E-currency คืออะไร
- E-currency หรือ “เงินอิเล็กทรอนิกส์” คือ รูปแบบของเงินที่อยู่ในระบบดิจิทัล ไม่ได้มีลักษณะเป็นเงินสดจริง
- สามารถใช้แลกเปลี่ยน ซื้อขาย หรือโอนเงินได้ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
- ทำงานอยู่บนระบบของผู้ให้บริการ เช่น PayPal, Skrill, หรือ TrueMoney
- การใช้ E-currency ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาธนาคารแบบดั้งเดิมเสมอไป
- สามารถแปลงเป็นเงินจริงได้ผ่านตัวกลางหรือระบบแลกเปลี่ยน
ตัวอย่างเช่น
- ผมเองมีการเติมเงินเข้า PayPal ด้วยบัตรเครดิต แล้วใช้ยอดใน PayPal จ่ายค่าสินค้าออนไลน์
- การซื้อบัตรเติมเกมด้วย TrueMoney Wallet , Line Pay ต่าง ๆ เป็นต้น
จุดเด่นของ E-currency ที่ทำให้คนหันมาใช้งาน
- รวดเร็ว: การโอนเงินแบบออนไลน์สามารถทำได้ทันที ไม่ต้องรอวันทำการเหมือนธนาคาร
- สะดวก: แค่มีมือถือหรือคอมพิวเตอร์ก็สามารถรับ-ส่งเงินได้จากทุกที่
- ต้นทุนต่ำ: ค่าธรรมเนียมต่ำกว่าการโอนข้ามประเทศผ่านธนาคาร
- เข้าถึงได้ง่าย: สมัครง่าย ไม่ต้องเปิดบัญชีธนาคาร
- ปลอดภัย: ระบบส่วนใหญ่มีการยืนยันตัวตนแบบ 2 ชั้น และป้องกันการแฮก แต่ก็ต้องเลือกเจ้าที่มีความน่าเชื่อถือสูง อีกทั้งเสี่ยงระวังเรื่องการโดนหลอกจากมิจฉาชีพ
ตัวอย่างเช่น
- ร้านค้าออนไลน์ขนาดเล็กในต่างประเทศเลือกใช้ Payoneer เพราะโอนได้ไว ค่าธรรมเนียมต่ำ
- ฟรีแลนซ์ในไทยรับค่าจ้างผ่าน PayPal เพราะลูกค้าอยู่ต่างประเทศ
ภาพอธิบายความหมายของ E-currency ที่เข้าใจง่าย ว่าเปลี่ยนจากเงินสด เป็นเงินในโทรศัพท์ แต่ก็สามารถซื้อสินค้าได้ ซึ่งมีหลักฐาน และสะดวก รวดเร็ว เปิดช่องทางการซื้อขายมากกว่าเงินสด
ประเภทของ E-currency ที่นิยมในปัจจุบัน
- Wallet-based E-currency: ใช้งานผ่านแอป เช่น TrueMoney, Line Pay, AirPay
- Web-based Payment System: ระบบรับส่งเงินผ่านเว็บไซต์ เช่น PayPal, Skrill, Neteller
- Prepaid E-currency: เงินที่เติมล่วงหน้า เช่น บัตรเติมเงิน Paysafecard
- Crypto-backed E-currency: เช่น USDT หรือ USDC ที่ผูกกับมูลค่าเงินดอลลาร์
ตัวอย่าง
- ใช้ Skrill รับค่าจ้างจากเว็บพนันออนไลน์ต่างประเทศ
- เติมเงินเข้า ShopeePay เพื่อซื้อของออนไลน์ได้แบบไม่ต้องใช้บัญชีธนาคาร
ใช้ E-currency ทำอะไรได้บ้างในชีวิตประจำวัน
- E-currency เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน เกี่ยวกับการใช้จ่ายในค่าบริการ
- ก่อนหน้านี้หากเราจ่ายเงินสด ก็ต้องนำไปจ่ายด้วยตนเอง แถมยังมีหลักฐานเป็นใบเสร็จ
- แต่สำหรับการทำธุรกรรมแบบ E-currency นั้น ทุกช่องทางจะมีหลักฐาน และ มีที่มาที่ไปอย่างชัดเจน
- ซึ่งขอยกตัวอย่าง กิจกรรมในชีวิตประจำวันที่สุดแสนจะเรียบง่าย โดยมีระบบนี้มาเกี่ยวข้องคือ
