้งเงื่อนไขว่า ผู้สมัครต้องเคยมีประสบการณ์การเทรดจริง หรือมีประวัติการเทรดบัญชีจริง (Live Account) มาก่อน
- เพื่อป้องกันไม่ให้มือใหม่มาใช้บัญชี Pro โดยขาดการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม
- เข้าใจกฎและโครงสร้างค่าธรรมเนียม
- ผู้เปิดบัญชี Pro ต้องรับทราบและยอมรับโครงสร้างต้นทุน เช่น
- ค่าคอมมิชชั่นแยกต่างหากจากสเปรด
- ต้องเข้าใจความแตกต่างของค่าใช้จ่าย เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนในภายหลัง
- ผู้เปิดบัญชี Pro ต้องรับทราบและยอมรับโครงสร้างต้นทุน เช่น
- เลือกประเภทบัญชี Pro ที่ตรงกับสไตล์เทรด
- บางโบรกเกอร์มีหลายแบบ
- Pro ECN
- Pro Raw Spread
- Pro VIP
- บางโบรกเกอร์มีหลายแบบ
ซึ่งแต่ละบัญชีนั้นจะมีเงื่อนไขแตกต่าง ผู้สมัครต้องเลือกให้ตรงกับวิธีการเทรดของตัวเอง รวมไปถึงเงินทุนที่ตนเองมีด้วย
ภาพนี้อธิบายว่า หากคุณชอบเทรดช่วงข่าว บัญชี Pro จะตอบโจทย์ ลองดู Pattern ในกราฟสิ ถ้าได้บัญชีที่ค่าสเปรดแคบ มานะ บอกเลยว่างานนี้ Scalping กันได้กำไรแบบอิ่มแน่
ใครบ้างที่เหมาะกับบัญชี Pro?
- เทรดเดอร์สาย Scalping
- ต้องการเปิด–ปิดออเดอร์หลายครั้งในเวลาอันสั้น บัญชี Pro ที่มีสเปรดต่ำและส่งคำสั่งรวดเร็ว ตอบโจทย์อย่างยิ่ง
- Day Trader และ News Trader
- เทรดเดอร์ที่ต้องเก็บกำไรจากการเคลื่อนไหวระยะสั้น
- ไม่สามารถแบกรับสเปรดสูง ๆ ได้ บัญชี Pro จะช่วยลดต้นทุนและรักษากำไรได้ดี
- เทรดเดอร์ที่เทรดด้วยปริมาณ Lot ใหญ่
- ยิ่ง Lot ใหญ่ ต้นทุนสเปรดก็ยิ่งมีผลต่อกำไรมาก
- บัญชี Pro จะช่วยเซฟต้นทุนตรงนี้ได้เยอะมากเมื่อเทียบกับ บัญชี Standard
- นักเทรดที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด
- เทรดอัตโนมัติด้วย EA หรือ Copy Trading ที่เน้นความแม่นยำของราคาและความเร็วในการเข้าออกออเดอร์
เปรียบเทียบบัญชี Pro กับบัญชี Standard แบบชัดเจน
ตารางที่ 1 แสดงการเปรียบเทียบระหว่างบัญชี Pro กับ บัญชี Standard
| หัวข้อเปรียบเทียบ | บัญชี Pro | บัญชี Standard |
|---|---|---|
| สเปรดเริ่มต้น | 0.0 – 0.5 pip | 1.0 – 2.0 pip |
| ค่าคอมมิชชั่น | มี (คงที่และโปร่งใส) | ไม่มี (ต้นทุนทั้งหมดอยู่ในสเปรด) |
| ความเร็วในการส่งคำสั่ง | สูง | ปานกลาง |
| ความเหมาะสม | Scalper, Day Trader, Lot ใหญ่ | มือใหม่ เทรดเดอร์ทั่วไป |
| เงินฝากขั้นต่ำ | ปานกลางถึงสูง | ต่ำ |
- บัญชี Pro เหมาะกับนักเทรดที่ต้องการ “ลดต้นทุนต่อออเดอร์” อย่างจริงจัง
- ส่วนบัญชี Standard เหมาะกับคนที่เริ่มต้นใหม่ หรือยังไม่ได้เน้นเทรดถี่
บัญชี Pro ช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรได้อย่างไร?
