Industrial Production y/y (การผลิตภาคอุตสาหกรรมรายปี) คือ ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของผลผลิตในภาคอุตสาหกรรม เช่น การผลิตในโรงงาน, เหมืองแร่ และสาธารณูปโภค เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยแสดงผลเป็นเปอร์เซ็นต์ ตัวชี้วัดนี้สะท้อนสุขภาพของภาคอุตสาหกรรมและเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเติบโตหรือชะลอตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งการวิเคราะห์พื้นฐาน Forex มีผลต่อนโยบายการเงินและความเคลื่อนไหวของ สกุลเงินในตลาด Forex

ข่าว Industrial Production y/y ได้รับความสนใจจากนักลงทุนและเทรดเดอร์ทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความท้าทาย เช่น การฟื้นตัวจากวิกฤต COVID-19, การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน, และความผันผวนของราคาพลังงาน การที่ตัวเลข Industrial Production y/y สูงหรือต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ อาจทำให้เกิดความผันผวนใน คู่สกุลเงิน เช่น USD/JPY, EUR/USD รวมถึงสินทรัพย์อื่น เช่น หุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์

เมื่อไหร่ที่ Industrial Production y/y กลายเป็นข่าวใหญ่?

  • เมื่อตัวเลข สูงเกินคาด: บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจแข็งแกร่ง ภาคอุตสาหกรรมเติบโต อาจนำไปสู่การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ทำให้สกุลเงินแข็งค่า
  • เมื่อตัวเลข ต่ำเกินคาด: สะท้อนว่าเศรษฐกิจชะลอตัว อาจทำให้ธนาคารกลางผ่อนคลายนโยบายการเงิน เช่น ลดอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้สกุลเงินอ่อนค่า
  • ล่าสุดในเดือนมิถุนายน 2025 ข้อมูล Industrial Production y/y ของสหรัฐฯ ชะลอตัวจาก 2.8% ในเดือนเมษายนเป็น 2.1% ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 2.5% ทำให้ USD อ่อนค่าลงและเพิ่มความคาดหวังว่า Federal Reserve (Fed) อาจชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ย

ข้อมูลพื้นฐานที่ต้องรู้เกี่ยวกับ Industrial Production y/y

การทำความเข้าใจข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับ Industrial Production y/y เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเทรดเดอร์และนักลงทุนในตลาด Forex เนื่องจากตัวชี้วัดนี้วัดการเปลี่ยนแปลงผลผลิตภาคอุตสาหกรรมรายปี ครอบคลุมภาคการผลิต เช่น โรงงาน เหมืองแร่ และสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นหัวใจของเศรษฐกิจ

ตัวเลขนี้สะท้อนสุขภาพเศรษฐกิจและส่งผลต่อนโยบายการเงินของธนาคารกลาง รวมถึง ความเคลื่อนไหวของสกุลเงินในคู่เงินหลัก เช่น USD/JPY และ EUR/USD การรู้ข้อมูลพื้นฐาน เช่น วิธีการคำนวณ ส่วนประกอบหลัก และกำหนดการประกาศ ช่วยให้เทรดเดอร์คาดการณ์ความผันผวนในตลาดและวางกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อไปนี้เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ควรรู้ดังนี้

  • การคำนวณ Industrial Production y/y: วัดการเปลี่ยนแปลงของผลผลิตในภาคอุตสาหกรรมเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แสดงผลเป็นเปอร์เซ็นต์
  • ความถี่ในการประกาศ:
    • สหรัฐฯ: ประกาศโดย Federal Reserve Board ทุกเดือน ราววันที่ 15-17 ของเดือนถัดไป
    • ประเทศอื่น ๆ: เช่น ยูโรโซน (โดย Eurostat), ญี่ปุ่น (โดย METI), และจีน (โดย NBS) มีกำหนดการคล้ายกัน
  • ส่วนประกอบหลัก:
    • การผลิต (Manufacturing): เช่น รถยนต์, เครื่องจักร, อิเล็กทรอนิกส์
    • การทำเหมือง (Mining): เช่น ถ่านหิน, น้ำมัน, ก๊าซธรรมชาติ
    • สาธารณูปโภค (Utilities): เช่น ไฟฟ้า, น้ำ, ก๊าซ
  • ความสัมพันธ์กับเศรษฐกิจ: Industrial Production y/y สูงบ่งชี้การเติบโตทางเศรษฐกิจ ส่วนตัวเลขต่ำอาจบ่งบอกถึงการชะลอตัว
  • ผลกระทบต่อตลาด:
    • สูงเกินคาด: สกุลเงินแข็งค่า (Hawkish signal)
    • ต่ำเกินคาด: สกุลเงินอ่อนค่า (Dovish signal)