ภาพแสดงถึงประเภทของ E-Currency ที่นิยมในปัจจุบันอยู่ 4 แบบ ได้แก่ การใช้แอป, การโอนผ่านเว็บ, ใช้บัตรเติมเงิน และ การใช้ คริปโตเคอเรนซี
ซื้อของออนไลน์: จ่ายค่าสินค้าในเว็บ Amazon, eBay หรือ Shopee
- ผู้ใช้งานสามารถผูก E-currency เข้ากับบัญชีของเว็บไซต์ต่าง ๆ เพื่อจ่ายเงินได้ทันที
- ส่วนใหญ่จะใช้ Wallet อย่าง PayPal, ShopeePay, TrueMoney Wallet, Apple Pay หรือ Google Pay
- ระบบจะตัดยอดอัตโนมัติจากยอดเงินในกระเป๋าโดยไม่ต้องกรอกข้อมูลบัตรเครดิตทุกครั้ง
- บางเว็บยังให้ส่วนลดหรือ Cashback เพิ่ม ถ้าใช้ Wallet แทนเงินสดหรือบัตร
ตัวอย่าง
- ผู้ซื้อสินค้าแฟชั่นจาก eBay ชำระผ่าน PayPal โดยไม่ต้องกรอกเลขบัตรใหม่ทุกครั้ง
- Shopee มักจัดโปรชำระผ่าน ShopeePay แล้วได้ Coin คืน
จ่ายค่าสมาชิกบริการรายเดือน: Netflix, Spotify, Disney+
- แพลตฟอร์มบันเทิงส่วนใหญ่รองรับการจ่ายผ่าน E-currency โดยตรง
- ใช้ PayPal ผูกกับบัญชี Netflix หรือ Spotify เพื่อให้ตัดค่าบริการรายเดือนได้อัตโนมัติ
- บางคนใช้บัตรเติมเงินดิจิทัล (เช่น Paysafecard) ซื้อบริการแบบ Prepaid ถ้าไม่อยากผูกบัญชี
- Wallet ในไทยอย่าง TrueMoney ก็มีบัตรเสมือน (Virtual Card) ที่ใช้จ่ายค่าสมาชิกได้
ตัวอย่าง
- นักเรียนมหาวิทยาลัยใช้ PayPal ที่เชื่อมกับบัญชีธนาคารไทยเพื่อจ่ายค่ารายเดือน Disney+ แบบอัตโนมัติ
- คนที่ไม่สะดวกใช้บัตรเครดิตใช้ Razer Gold เติมเข้า Steam แล้วสมัคร Spotify Premium แบบ 3 เดือน
ภาพนี้เผยถึงการซื้อของออนไลน์บนเว็บไซต์ที่บอกช่องทางการชำระเงินว่าสามารถซื้อได้โดยชำระผ่าน Paypal ได้ สะดวกมาก ต่อให้เป็นสกุลเงินยูโร
โอนเงินให้เพื่อน/ครอบครัว: ทั้งในประเทศและข้ามประเทศ
- การโอนเงินด้วย E-currency สามารถทำได้ทันที ไม่ว่าจะในประเทศหรือข้ามประเทศ
- ภายในประเทศ เช่น โอนผ่าน TrueMoney Wallet แค่กรอกเบอร์มือถือก็โอนได้
- ข้ามประเทศนิยมใช้ PayPal, Wise (TransferWise), Payoneer เพราะโอนเร็วและค่าธรรมเนียมต่ำ
- ไม่จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคารแบบดั้งเดิมในฝั่งผู้รับ
ตัวอย่าง:
- นักเรียนไทยในญี่ปุ่นส่งเงินกลับบ้านที่ไทยผ่าน Wise โดยใช้บัตรเดบิตกรอกเข้า
- เพื่อนส่งค่าข้าวกันผ่าน Line Pay หรือ PromptPay ที่เชื่อมกับ Wallet
ชำระค่าบริการออนไลน์: จ่ายค่าสมัครเรียนออนไลน์ หรือค่าสอบ
- แพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ระดับโลกอย่าง Coursera, Udemy, หรือ IELTS มีให้เลือกจ่ายผ่าน PayPal
- E-currency ช่วยให้ผู้เรียนเข้าถึงบริการการศึกษาได้โดยไม่ต้องมีบัตรเครดิต
- บางหน่วยงานในไทย เช่น การสอบ TOEIC อนุญาตให้จ่ายผ่าน QR ที่เชื่อม Wallet ได้
ตัวอย่าง:
