Risk Management: วิธีการจัดการความเสี่ยงในการลงทุนที่ทุกคนควรรู้

Risk Management คือวิธีการจัดการความเสี่ยงในการลงทุนที่เทรดเดอร์ทุกคนควรรู้ เพราะในการเทรดจริงไม่มี กลยุทธ์การเทรด หรือสินทรัพย์แบบไหนที่จะได้กำไรทุกออเดอร์ ดังนั้นการจัดการความเสี่ยงด้วยวิธีต่างๆ จึงเป็นเทคนิคที่ช่วยให้พอร์ตของคุณเสียหายน้อยที่สุด

ความเสี่ยง (Risk) มีกี่ประเภท

“การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดศึกษาข้อมูลก่อนลงทุนทุกครั้ง”

ประโยคนี้น่าจะเป็นประโยคที่เทรดเดอร์ทุกคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ซึ่งก็เป็นประโยคที่ไม่เกินจริงเลย เพราะการลงทุนแต่ละครั้งจะมีความเสี่ยงอยู่ในนั้นด้วยเสมอ โดยทั่วไปแล้ว ความเสี่ยง (Risk) จะหมายถึงความไม่แน่นอน หรือเรียกว่าเป็นโอกาสที่คุณอาจไม่ได้รับผลตอบแทนอย่างที่คาดหวังเอาไว้ และความเสี่ยงก็สามารถแยกออกมาได้เป็นหลายประเภท

  • Market Risk คือความเสี่ยงจาก ตลาด หรือสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปจนส่งผลต่อราคาของสินทรัพย์
  • Business Risk คือความเสี่ยงของธุรกิจ เป็นความเสี่ยงที่เกิดจากลักษณะเฉพาะของธุรกิจแต่ละประเภท ถ้าเทียบกับตลาดลงทุนแล้วจะเป็นประเภทของสินทรัพย์ที่เลือกเทรด เช่น Forex หรือ คริปโต เป็นต้น
  • Liquidity Risk คือความเสี่ยงเรื่องสภาพคล่อง เกิดจากการที่ไม่สามารถซื้อขายสินทรัพย์ได้ตามราคาหรือจำนวนที่ต้องการ
  • Interest Rates Risk คือความเสี่ยงเรื่องอัตราดอกเบี้ย เกิดจาก ดอกเบี้ยของสินทรัพย์ บางประเภทซึ่งส่งผลต่อราคาหรือผลตอบแทนจากสินทรัพย์นั้นด้วย
  • Inflation Risk คือความเสี่ยงเรื่องอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งส่งผลให้ราคาของสินทรัพย์ต่างๆ สูงขึ้น และจะต้องใช้ทุนในการซื้อขายที่มากขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้ก็ยังมีความเสี่ยงอื่นที่คาดเดาได้ยาก เช่น ปรากฏการสำคัญต่างๆ ในตลาด ความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี หรือภัยธรรมชาติ ซึ่งอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อสินทรัพย์และราคา ในส่วนนี้อาจใช้วิธีติดตาม ข่าวสารสำคัญต่างๆ เพื่อคาดเดาแนวทางล่วงหน้าได้บ้าง

หลักในการบริหารความเสี่ยงต้องคำนึงถึงอะไร

ก่อนจะเริ่มทำ Risk Management ก็ต้องเข้าใจก่อนว่าการบริหารความเสี่ยงไม่ได้หมายถึงการทำให้ความเสี่ยงหมดไปแบบ 100% แต่เป็นการทำให้ความเสี่ยงเหล่านั้นเหลือน้อยที่สุด ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องให้มีโอกาสได้กำไรในระยะยาว

“ต้องรู้ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้”

เพราะการลงทุนทุกครั้งจะต้องมีความเสี่ยงควบคู่กันอยู่เสมอ เมื่อไม่สามารถหลีกหนีความเสี่ยงพ้นก็ต้องรู้ระดับความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้แทน และต้องตั้งคำถามต่อด้วยว่าถ้าไม่ได้ผลตอบแทนตามที่คาดหวังไว้แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อ เช่น

  • ถ้าไม้นี้ขาดทุน จะส่งผลต่อภาพรวมของพอร์ตมากแค่ไหน?
  • ระดับความเสี่ยงมีมากเกินไปจนทำให้กระวนกระวายใจไหม?
  • ถ้า แนวโน้มตลาด เปลี่ยนจะจัดการกับพอร์ตอย่างไร?
  • ถ้าเสียเงินลงทุนก้อนนี้หรือทั้งหมดไปแล้วจะเดือดร้อนกับชีวิตประจำวันมากแค่ไหน?
  • มีเงินทุนสำรองเพียงพอในการลงทุนต่อไหม?

