โบรกเกอร์ Forex ในไทยมีจริงไหม? กฎหมายว่าอย่างไร

  • ในปัจจุบัน ประเทศไทยยังไม่อนุญาตให้เปิด “โบรกเกอร์ Forex” แบบถูกกฎหมายภายในประเทศ เพราะการเก็งกำไรจากค่าเงินในลักษณะ Leverage ยังไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของ ก.ล.ต. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์)
  • แม้จะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เช่น พ.ร.บ. ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน แต่ก็ไม่ได้ครอบคลุมถึงรูปแบบการ เทรด CFD หรือเก็งกำไรค่าเงินในลักษณะ Margin Trading ที่ โบรกเกอร์ Forex ใช้กัน
  • นักลงทุนไทยจึงมักใช้บริการ “โบรกต่างประเทศ” ที่เปิดให้คนไทยสมัครใช้งานได้ เช่น Exness, IC Markets, XM ฯลฯ ซึ่งแม้จะถูกกฎหมายในประเทศต้นทาง แต่ไม่ได้รับการรับรองจากรัฐไทย
  • หลายคนเข้าใจผิดว่าโบรกที่มีเว็บไซต์ภาษาไทยหรือมีทีมซัพพอร์ตไทย คือโบรกเกอร์ในไทย ทั้งที่จริงแล้ว เป็นแค่สำนักงานผู้ให้บริการ หรือ Partner ของโบรกหลักในต่างประเทศ
  • โฆษณาในโซเชียลมีเดียหรือ YouTube บางแห่งอาจใช้ข้อความอย่าง “โบรกเกอร์ถูกกฎหมายในไทย” หรือ “ได้รับการรับรองจาก ก.ล.ต.” ซึ่งอาจเป็นการ แอบอ้าง หรือใช้ใบอนุญาตของบริษัทในลักษณะอื่น เช่น การให้คำปรึกษาทางการเงิน ไม่ใช่การให้บริการ Forex จริง ๆ
  • มีบางกรณีที่บริษัทจดทะเบียนในไทยในรูปแบบ “ตัวแทน IB” หรือ “บริษัทที่ให้ความรู้ด้านการลงทุน” แล้วโฆษณาว่าเป็น โบรกเกอร์ Forex ทั้งที่ในความจริงแล้วเพียงแค่ทำหน้าที่ส่งลูกค้าไปยังโบรกต่างประเทศเท่านั้น
  • ผู้เริ่มต้นจำนวนมากไม่รู้ว่า Forex ยังไม่ถูกกฎหมายในไทยแบบเต็มรูปแบบ และอาจหลงเชื่อว่าโบรกบางรายที่จัดสัมมนา จัดกิจกรรม หรือมีหน้าร้านในห้าง คือโบรกไทยที่ถูกกฎหมาย ทั้งที่จริงแล้วกิจกรรมเหล่านั้นอาจเป็นเพียงการตลาดของตัวแทน
  • การที่ยังไม่มีการกำกับดูแลในไทยอย่างชัดเจน ทำให้เมื่อมีปัญหา เช่น ฝากถอนล่าช้า ถูกล็อกบัญชี หรือโดนโกง ไม่มีหน่วยงานในประเทศที่เข้าไปช่วยได้โดยตรง
  • หากเจอโบรกใดระบุว่า “มีใบอนุญาตจากไทย” หรือ “ได้รับการรับรองในประเทศ” ต้องตรวจสอบให้ดีว่าใบอนุญาตนั้นเป็นของ ก.ล.ต. จริงหรือไม่ และใช้กับการ เทรด Forex ได้จริงหรือเปล่า
  • แนวทางที่ปลอดภัยคือ ตรวจสอบใบอนุญาตต่างประเทศแทน เช่น ASIC (ออสเตรเลีย), FCA (อังกฤษ), CySEC (ไซปรัส) ซึ่งเป็นองค์กรที่มีชื่อเสียงระดับสากล และมีระบบคุ้มครองผู้บริโภคที่ชัดเจน