ข้อดีและข้อเสียของข่าว Industrial Production y/y

ข้อดี

  • สะท้อนสุขภาพเศรษฐกิจ: Industrial Production y/y เป็นตัวชี้วัดที่แสดงถึงความแข็งแกร่งหรือความอ่อนแอของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นหัวใจของเศรษฐกิจ
  • สร้างความผันผวนในตลาด: การประกาศตัวเลขที่ผิดจากคาดการณ์ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวในคู่สกุลเงิน เช่น USD/JPY หรือ EUR/USD สร้างโอกาสทำกำไร
  • ช่วยคาดการณ์นโยบายการเงิน: ตัวเลขที่สูงหรือต่ำเกินคาดช่วยให้นักลงทุนคาดการณ์การตัดสินใจของธนาคารกลาง เช่น การปรับดอกเบี้ย
  • ครอบคลุมหลายภาคส่วน: วัดผลผลิตจากอุตสาหกรรมหลากหลาย ทำให้เป็นตัวชี้วัดที่ครอบคลุมและเชื่อถือได้
  • ข้อมูลโปร่งใส: รายงานจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เช่น Federal Reserve หรือ Eurostat เผยแพร่พร้อมคำอธิบาย ทำให้วิเคราะห์ได้ง่าย
  • สนับสนุนการวิเคราะห์ระยะยาว: แนวโน้มของ Industrial Production y/y ช่วยให้นักลงทุนวางแผนกลยุทธ์ตามทิศทางเศรษฐกิจ

ข้อเสีย

  • ความผันผวนที่ไม่คาดคิด: หากตัวเลขผิดจากคาดการณ์มาก อาจทำให้ตลาดผันผวนรุนแรง เสี่ยงต่อการขาดทุนสำหรับเทรดเดอร์ที่ไม่เตรียมตัว
  • ผลกระทบจากปัจจัยชั่วคราว: เช่น การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานหรือภัยธรรมชาติ อาจทำให้ตัวเลขบิดเบือนภาพรวม
  • ความล่าช้าในการตอบสนอง: ธนาคารกลางอาจใช้เวลาในการปรับนโยบายตามตัวเลข ทำให้เทรดเดอร์ต้องรอสัญญาณยืนยัน
  • ขึ้นอยู่กับบริบท: Industrial Production y/y เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ต้องพิจารณาควบคู่กับตัวชี้วัดอื่น เช่น CPI, PMI หรือการจ้างงาน
  • ความแตกต่างระหว่างประเทศ: การคำนวณและน้ำหนักของภาคอุตสาหกรรมอาจแตกต่างกัน ทำให้เปรียบเทียบข้ามประเทศได้ยาก
  • ถูกตีความผิด: การสื่อสารจากนักวิเคราะห์หรือสื่ออาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับผลกระทบของตัวเลข

รู้จัก Industrial Production y/y: ตัวชี้วัดผลผลิตอุตสาหกรรม

ประวัติและการพัฒนา

  • เริ่มใช้เมื่อใด: Industrial Production เริ่มวัดในสหรัฐฯ ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 โดย Federal Reserve และพัฒนาเป็นตัวชี้วัด y/y เพื่อเปรียบเทียบรายปีในช่วงกลางศตวรรษที่ 20
  • หน่วยงานที่รับผิดชอบ:
    • สหรัฐฯ: Federal Reserve Board
    • ยูโรโซน: Eurostat
    • ญี่ปุ่น: Ministry of Economy, Trade and Industry (METI)
    • จีน: National Bureau of Statistics (NBS)
  • วัตถุประสงค์: ติดตามผลผลิตในภาคอุตสาหกรรมเพื่อประเมินการเติบโตทางเศรษฐกิจและสนับสนุนนโยบายการเงิน