- นักเรียนสมัครเรียนออนไลน์จาก Skillshare และจ่ายด้วย PayPal
- ผู้สอบ IELTS จ่ายค่าสอบผ่าน TrueMoney Wallet ผ่านแอป SCB Easy
เติมเกม/ซื้อไอเทม: ใช้ Wallet หรือบัตรเติมเงิน
- นักเล่นเกมจำนวนมากใช้ E-currency เพื่อเติมเกมแบบสะดวกและรวดเร็ว
- ระบบเช่น Razer Gold, Garena Shells, Steam Wallet, TrueMoney Wallet ใช้ซื้อไอเทมในเกมได้ทันที
- ไม่ต้องใช้บัตรเครดิตจริง หรือไม่ต้องเปิดบัญชีธนาคาร
ตัวอย่าง
- เด็กมัธยมเติมเกม RoV ด้วยบัตรเติมเงิน TrueMoney ที่ซื้อจาก 7-11
- เกมเมอร์ใช้ PayPal เติมเงินในบัญชี Steam เพื่อซื้อเกมหรือ DLC
ตัวอย่างการชำระค่าบริการ Netflix หรือ ค่าบริการอื่น ๆ ที่สามารถจ่ายผ่านทรูวอลเล็ตได้สะดวก มีหลักฐาน จ่ายรวดเร็ว ไม่ต้องใช้เงินสด
รับค่าจ้างจากต่างประเทศ: สำหรับฟรีแลนซ์หรือขายงานดิจิทัล
- ฟรีแลนซ์ที่ทำงานบนแพลตฟอร์มอย่าง Fiverr, Upwork, Freelancer นิยมใช้ PayPal หรือ Payoneer
- บางกรณีใช้งาน Wise เพื่อรับเงินโดยตรงจากต่างประเทศเข้าสู่บัญชีไทย
- การถอนเงินทำได้ผ่านบัญชีธนาคารไทย หรือ ATM ที่รองรับ MasterCard/Payoneer
ตัวอย่าง
- นักออกแบบไทยทำงานกับลูกค้าในสหรัฐ แล้วลูกค้าโอนเงินผ่าน PayPal
- นักเขียนบทความรับเงินผ่าน Payoneer แล้วถอนเข้าธนาคารกสิกรไทยในวันถัดไป
เติมเงินทุนเข้าโบรกเกอร์ เทรด Forex
- E-currency ที่นิยมใช้เติมเงินเข้า โบรกเกอร์ Forex
Skrill
- เป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ได้รับความนิยมสูงในยุโรปและเอเชีย
- โบรกเกอร์ที่รองรับ: XM, IC Markets, Pepperstone, Exness, FXTM
- ข้อดี: ฝาก-ถอนสะดวก รวดเร็ว มีแอปบนมือถือ
- บางประเทศไม่สามารถใช้งาน Skrill กับโบรกเกอร์ได้ เช่น สหรัฐฯ และญี่ปุ่น
Neteller
- อยู่ในเครือเดียวกับ Skrill และมีคุณสมบัติคล้ายกัน
- โบรกเกอร์ที่รองรับ: XM, FXTM, IC Markets, FBS
- ข้อดี: มีบัตร Net+ ใช้จ่ายได้, ฝากถอนง่าย
- ต้อง Verify ก่อนใช้งาน และบางโบรกมีค่าธรรมเนียมการถอน
WebMoney
- ระบบ E-currency ที่นิยมในรัสเซียและยุโรปตะวันออก
- โบรกเกอร์ที่รองรับ: RoboForex, Forex4you, FBS, InstaForex
- ข้อดี: ระบบปลอดภัยสูง ใช้ได้แม้ไม่ Verify เต็มขั้น
- ไม่เป็นที่นิยมในฝั่งยุโรปตะวันตกหรือสหรัฐฯ
Fasapay
- เป็น E-wallet จากอินโดนีเซีย เน้นความเร็วและค่าธรรมเนียมต่ำ
- โบรกเกอร์ที่รองรับ: Exness, FBS, FirewoodFX, LiteForex
- ข้อดี: ฝากเข้าทันที ถอนภายในไม่กี่ชั่วโมง
- บัญชีผู้ใช้งานต้องสมัครกับระบบของ Fasapay ก่อน
Bitcoin / Crypto
- แม้โดยหลักจะเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล แต่หลายโบรกเกอร์ก็จัดให้เป็นช่องทาง E-currency สำหรับฝากเงิน
- โบรกเกอร์ที่รองรับ: FXChoice, EagleFX, Hugo’s Way, Exness