ภาพอธิบายถึง 3 โบรกเกอร์ที่คนไทยเทรดกันเยอะที่สุด โดยอิงจากการเก็บสถิติของจำนวนคนไทยที่ใช้งานโบรกเกอร์ ซึ่งจะมี Exness , XM และ IC Markets แน่นอนว่าทั้ง 3 โบรกเกอร์ถูกกฎหมายในประเทศต้นทาง แต่ในไทยยังไม่ได้รับการรับรอง

ทำไมโบรกเกอร์ Forex ส่วนใหญ่จดทะเบียนต่างประเทศ

  • หลายประเทศเปิดเสรีการเทรด Forex และอนุญาตให้โบรกเกอร์ดำเนินธุรกิจได้ภายใต้เงื่อนไขชัดเจน เช่น เซเชลส์, มอริเชียส, เซนต์วินเซนต์ ฯลฯ
  • ประเทศพัฒนาแล้ว เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ หรือไซปรัส มีหน่วยงานกำกับดูแลที่เข้มงวด แต่ให้ใบอนุญาตกับโบรกที่ผ่านเกณฑ์
  • การไปจดทะเบียนต่างประเทศ ช่วยให้โบรกสามารถให้ Leverage สูง ระบบฝากถอนง่าย และมีความยืดหยุ่นเรื่องโบนัสมากกว่าโบรกที่อยู่ภายใต้กฎหมายการเงินเข้มงวด

ตารางที่ 1 จุดเด่น-จุดอ่อนของการจดทะเบียนโบรกเกอร์ Forex ในแต่ละประเทศ/เขต ที่นักเทรดไทยเจอในตลาด

ประเทศ/ใบอนุญาตจุดเด่นจุดอ่อน
ออสเตรเลีย (ASIC)มีชื่อเสียงระดับโลกควบคุมเข้มงวด บังคับแยกบัญชีลูกค้า มีสิทธิ์ร้องเรียนได้จำกัด Leverage ที่ 1:30 ห้ามโบนัสหรือโปรโมชั่นบางรูปแบบ ขั้นตอนจดทะเบียนซับซ้อน
อังกฤษ (FCA)หน่วยงานเกรดสูง มั่นใจเรื่องความโปร่งใส มีระบบคุ้มครองเงินลูกค้า มีชื่อเสียงในตลาดยุโรปจำกัด Leverage ที่ 1:30 ควบคุมเข้มจนบางโบรกไม่ยืดหยุ่น ค่าใช้จ่ายสูง
ไซปรัส (CySEC)อยู่ใน EU กฎหมายเข้มพอสมควร อนุญาตโบนัสบางแบบ เป็นที่นิยมในหมู่โบรกระดับกลาง-ใหญ่จำกัด Leverage 1:30 –1:50 ยังมีประวัติบางโบรกทำผิด ค่าจดทะเบียนสูงระดับกลาง
เซเชลส์ (FSA)จดทะเบียนง่ายและเร็ว ให้ Leverage สูง โบรกเกอร์ใช้ได้ทั้งโบนัสและกลยุทธ์ทางการตลาดกำกับดูแลหลวม ไม่มีระบบร้องเรียนหรือคุ้มครองเงินลูกค้าแบบจริงจัง ต้องเช็คความโปร่งใสรายกรณี
เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ (SVG)ขง่ายและประหยัดมากในการเปิดบริษัท โบรกเสนอ Leverage ได้ไม่จำกัด เหมาะกับโบรกที่เน้นตลาดเกิดใหม่ไม่มีหน่วยงานควบคุม Forex โดยตรง ไม่มีข้อบังคับด้านความปลอดภัยลูกค้า ใช้ในทางหลอกลวงบ่อย ต้องระวัง
มอริเชียส (FSC)เป็นเขต Offshore ที่มีกฎหมายรองรับ ความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจสูง โบรกขนาดกลางใช้บ่อยความเข้มงวดน้อยกว่าประเทศพัฒนาแล้ว ข้อมูลใบอนุญาตตรวจสอบได้ยากกว่า
เบลีซ (IFSC)อนุญาตโบนัส-โปรโมชั่นได้เต็มที่ ใช้ Leverage สูง- ใช้กับโบรกตลาดเอเชีย/แอฟริกาหลายรายระบบกำกับหลวม ความน่าเชื่อถือต่ำกว่ามาตรฐานยุโรป เคยมีประวัติโบรกฉ้อโกงในอดีต