โครงสร้างการคำนวณ

  • ส่วนประกอบ: ครอบคลุมการผลิต (Manufacturing), การทำเหมือง (Mining), และสาธารณูปโภค (Utilities)
  • น้ำหนักของหมวดหมู่: ขึ้นอยู่กับความสำคัญของแต่ละภาค เช่น การผลิตมีน้ำหนักสูงสุดในสหรัฐฯ
  • การเก็บข้อมูล: รวบรวมจากโรงงาน, เหมือง, และผู้ให้บริการสาธารณูปโภค

สูตรคำนวณ

Industrial Production y/y สำคัญกับการเทรด Forex เพราะอะไร?

ในเรื่องของ Industrial Production y/y เทรดเดอร์ Forex ให้ความสำคัญมาก เพราะมีผลต่อสกุลเงินและโอกาสในการทำกำไร ดังนี้

  • ขับเคลื่อนสกุลเงิน: ตัวเลขสูงเกินคาดบ่งชี้เศรษฐกิจแข็งแกร่ง ทำให้สกุลเงินแข็งค่า เช่น USD แข็งค่าหลังตัวเลขสูง ส่วนตัวเลขต่ำเกินคาดทำให้สกุลเงินอ่อนค่า
  • สร้างความผันผวน: การประกาศตัวเลขทำให้ คู่สกุลเงิน เช่น USD/JPY หรือ EUR/USD เคลื่อนไหวรุนแรงในช่วงสั้น ๆ
  • ให้สัญญาณเศรษฐกิจระยะยาว: ตัวเลขที่สูงต่อเนื่องบ่งชี้การเติบโตทางเศรษฐกิจ นำไปสู่ดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ทำให้สกุลเงินแข็งค่า
  • ส่งผลต่อสกุลเงินอื่น: Industrial Production y/y สหรัฐฯ มีอิทธิพลต่อสกุลเงิน เช่น CAD หรือ AUD เนื่องจากความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ
  • โอกาส Carry Trade: ตัวเลขสูงอาจนำไปสู่ดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ดึงดูดเงินทุนจากนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนจากส่วนต่างดอกเบี้ย
  • ตัวชี้วัดความเชื่อมั่น: ตัวเลขสูงบ่งชี้เศรษฐกิจแข็งแกร่ง ดึงดูดเงินทุนเข้าสู่สกุลเงินที่มีความเสี่ยงสูง เช่น AUD หรือ NZD
  • ปฏิทินเศรษฐกิจชัดเจน: การประกาศมีกำหนดการแน่นอน เทรดเดอร์สามารถวางแผนล่วงหน้าได้

ปัจจัยที่ส่งผลต่อ Industrial Production y/y

การทำความเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อ Industrial Production y/y เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ในตลาด Forex เนื่องจากตัวชี้วัดนี้วัดการเปลี่ยนแปลงผลผลิตภาคอุตสาหกรรมรายปี เช่น การผลิตในโรงงาน เหมืองแร่ และสาธารณูปโภค ซึ่งสะท้อนสุขภาพเศรษฐกิจและมีผลต่อนโยบายการเงินและความเคลื่อนไหวของสกุลเงิน

“ปัจจัยที่ส่งผลต่อตัวชี้วัดนี้มีความหลากหลายและซับซ้อน ตั้งแต่ความต้องการในประเทศและระหว่างประเทศ ไปจนถึงต้นทุนการผลิต ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และความไม่แน่นอนจากภัยธรรมชาติหรือความขัดแย้งทางการเมือง”

การรู้จักปัจจัยเหล่านี้ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถคาดการณ์ทิศทางของตัวเลข Industrial Production y/y และเตรียมพร้อมสำหรับความผันผวนในคู่สกุลเงินจากปัจจัยที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกัน ดังนี้:

