ภาพรวมตลาดทองคำปี 2024

  • เป็นปีที่ทองคำกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง จากแรงซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะจีนและประเทศตลาดเกิดใหม่ ส่งผลให้ราคาทองทำ All-Time High หลายรอบ และสร้างภาพชัดว่าเข้าสู่รอบขาขึ้น
  • ปัจจัยเศรษฐกิจหลักที่หนุน ราคาทอง ได้แก่ 
    • เงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ลดลงช้า 
    • ดอกเบี้ย Fed ที่ยังอยู่ระดับสูง 
    • ความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ 
    • สถานการณ์สงครามที่ตึงเครียด  ทำให้ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • แม้ดอกเบี้ยสูงจะเป็นแรงกดดันทอง แต่ปี 2024 กลับแสดงให้เห็นความแข็งแกร่งผิดปกติ ราคายืนเหนือ 2,000 ดอลลาร์ได้มั่นคง 
  • ช่วงครึ่งหลังของปีเริ่มเห็นการไหลเข้าของเงินทุนมากขึ้น เนื่องจากตลาดประเมินว่าปี 2025 จะเป็นจุดเริ่มต้นของรอบดอกเบี้ยขาลง 
  • การเคลื่อนไหวของราคาทองในปี 2024 แกว่งแรงตามข่าวสำคัญ เช่น 
    • CPI
    • Nonfarm 
    • FOMC 

สะท้อนว่าตลาดกำลังเข้าสู่ยุคที่ “ข่าวเศรษฐกิจขยับราคาได้มากขึ้น” ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญว่าปี 2025 จะยังมีความผันผวนสูง

“ปี 2024 คือฐานสำคัญที่ผลักดันทองเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นในปี 2025 ด้วยแรงซื้อจากธนาคารกลาง ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก” 

ภาพแสดงราคาทองคำปี 2024 (มกราคม-ธันวาคม) หน่วยสกุลเงินเป็น ไทยบาท / ทองคำ 1 บาท

รูปภาพแสดงถึง ราคาทองตั้งแต่เริ่มปี 2024 เป็นต้นมา ขยับราคาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทำ ATH ใหม่ทุกครั้ง

ภาพรวมตลาดทองคำปี 2025 

  • ปี 2025 เป็นรอยต่อดอกเบี้ยลง ตลาดยังไม่นิ่ง ทำให้ทองถูกถือมากขึ้น
  • เศรษฐกิจโลกฟื้นช้า โดยเฉพาะยุโรป บีบให้นักลงทุนโยกเงินเข้าทองแทนสินทรัพย์เสี่ยง
  • FED ลดดอกเบี้ยแบบช้า ๆ แต่เป็นบวกต่อทองในระยะกลาง
  • ข่าวภูมิรัฐศาสตร์และค่าเงินเอเชียผันผวน โดยเฉพาะเยนอ่อน ดันแรงซื้อทองเพิ่มต่อเนื่อง

อะไรคือพลังผลักดันทองคำในปี 2025

  • ปี 2025 เป็นช่วงรอยต่อดอกเบี้ยลง ตลาดยังไม่แน่นอน ทำให้ทองถูกถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น
  • เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้า โดยเฉพาะยุโรป ส่งผลให้ดีมานด์ทองยังแข็งแรง
  • FED ลดดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะเงินเฟ้อยังสูง ทำให้ทองได้แรงหนุนทั้งปี
  • ธนาคารกลางทั่วโลกยังซื้อทองจำนวนมาก ช่วยรองรับราคาอย่างต่อเนื่อง
  • ค่าเงินเอเชียผันผวน โดยเฉพาะเยน ทำให้นักลงทุนหันมาถือทองเพื่อกันความเสี่ยงค่าเงินอ่อน

“ในปี 2025 ค่าเงินเยนอ่อนค่ารุนแรงจน USD/JPY พุ่งขึ้น ทำให้นักลงทุนญี่ปุ่นและเอเชียหันมาซื้อทองคำเพิ่มเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินอ่อนตัว”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: อ่านได้ที่นี่ 

ภาพแสดงราคาทองคำปี 2025 (มกราคม-พฤศจิกายน) หน่วยสกุลเงินเป็น ไทยบาท / ทองคำ 1 บาท