- ข้อดี: ไม่มีตัวกลาง โอนข้ามประเทศได้อิสระ
- ต้องระวังค่า Gas, การคำนวณเรต, และความผันผวนของราคา Crypto
นักเทรด Forex บางคนไม่อยากใช้บัญชีธนาคาร เนื่องจากมีเงื่อนไขในการฝาก-ถอนเงินที่แตกต่างจุดประสงค์ ดังนั้น E-Currency ในภาพก็ตอบโจทย์เรื่องการฝากถอน
ความแตกต่างระหว่าง E-currency กับ Digital Currency และ Cryptocurrency
ทั้ง 3 รูปแบบยังมีความแตกต่าง และ เหมือนกันในบางอย่าง ดังนั้นจึงแนะนำความแตกต่างมาดังตารางที่ 1
ตารางที่ 1 สรุปความแตกต่างระหว่าง E-currency, Digital Currency และ Cryptocurrency
| รายการเปรียบเทียบ | E-currency | Digital Currency | Cryptocurrency |
|---|---|---|---|
| คำจำกัดความ | สกุลเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในระบบกลาง เช่น Perfect Money, Skrill | เงินที่อยู่ในรูปแบบดิจิทัลทั้งหมด (รวมทั้ง e-currency และ crypto) | สกุลเงินดิจิทัลแบบกระจายศูนย์ เช่น Bitcoin, Ethereum |
| ระบบควบคุม | มีศูนย์กลาง (Centralized) | ทั้งแบบมีศูนย์กลางและไร้ศูนย์กลาง | ไร้ศูนย์กลาง (Decentralized) ผ่าน Blockchain |
| ตัวอย่าง | Perfect Money, Skrill, Neteller | เงินในบัญชีธนาคารออนไลน์, พร้อมเพย์, TrueMoney | Bitcoin, Ethereum, USDT, BNB |
| หน่วยงานควบคุม | บริษัทเอกชน | ธนาคาร, สถาบันการเงิน, หน่วยงานรัฐ | ไม่มีหน่วยงานกลาง ควบคุมโดย protocols และ node |
| ความปลอดภัย | ปานกลาง ขึ้นอยู่กับระบบของบริษัท | ปลอดภัยตามมาตรฐานของสถาบันที่ถือเงิน | ปลอดภัยสูง (หากดูแล Private Key อย่างดี) |
| ความโปร่งใส | จำกัด (เจ้าของระบบควบคุมข้อมูล) | ขึ้นกับหน่วยงานที่ถือครองระบบ | สูง (เปิดเผยข้อมูลธุรกรรมบนบล็อกเชน) |
| การใช้งานทั่วไป | ฝาก-ถอนเงินในโบรกเกอร์, แลกเปลี่ยนออนไลน์ | ซื้อขายสินค้า, บริการ, โอนเงินผ่านแอป | เก็บมูลค่า, ลงทุน, ซื้อ NFT, ใช้งานใน Web3 |
| สามารถย้อนธุรกรรมได้หรือไม่ | ได้ (โดยผู้ให้บริการ) | ได้ (ขึ้นกับระบบที่ใช้ เช่น Mobile Banking) | ไม่ได้ (ธุรกรรมถาวรบน Blockchain) |
| ต้องเชื่อถือคนกลางหรือไม่ | ต้อง (เช่น บริษัทผู้ให้บริการ) | ต้อง (เช่น ธนาคาร, บริษัท FinTech) | ไม่ต้อง (ระบบจัดการตัวเองแบบ Trustless) |
| ค่าธรรมเนียม | มี เช่น 0.5%-3% ขึ้นกับผู้ให้บริการ | มี ขึ้นกับช่องทาง (บางกรณีฟรี) | มี (เช่น Gas Fee) ขึ้นกับเครือข่ายที่ใช้ |
- E-currency คือ เงินดิจิทัลที่ออกโดยบริษัทเอกชน ใช้ฝาก-ถอน-โอนในระบบเฉพาะ
- Digital Currency คือ คำรวมของเงินทุกรูปแบบที่อยู่ในระบบดิจิทัล
- Cryptocurrency คือ เงินดิจิทัลแบบไร้ศูนย์กลาง ใช้เทคโนโลยี Blockchain
วิธีการรับ-ส่งเงินด้วย E-currency อย่างปลอดภัย