ปัจจัยภายในประเทศ

  • อุปสงค์ในประเทศ: ความต้องการสินค้าอุตสาหกรรม เช่น รถยนต์หรือเครื่องจักร ส่งผลต่อผลผลิต
  • ต้นทุนการผลิต: ราคาพลังงานหรือวัตถุดิบที่สูงขึ้นอาจจำกัดการผลิต
  • นโยบายของรัฐ: การลดภาษีหรือเงินอุดหนุนอาจกระตุ้นการผลิต

ตัวอย่างการส่งผล

  • รถยนต์: เมื่อผู้บริโภคมีรายได้เพิ่มขึ้น ซื้อรถมากขึ้น โรงงานผลิตรถเพิ่มกำลังการผลิต
  • เครื่องจักร: ธุรกิจขยายตัว ต้องการเครื่องจักรใหม่ โรงงานผลิตเครื่องจักรเดินเครื่องเต็มกำลัง
  • สินค้าอุปโภคบริโภค: เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า อาหารแปรรูป

ปัจจัยระหว่างประเทศ

  • การส่งออก: ความต้องการจากประเทศคู่ค้า เช่น จีนหรือยุโรป ส่งผลต่อผลผลิตอุตสาหกรรม
  • ห่วงโซ่อุปทาน: การหยุดชะงัก เช่น จากสงครามการค้าหรือ COVID-19 อาจลดผลผลิต
  • ราคาสินค้าโภคภัณฑ์: ราคาน้ำมันหรือโลหะที่สูงขึ้นอาจเพิ่มต้นทุนและลดผลผลิต

ปัจจัยด้านความเสี่ยง

  • ภัยธรรมชาติ: เช่น น้ำท่วมหรือแผ่นดินไหว อาจหยุดชะงักการผลิต
  • ความไม่แน่นอนทางการเมือง: สงครามหรือความขัดแย้งอาจลดความเชื่อมั่นของผู้ผลิต

ปัจจัยด้านเทคโนโลยี

  • นวัตกรรมการผลิต: เทคโนโลยีใหม่ เช่น อัตโนมัติ อาจเพิ่มผลผลิต
  • การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม: การใช้พลังงานหมุนเวียนอาจเปลี่ยนโครงสร้างการผลิต

ตัวอย่างข่าว Industrial Production y/y สหรัฐฯ

สรุปข่าว Industrial Production y/y วันที่ 17 มิถุนายน 2025

ข้อมูล Industrial Production m/m (รายเดือน)

  • ผลประกาศ: -0.2%
  • คาดการณ์: 0.0%
  • ก่อนหน้า: 0.1%

ผลกระทบเชิงลบต่อ USD

  • ภาคการผลิตของสหรัฐ หดตัวแย่กว่าคาดการณ์
  • เปลี่ยนจากการเติบโต 0.1% เป็นหดตัว -0.2%
  • แสดงว่าเศรษฐกิจสหรัฐ กำลังชะลอตัวลง

ความหมายสำคัญ

  • ภาคอุตสาหกรรม เป็นหัวใจของเศรษฐกิจ
  • การหดตัวส่งสัญญาณว่า ความต้องการลดลง
  • เสริมข้อมูลก่อนหน้า (PPI, Retail Sales) ที่แสดงเศรษฐกิจอ่อนแอ

ผลกระทบต่อ USD

  • USD มีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง
  • เพิ่มโอกาสที่ Fed จะชะลอการขึ้นดอกเบี้ย
  • นักลงทุนอาจเทขาย USD หาผลตอบแทนที่ดีกว่า

ผลกระทบต่อ Forex

USD Pairs ที่ได้รับผลกระทบ

  • EUR/USD: แนวโน้มขาขึ้น จาก USD อ่อนค่า + EUR แข็งจากข้อมูล ZEW ดี
  • GBP/USD: โอกาสขาขึ้น หาก GBP ไม่มีข่าวลบ
  • USD/JPY: แนวโน้มขาลง แต่รอดู BOJ Meeting ที่สำคัญกว่า
  • USD/CAD: แนวโน้มขาลง จาก USD อ่อนค่า

Commodity Currencies

  • AUD/USD, NZD/USD: อาจได้ประโยชน์จาก USD อ่อนค่า
  • แต่ต้องระวัง Risk-off หากตลาดกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