เศรษฐกิจโลกเปลี่ยน ตลาดทองเปลี่ยนตาม

  • เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัว ทำให้ตลาดจับตา FED มากขึ้น เพราะทุกสัญญาณดอกเบี้ยส่งผลต่อราคาทองทันที
  • ยุโรปยังเจอเงินเฟ้อสูง เศรษฐกิจอ่อนแรง นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักทองเพื่อกันความเสี่ยง
  • จีนฟื้นตัวช้า รายได้ลดลง ทำให้ประชาชนหันมาถือทองแทนการลงทุนในอสังหาฯ
  • ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังต่อเนื่อง ส่งผลให้ทุกครั้งที่มีข่าวร้าย ทองถูกซื้อเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยทันที

“ในปี 2025 ราคาทองดีดขึ้นทันทีหลังเกิดความตึงเครียดระหว่างอิหร่าน–อิสราเอล ซึ่งกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยตามรายงานของ Reuters.”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: อ่านได้ที่นี่ 

เริ่มปี 2025 ทองคำก็พุ่งขึ้นไม่หยุด จากแท่งกราฟ รายวัน จะเห็นได้ว่าทองคำมีการยกตัวก่อนทะลุแนวต้าน $2,790 เรียกได้ว่าเป็นฝั่งขา Buy อย่างเต็มตัว

ดอลลาร์สะเทือน ราคาทองสั่นตาม

  • ดอลลาร์เริ่มอ่อนช่วงครึ่งปีหลังจากกระแสคาดการณ์ลดดอกเบี้ย ทำให้ทองมีแรงขึ้นตามทันที
  • ค่าเงินผันผวนมากขึ้นจนสถาบันต้องเพิ่มการ Hedge โดยเฉพาะในตลาดฟิวเจอร์ส
  • เมื่อ USD Index หลุด 100 นักลงทุนมักเพิ่มน้ำหนักทอง เพราะมองว่าเป็นสัญญาณดอลลาร์อ่อนระยะยาว
  • ตลาดทองตอบสนองไวต่อข่าวฝั่งดอลลาร์ เช่น Nonfarm, CPI และ FOMC ทำให้ XAUUSD แกว่งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ไฟภูมิรัฐศาสตร์ จุดแรงซื้อทองคำ

  • สงครามยูเครน–รัสเซียยังดันต้นทุนพลังงานสูง ทำให้เงินเฟ้อเสี่ยงกลับมา และเพิ่มแรงซื้อทอง
  • ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอิสราเอล–อิหร่าน ทำให้น้ำมันแกว่งแรงและกระตุ้นความต้องการของสินทรัพย์ปลอดภัย
  • ความสัมพันธ์สหรัฐฯ–จีนยังไม่เสถียร ทำให้สถาบันใช้ทองเป็นตัวช่วยกระจายความเสี่ยงระยะยาว

บทเรียนจากราคาทองในปี 2025

  • ตลาดปีนี้ตอบสนองข่าวเร็วผิดปกติ ต้องปรับระบบเทรดให้ไวขึ้น ไม่งั้นโดนลากตั้งแต่ต้นทาง
  • ช่วงประกาศ CPI/Nonfarm ราคาเหวี่ยง 20–30 ดอลลาร์เป็นเรื่องปกติ ใครตั้ง Stop Loss แคบ จะถูกตัดก่อนราคาไปทิศที่มองไว้
  • ตลาดไม่ให้เวลาคิดเหมือนเดิม ราคาวิ่งนำข่าวบ่อย จึงต้องกัน SL กว้างขึ้นและลดขนาดออเดอร์ให้พอร์ตทนแรงแกว่ง
  • หลายครั้งเข้าถูกทิศแต่โดนไส้เทียนกินก่อน ทำให้ต้องเปลี่ยนจากการเก็บสั้นมาเน้นถือเทรนด์ให้ยาวขึ้น
  • ตลาดให้รางวัลกับคนที่ตามเทรนด์ได้นานพอ ส่วนคนสวนเทรนด์หรือออกเร็วเกินไปมักพลาดโอกาสใหญ่
  • กลยุทธ์แบบเดิม เช่น ขายบนซื้อใต้ ใช้ไม่ได้ดีเหมือนปีก่อน เพราะทองทะลุแนวต้านหลังข่าวบ่อย
  • ปีนี้สอนชัดว่า นอกจากอ่านทิศแล้ว ต้องอ่าน “ความเร็วตลาด” ด้วย ถึงจะอยู่รอดในตลาดทองที่แกว่งแรงแบบนี้