ระดับสูง (น่าเชื่อถือมาก)

  • ออสเตรเลีย (ASIC)
  • อังกฤษ (FCA)
  • ไซปรัส (CySEC)

ระดับกลาง (น่าเชื่อถือปานกลาง)

  • มอริเชียส (FSC)
  • เซเชลส์ (FSA)

ระดับต่ำ (เสี่ยงสูง ต้องระวัง)

  • เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ (SVG)
  • เบลีซ (IFSC)

ภาพอธิบายถึง 3 ใบอนุญาตจดทะเบียนที่โบรกเกอร์นิยมใช้ และ มีความน่าเชื่อถือมากที่สุด 3 อันดับ โดยมีเหตุผล และ เขตประเทศที่สะท้อนถึงความน่าเชื่อถือ  

โบรกต่างประเทศที่คนไทยนิยม เทรดกันอยู่ในปัจจุบัน

  • Exness 
    • โบรกที่ครองใจเทรดเดอร์ไทยจำนวนมาก
    • จุดเด่น Leverage ไม่จำกัด
    • เทรดได้ทั้งข่าวแรงและตลาดนิ่ง
    • ระบบฝากถอนอัตโนมัติเร็วมาก ไม่ต้องผ่านแอดมิน
    • ฝากถอนผ่านธนาคารไทยตลอด 24 ชั่วโมง รองรับหลายช่องทาง รวมถึง True Wallet
    • Spread ค่อนข้างแคบ
    • มีประเภทบัญชีหลากหลาย ตั้งแต่ Standard ถึง Raw Spread
    • เหมาะทั้งมือใหม่และมือเก๋า  อ่านรีวิวฉบับเต็มของ Exnees 
  • IC Markets
    • โบรกสัญชาติออสเตรเลีย ขึ้นชื่อเรื่องความโปร่งใสและค่าคอมต่ำ
    • เหมาะกับสาย Scalping และ EA
    • ระบบเทรดเร็ว รองรับ MT4, MT5 และ cTrader
    • มีบัญชี Raw Spread เริ่มต้นเกือบ 0 pip จริง
    • ความเสถียรของเซิร์ฟเวอร์ดีมาก โดยเฉพาะเชื่อมกับ VPS ใกล้เซิร์ฟเวอร์
    • เหมาะกับเทรดเดอร์ที่เน้นคุณภาพระบบมากกว่าโปรโมชั่น อ่านรีวิวฉบับเต็มของ IC Markets 
  • XM
    • โบรกชื่อดังจากไซปรัส
    • โปรโมชั่นจัดบ่อย เช่น โบนัสไม่ต้องฝาก โบนัสเติมเงิน และแข่งขันเทรด
    • ระบบเทรดค่อนข้างเสถียร
    • ฝ่ายบริการลูกค้าเป็นภาษาไทยครบทุกช่องทาง
    • มีบัญชี Standard และ Zero Spread
    • เป็นที่นิยมในกลุ่มเทรดเดอร์มือใหม่ มีบทเรียน วิดีโอ และสัมมนาออนไลน์ฟรีตลอดปี อ่านรีวิวของ XM
  • HFM 
    • โบรกที่มีความยืดหยุ่นสูงเรื่องประเภทบัญชี
    • เหมาะกับเทรดเดอร์หลายสาย เช่น Scalper, Swing, EA
    • มีใบอนุญาตหลายแห่งและโปร่งใสพอสมควร
    • มีโบนัสและโปรโมชั่นหลากหลาย
    • ระบบเทรดรองรับ MT4 และ MT5
    • มีบัญชีแบบ Zero Spread สำหรับคนต้องการต้นทุนต่ำที่สุด อ่านรีวิวของ HFM 
  • FXPro, Tickmill
    • โบรกที่มีฐานผู้ใช้ในไทยจำนวนไม่น้อย
    • FXPro มีความมั่นคงทางการเงินสูง มีระบบเทรดหลายแบบ MT4, MT5 และ cTrader
    • Tickmill ขึ้นชื่อเรื่องสเปรดต่ำ ค่าคอมถูก เหมาะเทรดข่าวและวางกลยุทธ์ EA ระยะสั้น