Safe Haven

  • JPY, CHF: อาจแข็งค่าขึ้นหากนักลงทุนหลบภัย
  • แต่ JPY รอดู BOJ Policy ก่อน

โอกาส Scalping

  • EUR/USD Long จากปัจจัยบวกทั้งสองฝั่ง
  • USD/JPY Short หาก BOJ ไม่ hawkish มาก
  • ระวัง ความผันผวนสูง ช่วงข่าว BOJ

Bottom Line: Industrial Production ที่หดตัวเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ยืนยันว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังอ่อนแอลง ส่งผลลบต่อ USD และเปิดโอกาส Long สกุลเงินหลักอื่นต่อ USD

คลิปที่น่าสนใจ

วิดีโอพิเศษ

  • จาก “News Now” โดย Ankur Mishra นำเสนอการวิเคราะห์ข้อมูลดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (IIP) เดือนมีนาคม 2025
  • คลิปนี้ให้มุมมองเปรียบเทียบว่า Industrial Production ในแต่ละประเทศส่งผลต่อนโยบายการเงินและสกุลเงินอย่างไร โดยเฉพาะในบริบทเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนจากภาษีศุลกากรและการค้า

วินาทีที่สำคัญมากที่สุด

  • 0:06-0:29 – ตัวเลข IIP ที่ประกาศ 
    • IIP มีนาคม 2025 เติบโต 3% เพิ่มขึ้นจาก 2.9% ในกุมภาพันธ์
    • Manufacturing คงที่ 3%, Electricity กระโดด 6.3%, Mining แทบไม่เติบโต 0.4%
    • ประกาศเร็วกว่าปกติ 2 สัปดาห์
  • 1:14-1:32 – การประเมินความอ่อนแอของเศรษฐกิจ 
    • Sata Bachara (สมาชิก MPC): ตัวเลข “relatively soft” ต่ำกว่าคาดไว้ที่ 3.4-3.5%
    • แสดงถึง “fair bit of weakness” ในภาคการผลิต
  • 1:51-2:07 – สาเหตุของการเติบโต 
    • การเติบโตมาจาก “frontloading of production and exports”
    • ผลิตล่วงหน้าก่อนภาษีศุลกากรสหรัฐฯ จะมีผล
    • ต้องรอดูผลกระทบเดือนเมษายนต่อไป
  • 6:27-7:33 – การสนับสนุนนโยบายลดดอกเบี้ย 
    • ตัวเลขสนับสนุนจุดยืน RBI ที่เน้น สนับสนุนการเติบโต
    • เปิดพื้นที่สำหรับ “good news rate cuts”
    • คณะ MPC คาดการณ์ถูกต้องเกี่ยวกับความอ่อนแอ
  • 8:02-8:20 – ความน่าจะเป็นการลดดอกเบี้ย 
    • 98% ของตลาดคาดการณ์การลดดอกเบี้ยในนโยบายครั้งต่อไป
    • มิถุนายน 60-70% และสิงหาคม 30-40% คาดการณ์การลดดอกเบี้ย
  • 11:33-12:00 – การปรับลด GDP FY25 
    • Q4 FY25 อาจต่ำกว่าที่ RBI คาดไว้ที่ 6.4%
    • ตัวชี้วัดทั้ง IIP และผลการดำเนินงานบริษัทชี้ให้เห็นการปรับลดเพิ่มเติม
  • 12:32-12:49 – การลดคาดการณ์ FY26 
    • ปรับลงจาก 6.5% เป็น 6.2% สำหรับ FY26
    • เนื่องจากความไม่แน่นอนจากภาษีศุลกากรและการค้า

สรุป

Industrial Production y/y ถือว่าเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่วัดการเปลี่ยนแปลงผลผลิตภาคอุตสาหกรรมรายปี ครอบคลุมการผลิตในโรงงาน เหมืองแร่ และสาธารณูปโภค ซึ่งสะท้อนสุขภาพเศรษฐกิจและมีอิทธิพลต่อนโยบายการเงินของธนาคารกลาง รวมถึงความเคลื่อนไหวของสกุลเงินในตลาด Forex