หากราคามีการทำลายแนวต้านแล้ว ราคาทองอาจจะย่อลงมาก่อนตามเทคนิค และ ทะลุกรอบของราคาเดิมได้ ยิ่งไปกว่านั้นหากมีข่าวที่หนุนราคาทองคำ หรือ สงคราม แนวรับหรือแนวต้านใด ๆ ก็เอาไม่อยู่

แนวโน้มทองคำปี 2026 

“เชื่อว่าทองคำยังขึ้นได้อีก ปัจจัยสำคัญหลายด้านที่เอื้อให้ทองราคาขึ้น นักเทรด Forex เองก็ต้องใช้เทคนิค และ สติในการอยู่รอดในตลาด XAUUSD ที่มีการผันผวนสุดขีด”

ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ และผลต่อราคาทอง

  • ปี 2026 ต้องจับตาการลดดอกเบี้ยของ Fed เป็นปัจจัยหลัก
  • เมื่อเงินเฟ้อเริ่มนิ่ง Fed มีโอกาสลดดอกเบี้ยมากขึ้น ทำให้ราคาทองมักปรับขึ้นตาม
  • ตลาดทองมักขยับนำก่อนทุกครั้งที่ Fed ส่งสัญญาณผ่อนคลาย นับเป็นจังหวะเข้าที่นักเทรดมักใช้ตัดสินใจ

ดอลลาร์–บาท กับผลต่อความแรงของราคาทอง

  • ราคาทองโลกเดินตามทิศทางของดอลลาร์อย่างใกล้ชิด
  • ดอลลาร์อ่อนเมื่อไร ราคาทองมักปรับขึ้นโดยไม่ต้องรอแรงหนุนอื่น
  • นักเทรดไทยต้องดูเงินบาทร่วมด้วย เพราะบางครั้งทองโลกนิ่ง แต่เงินบาทอ่อน ทำให้ราคาทองไทยพุ่งแรง
  • หากปี 2026 บาทยังผันผวน ราคาทองในประเทศจะเหวี่ยงแรงกว่าปกติ

ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกที่กระตุ้นความต้องการถือทอง

  • ตลาดการเงินช่วงนี้ไวต่อข่าวลบมาก โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่กระทบความเชื่อมั่น
  • ปี 2026 ยังมีประเด็นต้องลุ้น เช่น ความตึงเครียดระหว่างประเทศ เศรษฐกิจชะลอ และความเสี่ยงภาวะถดถอย
  • เมื่อความไม่แน่นอนสูง นักลงทุนจะหันกลับมาถือทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

แรงซื้อจากธนาคารกลางที่ช่วยพยุงราคา

  • ธนาคารกลางหลายประเทศยังคงซื้อทองต่อเนื่องเพื่อลดความเสี่ยงด้านค่าเงิน
  • ยิ่งซื้อหนัก ราคาทองยิ่งลงยาก เพราะมีแรงรองรับจากผู้เล่นรายใหญ่
  • หากปี 2026 ยังคงเห็นการสะสมทองเพิ่ม จะช่วยสร้างฐานราคาที่มั่นคงมากขึ้น

ภาพแสดงกราฟราคาทองคำ XAUUSD เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2025 โดยเทรนด์ของราคายังอยู่ในกรอบขาขึ้นอย่างชัดเจน และ มีราคาสูงสุดเดิมอยู่ที่ $4,383/Oz.

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องระวังในปี 2026

  • หากเศรษฐกิจฟื้นตัวแรง นักลงทุนอาจย้ายเงินไปสินทรัพย์เสี่ยง ทำให้แรงซื้อทองลดลง
  • หากดอกเบี้ยยังสูงกว่าที่คาด ราคาทองอาจไม่ได้ขึ้นเร็วแบบที่หลายคนหวัง ไม่ใช่ว่าเปิดปีใหม่มาแล้วทองจะพุ่งเลย
  • Stop Loss เป็นหัวใจหลักของการเทรด Forex อย่าลืมทุกออเดอร์ควรมีจุดยอม 