- ต้นทุนการเทรดลดลงอย่างเห็นได้ชัด
- สเปรดที่บางเฉียบ (สเปรดต่ำ) รวมกับ ค่าคอมมิชชั่นต่ำทำให้การทำกำไรต่อออเดอร์มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ควบคุมการเข้าออกได้แม่นยำกว่า
- เมื่อราคากระดิกเพียงไม่กี่ pip ก็สร้างกำไรได้ง่ายกว่า เพราะไม่ต้องฝ่า “กำแพงสเปรด” หนา ๆ แบบบัญชีปกติ
- ได้เปรียบในการเทรดตลาดที่ผันผวน
- ในข่าวแรง ๆ หรือช่วงที่ตลาดวิ่งเร็ว บัญชี Pro มักรักษาสเปรดคงที่ได้ดีกว่า
- ลดโอกาสขาดทุนจากต้นทุนแฝง
ตัวอย่างเปรียบเทียบง่าย ๆ ให้เข้าใจคือ
- บัญชี Standard
- สเปรดเฉลี่ย = 2.0 pip (ไม่มีค่าคอม)
- เปิด 1 Lot เทรด EUR/USD 1 pip = ประมาณ $10
- แค่เปิดออเดอร์มา ก็โดนต้นทุน 2.0 pip = $20 แล้ว
- บัญชี Pro
- สเปรดเฉลี่ย = 0.2 pip รวมกับค่าคอมมิชชั่นเฉลี่ย = $7 ต่อรอบ (เปิด–ปิด)
- เปิด 1 Lot เทรด EUR/USD
- ต้นทุนรวมแค่ประมาณ 0.2 pip ($2) รวมกับค่าพยาบาลคอมฯ $7 = $9 เท่านั้น
เมื่อนำทั้ง 2 บัญชีมาเปรียบเทียบกันสรุปคือ
- บัญชี Pro ประหยัดต้นทุนไปประมาณ $11 ต่อออเดอร์
- ถ้าคุณเทรด 100 ครั้งต่อเดือน = เซฟเงินไปได้ $1,100 เลยทีเดียว
ภาพนี้อธิบายถึงบัญชี Pro ของแต่ละโบรกเกอร์ โดยเริ่มตั้งแต่ $200 หรือ ประมาณ 6,600 บาท โดยมีโบรกเกอร์ Exness ที่ฝากขั้นต่ำที่ 33,000 บาท หรือ $1,000 เหรียญ
ความเสี่ยงที่ต้องระวังเมื่อใช้บัญชี Pro
- เลเวอเรจสูงอาจล่อตา
- การเปิดปิดออเดอร์เร็วเกินไป
- Scalper บางคนเปิด–ปิดออเดอร์มากเกินจนเสียค่าคอมมิชชั่นรวมสูงกว่ากำไรที่ได้
- ความถี่มากก็เสียค่าคอมมิชชั่นมากเช่นกัน
วิธีเลือกโบรกเกอร์ที่มีบัญชี Pro ที่เชื่อถือได้
- ตรวจสอบใบอนุญาต (License)
- เช็กค่าคอมมิชชั่นและสเปรดจริง
- อย่าเชื่อแค่โฆษณา ลองเปิดบัญชีทดลอง หรือสอบถามเงื่อนไขแบบละเอียด
- รีวิวจากผู้ใช้งานจริง
- ควรอ่านรีวิวจาก เทรดเดอร์ จริง หรือ อ่านจากกลุ่ม Facebook ของนักเทรด เพื่อดูปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
- ระบบการฝากถอนต้องโปร่งใส
- ฝากถอนง่าย รวดเร็ว ไม่มีค่าธรรมเนียมซ่อนเร้นเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดว่าโบรกเกอร์น่าเชื่อถือแค่ไหน
Thaibrokerforex.com มีการ ทดสอบเทรดช่วงข่าวของแต่ละโบรกเกอร์ (ซึ่งส่วนใหญ่แบบ Standard) มีพบเจอรีโควต และ Slippage อยู่บ้าง รวมถึงบางโบรกฯนี่สเปรดถ่างน่ากลัวมาก ถ้าเปลี่ยนมาเป็นบัญชี Pro จะลดปัญหาเหล่านี้ลงไปเยอะเลย
ตัวอย่างโบรกเกอร์
- ชื่อบัญชี: Raw Spread Account (เทียบเท่า Pro)
- สเปรด: เริ่มต้น 0.0 pip
- ค่าคอมมิชชั่น: ประมาณ $7 ต่อการเปิด–ปิด 1 Lot
- จุดเด่น: ความเร็วในการส่งคำสั่งสูงมาก เหมาะกับ Scalper และ EA
- ใบอนุญาต: ASIC, CySEC, FSA
- ชื่อบัญชี: Razor Account
- สเปรด: เริ่มต้น 0.0 pip
- ค่าคอมมิชชั่น: ประมาณ $7 ต่อ 1 Lot
- จุดเด่น: เหมาะกับ News Trader และนักเทรดที่ต้องการเงื่อนไขโปร่งใส