ตัวอย่างการรีวิวแบบจัดเต็มบนเว็บไซต์ Thaibrokerforex.com ของ โบรกเกอร์ Exness และ IC Market ที่ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 1 และ 5 ของการรีวิว

วิธีเลือกโบรกสำหรับคนไทยที่อยากเทรดอย่างปลอดภัย

ตรวจสอบใบอนุญาตและความน่าเชื่อถือของโบรก

  • เริ่มต้นจากการเช็กว่าโบรกมีใบอนุญาตจากหน่วยงานใด
    • ASIC (ออสเตรเลีย)
    • FCA (อังกฤษ)
    • CySEC (ไซปรัส)
    • FSA (ญี่ปุ่น) หรือ FSCA (แอฟริกาใต้)
  • ใบอนุญาตจากประเทศที่มีระบบการเงินเข้มงวด จะมีข้อกำหนดด้านการคุ้มครองเงินทุนลูกค้า เช่น การแยกบัญชีลูกค้า (Segregated Account) หรือการมีประกันเงินทุน
  • โบรกที่ถือหลายใบอนุญาตมักจะมีระดับความปลอดภัยและความโปร่งใสดีกว่าโบรกที่ไร้ใบอนุญาต หรือถือเฉพาะจากประเทศที่ควบคุมหลวม

ทดลองใช้งานจริงก่อนเทรดด้วยเงินจริง

  • เปิดบัญชี Demo เพื่อดูความเร็วในการส่งคำสั่ง ระบบแสดงราคา ความเสถียรของ Server และความรู้สึกในการใช้งานแพลตฟอร์ม
  • หากมีบัญชีประเภท Cent ให้ลองฝากเงินจริงจำนวนเล็กน้อยเพื่อลองระบบจริง เช่น การฝากถอน, การเปิด/ปิดออร์เดอร์ในสถานการณ์ตลาดจริง
  • เป็นโอกาสดีที่จะได้ทดสอบทีม Support ด้วย เช่น ตอบเร็วไหม ใช้ภาษาไทยได้หรือไม่ ให้คำตอบตรงประเด็นหรือเปล่า

ภาพนี้เผยถึงการได้ลอง หรือ ทดสอบ บัญชีเดโมก่อน ก็จะรู้เลยว่า ความเสถียรของระบบเป็นอย่างไร ? นี่แหละจะทำให้เราตัดสินใจใช้จริง

เปรียบเทียบเงื่อนไขให้ครบ ไม่ดูแค่โปรโมชั่น

  • อย่าดูแค่ Bonus ต้องดูรายละเอียดที่แท้จริง เช่น Spread แคบหรือกว้าง ค่าคอมมิชชันสูงหรือไม่ Leverage ให้มากแต่มีข้อจำกัดอะไรบ้าง
  • ตรวจสอบว่าโบรกมีฟีเจอร์เสริมไหม เช่น VPS ฟรี, Copy Trade, ระบบเทรดผ่านเว็บโดยไม่ต้องติดตั้ง, เครื่องมือวิเคราะห์ตลาด หรือสัญญาณเทรด
  • ควรดูว่าการดำเนินคำสั่งเป็นแบบ Market Execution หรือ Instant Execution เพราะส่งผลต่อ Slippage และความแม่นยำในการเข้าออกออเดอร์