“ตัวเลขที่สูงเกินคาดบ่งชี้ถึงเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ส่งสัญญาณ Hawkish ทำให้สกุลเงินแข็งค่าขึ้น ในทางกลับกัน ตัวเลขที่ต่ำกว่าคาดแสดงถึงการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ส่งสัญญาณ Dovish ซึ่งอาจนำไปสู่การอ่อนค่าของสกุลเงิน”

การบริหารความเสี่ยงเป็นหัวใจสำคัญในการเทรดโดยใช้ Industrial Production y/y เนื่องจากความผันผวนที่เกิดจากการประกาศตัวเลขอาจนำไปสู่โอกาสหรือความสูญเสีย เทรดเดอร์ควรวางแผนกลยุทธ์ล่วงหน้า โดยใช้เครื่องมืออย่างปฏิทินเศรษฐกิจจาก Forex Factory เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับช่วงเวลาที่ตลาดมีความเคลื่อนไหวสูง

นอกจากนี้ ควรจับตาสกุลเงินที่เชื่อมโยงกับสหรัฐฯ เช่น CAD หรือ AUD ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากตัวเลขของสหรัฐฯ เนื่องจากความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การวิเคราะห์ควบคู่กับปัจจัยอื่น เช่น ห่วงโซ่อุปทานหรือราคาพลังงาน จะช่วยให้เทรดเดอร์มองเห็นภาพรวมที่ชัดเจนยิ่งขึ้น การเตรียมพร้อมและการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบจะช่วยให้เทรดเดอร์ใช้ประโยชน์จากความผันผวนได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนในตลาด 

อ้างอิง

FAQ — ข่าว Industrial Production y/y คืออะไร?

ตัวชี้วัดที่วัดการเปลี่ยนแปลงผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเมื่อเทียบกับปีก่อน ครอบคลุม การผลิต, เหมืองแร่, และสาธารณูปโภค สะท้อนสุขภาพเศรษฐกิจและส่งผลต่อสกุลเงินในตลาด Forex
  • ตัวเลขสูงเกินคาด = สกุลเงินแข็งค่า (Hawkish)
  • ตัวเลขต่ำกว่าคาด = สกุลเงินอ่อนค่า (Dovish)
  • สร้างความผันผวนใน USD/JPY, EUR/USD ช่วง 15-30 นาทีหลังประกาศ
  • ภายในประเทศ: อุปสงค์ในประเทศ, ต้นทุนการผลิต, นโยบายรัฐ
  • ระหว่างประเทศ: การส่งออก, ห่วงโซ่อุปทาน, ราคาสินค้าโภคภัณฑ์
  • ความเสี่ยง: ภัยธรรมชาติ, ความขัดแย้งการเมือง
  • เทคโนโลยี: อัตโนมัติ, นวัตกรรมใหม่
  • สหรัฐฯ: Federal Reserve วันที่ 15-17 ของเดือน เวลา 8:15 น. ET
  • อื่นๆ: ยูโรโซน (Eurostat), ญี่ปุ่น (METI), จีน (NBS)
  • เทรดเดอร์ใช้ปฏิทินเศรษฐกิจติดตามเพื่อเตรียมพร้อม

ก่อนข่าว:

  • ติดตามปฏิทินเศรษฐกิจ และคาดการณ์นักวิเคราะห์
  • วาง Stop Loss/Take Profit ล่วงหน้า
  • กำหนด Position Size ไม่เกิน 2-3% ของเงินทุน

ช่วงข่าว:

  • เฝ้าดูการประกาศแบบ Real-time
  • ระวัง Spread ที่กว้างขึ้น
  • พร้อมเข้า-ออกออร์เดอร์ทันที

หลังข่าว:

  • ประเมินปฏิกิริยาตลาดตามคาด หรือไม่
  • ปรับกลยุทธ์หากผลไม่เป็นไปตามแผน
  • ติดตามข้อมูลเศรษฐกิจอื่นประกอบ

 

เขียนโดย

Somchai Witthtaya

ผู้ตรวจทานความถูกต้อง

Chonthicha Poomidon