คลิปที่น่าสนใจ 

  • เป็นคลิปที่พูดถึงเอาไว้ว่ากลางปี 2025 นั้นราคาทองจะมีเป้าหมายสูงขึ้นถึง $3,000 ต่อ ออนซ์
  • ตอนนี้ก็เกินกลางปีมาแล้ว ทองคำอยู่ที่ $3,300 ต่อ ออนซ์ 
  • เป้าหมายราคาทองคำไทย สิ้นปี 2024 – กลางปีหน้า 2025 คลิปจากช่อง FINNOMENA 

สรุป

  • 2024 เป็นปีที่ทองได้แรงหนุนจากเงินเฟ้อสูง 
    • การคาดหวังว่า Fed จะเริ่มลดดอกเบี้ย 
    • ราคาทองสร้างฐานแข็งแรงจากแรงซื้อของธนาคารกลางและค่าเงินดอลลาร์ที่เริ่มอ่อนตัวเป็นช่วง ๆ
  • 2025 เป็นช่วงที่ตลาดเริ่มเห็นสัญญาณชัดขึ้น 
    • เศรษฐกิจสหรัฐชะลอ และเงินเฟ้อเริ่มนิ่งทำให้ตลาดคาดว่า Fed จะเข้าใกล้การลดดอกเบี้ยมากขึ้น 
    • ส่งผลให้ราคาทองเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้นต่อเนื่อง แม้จะมีการพักฐานแรงเป็นบางจังหวะ
  • คาดการณ์ ปี 2026 ทิศทางใหญ่ยังเป็นขาขึ้น แต่ผันผวนหนักกว่าปีก่อน
  • ตราบใดที่ Fed เดินหน้าลดดอกเบี้ย และความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกยังคงอยู่ ราคาทองมีโอกาสทดสอบระดับสูงใหม่ได้อีกครั้ง
    • ติดตามทิศทางดอกเบี้ยและถ้อยแถลงจาก Fed เพราะเป็นตัวกำหนดกระแสใหญ่ของราคาทองคำ
    • เฝ้าดูแรงซื้อทองจากธนาคารกลาง เพราะช่วยพยุงราคาและสร้างฐานแข็งแรงในระยะยาว
  • สำหรับสายเทรด Forex ควรเดินตามเทรนด์ใหญ่ของตลาด และเตรียมรับความผันผวนที่มากขึ้นในปี 2026
  • สำหรับสายเก็บ การทยอยสะสมเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า เพราะตลาดปี 2026 มีโอกาสเหวี่ยงแรงเป็นระยะ

อ้างอิง 

FAQ – วิเคราะห์ ทองคำ forex 2024-2026

ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่บางครั้งตลาดหุ้นและทองคำก็ถูกผลักดันด้วยปัจจัยคนละประเภท เช่น ในช่วงที่นักลงทุนเทขายหุ้นรวดเร็วเพื่อลดความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Crisis) ทองคำอาจถูกขายตามไปด้วย แม้ในระยะยาวทองคำจะขึ้นในวิกฤติ
ราคาทองใน Forex (XAUUSD) ถูกกำหนดจากตลาดฟิวเจอร์สและตลาดโลกแบบเรียลไทม์ แตกต่างจากการซื้อขายทองคำจริงที่มีปัจจัยเสริม เช่น ค่ากำเหน็จหรือภาษี แต่ทั้งสองตลาดยังสะท้อนปัจจัยพื้นฐานเหมือนกัน
เพราะตลาดทองคำมีความผันผวนสูง และ RSI เป็นเครื่องมือที่อิงกับราคาย้อนหลัง จึงมีช่วงเวลาที่ราคาอาจพุ่งขึ้นเร็วเกินไปจน RSI ยังไม่ทันสะท้อน หรือเกิด “Strong Momentum” ที่ทำให้ RSI ช้าไป
ข่าวดีมักทำให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อลดลง นักลงทุนจึงลดการถือทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย และโยกเงินเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นหรือพันธบัตร ส่งผลให้ราคาทองคำลดลง
ไม่เสมอไป เพราะทองคำตอบสนองนโยบายล่วงหน้า (Forward Looking) หากตลาดคาดการณ์การลดดอกเบี้ยไว้ล่วงหน้าแล้ว ราคาทองอาจขึ้นก่อนการประกาศจริง หรือถ้ามีความกังวลอื่น ๆ ร่วม ราคาทองอาจผันผวนแทนที่จะขึ้นทันที

 

เขียนโดย

Somchai Witthtaya

ผู้ตรวจทานความถูกต้อง

Chonthicha Poomidon