เลือกโบรกที่รองรับการฝากถอนผ่านธนาคารไทย

  • โบรกที่มีระบบ Local Payment Gateway มักจะฝากถอนได้รวดเร็วภายในไม่กี่นาทีโดยไม่ต้องผ่านแอดมิน
  • ค่าธรรมเนียมถูกกว่าเมื่อเทียบกับการฝากผ่านบัตร, e-wallet หรือ crypto ซึ่งบางครั้งมีค่าธรรมเนียมแฝง
  • การฝากถอนผ่านธนาคารไทยยังง่ายต่อการตรวจสอบหากมีปัญหา หรือเกิดข้อผิดพลาดระหว่างการทำธุรกรรม

กระจายความเสี่ยงและบริหารความปลอดภัยของเงินทุน

  • อย่าเทรด All-in กับโบรกใดโบรกหนึ่งโดยเฉพาะถ้ายังไม่เคยมีประวัติกับโบรกนั้น
  • ควรแบ่งเงินออกเป็นหลายก้อน เปิดกับโบรกต่างกันเพื่อลดความเสี่ยงกรณีโบรกมีปัญหา เช่น Server ล่ม ถอนเงินล่าช้า หรือโดนแบนบัญชี
  • หากเทรดจริงจัง ควรมีบัญชีสำรองเพื่อโยกเงินทันทีหากมีสัญญาณว่าโบรกเริ่มมีปัญหา เช่น เริ่มถอนเงินยาก หรือ Support เงียบผิดปกติ

ตัวอย่างของโบรกเกอร์ IC Markets ที่มีช่องทางฝาก-ถอน ผ่านธนาคารไทย รวมไปถึงการฝากเงินผ่าน QR PROMPTPAY ที่สะดวกและรวดเร็ว

โบรกไหนมาจากชาติไหน? รวมสัญชาติยอดฮิตของโบรกในไทย

  • โบรกเกอร์มีหลายสัญชาติมากครับที่ให้บริการอยู่ในประเทศไทย 
  • ในหัวข้อนี้จึงขอแยกข้อมูลออกมาเป็นตารางสรุป เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายมากขึ้นดังตารางที่ 2 

ตารางที่ 2 แสดงถึงโบรกเกอร์ต่าง ๆ ในประเทศไทย พร้อมระบุสัญชาติ และ สำนักงานใหญ่ 

ชื่อโบรกเกอร์สัญชาติที่ตั้งสำนักงานใหญ่
Exnessไซปรัสไซปรัส
Eightcapออสเตรเลียออสเตรเลีย
Tickmillอังกฤษอังกฤษ
FxProสหราชอาณาจักรสหราชอาณาจักร
Pepperstoneออสเตรเลียออสเตรเลีย
HFM (HF Markets)ไซปรัสไซปรัส
IC Marketsออสเตรเลียออสเตรเลีย
FBSไซปรัสไซปรัส
XMเบลิสเบลิส
Doo Primeฮ่องกงหมู่เกาะ เคย์แมน
  • จะเห็นได้เลยว่าในส่วนใหญ่แล้ว โบรกเกอร์ทางฝั่ง ออสเตรเลีย,ไซปรัส และ อังกฤษ เราจะพบเห็นได้บ่อย 
  • แต่ปัจจุบัน ตลาดทางฝั่งเอเชียเริ่มคึกคัก และทำการตลาดในประเทศไทยมากขึ้น 
  • ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ Thaibrokerforex.com

คลิปที่น่าสนใจ 

  • ขอแนะนำคลิปที่เผยถึงข้อดีของโบรกเกอร์ที่น่าใช้กับ คลิป Top 5 โบรกเกอร์ที่ดีที่สุดในปี 2025 จากช่อง OXY Trade บันทึกเทรดของอ๊อกซี่
  • นาทีที่ 1.51 XM
  • นาทีที่ 4.40 iux
  • นาทีที่ 7.53 Exness
  • นาทีที่ 12.05 IC Markets
  • นาทีที่ 13.19 EightCap