- เลือกใช้แพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ เช่น PayPal, Wise, TrueMoney
- เปิดใช้งาน 2FA (Two-Factor Authentication) ทุกครั้ง
- ไม่กดลิงก์จากแหล่งที่ไม่รู้จัก (ระวังฟิชชิ่ง)
- ตรวจสอบ URL และอีเมลของผู้ส่งก่อนทำรายการ
- ไม่ใช้ Wi-Fi สาธารณะขณะทำธุรกรรม
- เปลี่ยนรหัสผ่านสม่ำเสมอ และอย่าใช้รหัสซ้ำ
ตัวอย่าง
- เมื่อล็อกอิน PayPal ควรใช้เครื่องส่วนตัวและเปิดแจ้งเตือนทุกครั้ง
- อย่าให้ OTP กับใคร แม้แต่อ้างว่าเป็นพนักงานบริษัท
ความเสี่ยงและข้อควรระวังในการใช้งาน E-currency
- ถูกแฮกบัญชี ถ้าไม่เปิดการป้องกัน
- ตกเป็นเหยื่อของเว็บปลอม หรือแอปปลอม
- ค่าธรรมเนียมในการแลกเงินบางระบบสูงมาก
- บางแพลตฟอร์มไม่รองรับถอนเงินเข้าบัญชีธนาคารไทย
- กรณี dispute หรือปัญหา อาจใช้เวลานานกว่าจะได้เงินคืน
ตัวอย่าง
- โอนเงินผิดคนใน TrueMoney อาจไม่ได้คืนถ้าปลายทางถอนทัน
- ซื้อของผ่านเว็บที่ไม่มี Buyer Protection เสี่ยงถูกโกงสูง
ภาพนี้สรุปการจ่ายเงินด้วย E-currency อย่างปลอดภัย พร้อมทั้งเผยความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น เพราะบางครั้งก็ต้องระวังด้วยกับ ธุรกรรมออนไลน์ต่าง ๆ
คลิปที่น่าสนใจ
จากบทความที่เปิดเผยถึงความก้าวหน้าทางการเงิน จึงขอแนะนำคลิปที่ให้ความรู้อย่าง ชื่อคลิป 8 ความเข้าใจเกี่ยวกับเงินดิจิทัล รู้ไว้ได้เปรียบจากช่อง Abdulthaitube – อับดุลย์เอ๊ย ถามไรตอบได้!
สรุป
- ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคออนไลน์ ไม่ต้องพึ่งพาเงินสดหรือธนาคารแบบเดิม
- ช่วยให้การซื้อขายทั่วโลกทำได้ง่ายขึ้นโดยไม่ติดขัดเรื่องค่าเงิน
- นักเทรด Forex ชำระเงินได้สะดวก และ รวดเร็วมากขึ้น อีกทั้งยังไม่ต้องผ่านธนาคารโดยตรง บางคนอาจจะชอบถอนออกมาเป็น USDT แล้วนำไปถือต่อในรูปแบบของ คริปโตฯ
- เหมาะกับทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน พ่อค้า ฟรีแลนซ์ หรือคนทำงานข้ามประเทศ
- แต่อย่าลืมว่า ต้องใช้อย่างมีสติ มีความรู้ และระวังความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
อ้างอิง
- Digital Currency Types, Characteristics, Pros & Cons, Future Uses: https://www.investopedia.com/terms/d/digital-currency.asp
- Digital Currencies: https://www.rba.gov.au/education/resources/explainers/cryptocurrencies.html
- Digital currency From Wikipedia, the free encyclopedia: https://en.wikipedia.org/wiki/Digital_currency
- How Does Cryptocurrency Work? A Beginner’s Guide: https://www.coursera.org/articles/how-does-cryptocurrency-work—
FAQ — E-currency คืออะไร สมัยนี้ คนใช้งานกับอะไรบ้าง ในการรับส่งเงินออนไลน์