- ใบอนุญาต: ASIC, FCA, DFSA
- ชื่อบัญชี: Pro Account
- สเปรด: เริ่มต้นตั้งแต่ 0.1 pip
- ค่าคอมมิชชั่น: ไม่มี (รวมในสเปรด)
- จุดเด่น: มีเลเวอเรจไม่จำกัด
- ใบอนุญาต: FSA, FSCA, CySEC
- ชื่อบัญชี: Raw Account
- สเปรด: เริ่มต้น 0.0 pip
- ค่าคอมมิชชั่น: ประมาณ $6 ต่อการเปิด–ปิด 1 Lot (ถูกกว่าหลายที่)
- จุดเด่น: ระบบ ECN จริง การดำเนินคำสั่งรวดเร็วมาก
- ใบอนุญาต: ASIC, CySEC
- ชื่อบัญชี: Raw Account
- สเปรด: เริ่มต้น 0.0 pip
- ค่าคอมมิชชั่น: ประมาณ $7 ต่อ 1 Lot
- จุดเด่น: มีผลิตภัณฑ์เทรดให้เลือกหลากหลายมาก ทั้ง Forex, Crypto, หุ้น
- ใบอนุญาต: ASIC, SCB
สำหรับจุดเด่นในแต่ละด้านนั้น เฉพาะความน่าเชื่อถือเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องดูผู้ให้บริการที่มีความเหมาะสมกับสไตล์การเทรดด้วย โดยสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
- โบรกเกอร์ Forex เทรดข่าวดีสุด
- โบรกเกอร์ Forex เทรดทอง (XAUUSD) ดีที่สุด
- จัดอันดับ โบรกเกอร์ Forex ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด
ตัวอย่างค่าสเปรดของบัญชี Pro – Exness ที่เหลือเลขตัวเดียว ลองเปิดกราฟ Standard ดู โอ้โห หลัก 10 แบบ เกือบ 20 เลย สำหรับผลิตภัณฑ์บางประเภท
คลิป
ขอแนะนำคลิปการทดสอบบัญชี Pro ของโบรกเกอร์ Exness จากช่อง thai brokerforex แน่นอนเลยว่าแฝงไปด้วยความรู้สึกจริงด้วย คลิปความยาว 5 นาทีไม่มีตัดต่อ พร้อมแสดงค่าคอมมิชชั่นรวมกับค่าสเปรดของแต่ละสกุลเงินด้วย
สรุป
จะเห็นได้ว่าหากคุณมีการเทรดบ่อย ๆ และเริ่มที่จะเป็นมืออาชีพแล้ว จะไปทนเทรดบัญชี Standard อยู่ทำไม หากคิดจริงจังต้องสร้างกำไรได้ทุกโอกาส อย่าปิดกั้นเพราะที่นี่คนอยู่รอดได้คือต้องมีวินัยในการเทรดเป็นเรื่องพื้นฐาน
- บัญชี Pro คือเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรที่ยอดเยี่ยม
- แต่การใช้ต้องมาพร้อมกับการวางแผนบริหารเงินที่ดี และความเข้าใจในต้นทุนจริง
- สุดท้ายแล้ว เครื่องมือจะส่งผลดีได้ก็ต่อเมื่อผู้ใช้เข้าใจมันอย่างแท้จริง ไม่ใช่อาศัยเพียงแค่ตัวเลขต้นทุนต่ำ
“บัญชี Pro ไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่สำหรับคนที่เข้าใจ…มันคืออาวุธลับที่ทรงพลัง”
FAQ – บัญชี Pro ทางลัดสู่กำไรที่คุณอาจพลาดมาตลอด
- บางโบรกฯมีคิดค่าคอมมิชชั่นต่อคำสั่งซื้อขาย (แต่สเปรดต่ำมาก หรือฟรีเลย) ซึ่งมือใหม่บางคนไม่เข้าใจ อาจรู้สึกว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
- เงินฝากขั้นต่ำสูงกว่า บัญชี Standard
- ไม่เหมาะกับคนเทรด Lot เล็ก ๆ แล้วเปิดนาน เพราะส่วนต่างอาจไม่คุ้มเท่ากับคนเทรดถี่/เร็ว แต่โดยรวม ข้อดีเรื่องสเปรดต่ำมักชดเชยค่าคอมฯ ได้หมด
- มือใหม่พอเทรดจริงจังจะเริ่มรู้ว่า “สเปรดแอบกินกำไรเงียบ ๆ ทุกคำสั่ง” แล้วก็ย้ายมาใช้บัญชี Pro เพราะคุ้มกว่าในระยะยาว