สรุป

  • จริงๆ แล้ว โบรกเกอร์ Forex ในไทยยังไม่มีที่ได้รับการรับรองจาก ก.ล.ต. แบบถูกกฎหมายเต็มตัว เพราะตลาดนี้ถูกมองว่ายังเสี่ยงสูงอยู่
  • เพราะงั้นพวกเราที่เทรดในไทยส่วนใหญ่เลยต้องพึ่งโบรกต่างประเทศที่น่าเชื่อถือแทน และการเลือกโบรกดีๆ นี่แหละสำคัญสุด เพราะจะช่วยให้เราเทรดได้ลื่น ระบบฝากถอนไม่ติดขัด ไม่ต้องกังวลเรื่องโดนโกง
  • สิ่งที่ต้องระวังคือพวกโบรกปลอม หรือคนชวนให้ฝากเงินแบบผิดกฎหมาย ซึ่งตรงนี้ย้ำเลยว่า “เทรด Forex ต้องเทรดเอง” ไม่มีใครช่วยเทรดแทนเราได้จริงๆ
  • ในไทยเราอาจเห็นบริษัทหรือเซลล์ที่มาแนะนำโบรกต่างประเทศพวกนี้ แต่เขาไม่ใช่โบรกเองนะ เป็นแค่ตัวแทนช่วยเพิ่มฐานลูกค้า
  • เคล็ดลับคือเลือกโบรกที่มีใบอนุญาตตรวจสอบได้ ระบบฝากถอนอัตโนมัติ ทีมซัพพอร์ตตอบไว และมีรีวิวจากเทรดเดอร์จริง ไม่ใช่แค่รีวิวสวยๆ ในโฆษณา
  • สรุปง่ายๆ คือถ้าอยากเทรด Forex ในไทยแบบปลอดภัย ต้องทำการบ้านเลือกโบรกดีๆ จากต่างประเทศ เพราะโบรกในประเทศยังไม่มีใบอนุญาตรองรับแบบจริงจัง
    • เลือกโบรกเกอร์ Forex ที่มีความน่าเชื่อถือ และ อื่น ๆ ได้ที่นี่ 

อ้างอิง: 

FAQ – โบรกเกอร์ Forex ในไทยมีไหม ที่เทรดๆกันตอนนี้มีของประเทศไหนบ้าง? 

ก.ล.ต. ไทยยังไม่รองรับการเทรด Forex สำหรับบุคคลทั่วไป เพราะถือเป็นความเสี่ยงสูง และยังไม่มีกฎชัดเจนสำหรับการเปิดโบรกในประเทศ จึงต้องไปจดทะเบียนต่างประเทศแทน
คนไทยนิยมเทรดกับโบรกที่จดทะเบียนในไซปรัส (CySEC), ออสเตรเลีย (ASIC) และเซเชลส์/เซนต์วินเซนต์ (FSA/FSC) เพราะไซปรัสและออสเตรเลียมีความน่าเชื่อถือ ส่วนเซเชลส์แม้ควบคุมไม่เข้มมาก แต่ให้ Leverage สูงและไม่จำกัดการเทรดข่าว จึงเหมาะกับสายเก็งกำไร

หลายโบรกอย่าง Exness, IC Markets, XM มีทีมงานไทยดูแลจริง โดยเฉพาะโบรกที่มีลูกค้าไทยเยอะ ลองถามคำเทคนิคดูว่าตอบตรงไหม ถ้าใช้แปลอัตโนมัติ มักตอบไม่ชัดและภาษาดูแปลก ๆ
หลายโบรกมีทั้งบัญชี Standard (MM) และ ECN/Raw Spread ที่ส่งคำสั่งเข้าตลาด หากต้องการความโปร่งใสควรเลือก ECN แต่บัญชี MM ก็ใช้ได้ ถ้าเงื่อนไขดีและไม่มีประวัติเอาเปรียบลูกค้า

โบรกที่น่าเชื่อถือต้องมีใบอนุญาตตรวจสอบได้, รีวิวจริงหลายช่องทาง, ระบบฝากถอนอัตโนมัติ, ซัพพอร์ตตอบเร็ว และไม่มีประวัติปิดหนีหรือจ่ายเงินล่าช้า ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงเมื่อต้องเทรดกับโบรกต่างประเทศ

 

เขียนโดย

Somchai Witthtaya

ผู้ตรวจทานความถูกต้อง

Chonthicha Poomidon