ถ้าคิดคำถามเหล่านี้ไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้ วางแผนในการเทรด ได้รัดกุมมากยิ่งขึ้น เทรดได้อย่างสบายใจ รวมถึงเลือกลงทุนได้เหมาะกับสไตล์ของตัวเองด้วย เช่น

  • ถ้าชอบความเสี่ยงน้อยๆ ก็เลือกลงทุนกับสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำได้
  • ถ้าชอบแบบ High risk high return ก็เลือกสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงๆ แต่มีผลตอบแทนดีได้

การหาระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้อาจจะใช้สูตร Risk/Reward Ratio (RRR) เพื่อเป็นแนวทางคร่าวๆ ได้

  • Risk/Reward Ratio คือการเปรียบเทียบระหว่างความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ
  • ควรกำหนด RRR เอาไว้ให้มีกำไรมากกว่าขาดทุน โดยทั่วไปจะกำหนดเอาไว้ประมาณ 3:1
    • เช่น เปิดออเดอร์ไว้ด้วยเงิน 100 USD แล้ว ตั้ง Stop Loss เอาไว้ให้ขาดทุนได้แค่ 10 USD และ ตั้ง Take Profit เอาไว้ให้ปิดออเดอร์เมื่อได้ 130 USD หรือกำไร 30 USD เป็นต้น
  • ถ้าใช้สูตร RRR 3:1 เอาไว้ เมื่อเทรดได้กำไร 1 ครั้งมาแล้วก็จะใช้กำไรนี้เทรดขาดทุนได้อีกถึง 3 ครั้ง ในระยะยาวก็จะมีโอกาสได้กำไรมากกว่าขาดทุน

รวมวิธีทำ Risk Management ที่นักลงทุนควรรู้

Risk Management เป็นเทคนิคที่เทรดเดอร์ใช้เพื่อประเมินความเสี่ยง ลดความเสี่ยง ไปจนถึงควบคุมความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในการซื้อขาย เพื่อให้พอร์ตรวมเกิดความสมดุล มีโอกาสที่จะได้กำไรมากกว่าในระยะยาว โดยจะมีแนวทางในการทำ Risk Management ดังนี้

  • การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) ก่อนตัดสินใจซื้อขายอะไรต้องประเมินความเสี่ยงให้รอบด้าน ทั้งเรื่องความผันผวนของราคา สภาวะตลาด สภาพคล่องของสินทรัพย์ รวมถึงปัจจัยอื่นๆ
  • การยอมรับความเสี่ยง (Risk Tolerance) ต้องนำเป้าหมายทางการเงินและระยะเวลาที่มีมากำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และเลือกลงทุนให้สอดคล้องกับ เป้าหมายกำไร ที่ตั้งเอาไว้
  • การกระจายความเสี่ยง (Diversification) ต้องกระจายการซื้อขายไปยังสินทรัพย์หลายแบบ หรือเลือกลงทุนในหลายตลาด เพื่อกระจายความเสี่ยงออกไป ถ้าตลาดมีการเปลี่ยนแปลงจะได้ไม่ต้องขาดทุนทั้งหมด
  • การจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) ต้องกำหนด สัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสม ตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โดยอาจนำ Risk/Reward Ratio หรือเทคนิคอื่นมาใช้เป็นแนวทางคร่าวๆ ก็ได้
  • การลดความเสี่ยง (Risk Mitigation) ต้องรู้จักนำกลยุทธ์ต่างๆ มาใช้เพื่อจำกัดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น การใช้ Stop Loss หรือ Take Profit
  • การติดตามและประเมินผล (Monitoring and Review) เมื่อลงทุนซื้อขายไปแล้วจะต้องนำผลลัพธ์ในแต่ละครั้งมาประเมินเพื่อปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสมมากขึ้นเรื่อยๆ

แนวทางทั้งหมดนี้เป็นเพียงหลักคร่าวๆ ในการทำ Risk Management ซึ่งอาจมีเทคนิคหรือหลักการอื่นมากกว่านี้ได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในการเทรดเฉพาะบุคคล

เทคนิคการทำ Risk Management ที่น่าสนใจ

เทคนิคการทำ Risk Management ก็มีอยู่หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์การเทรดของแต่ละคน แต่สำหรับเทรดเดอร์ที่ยังไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรก็อาจลองใช้วิธีปิดครึ่งราคาดูก็ได้

  • ตัวอย่างเช่น ถ้าเลือกซื้อสินทรัพย์ A ด้วยเงิน 100 USD และตั้ง SL เอาไว้ที่ขาดทุน 10 USD ตั้ง TP เอาไว้ที่กำไร 30 USD
  • ถ้าดูสถานการณ์แล้วราคาไหลช้า หรือมีโอกาสที่จะไปไม่ถึงกำไร 30 USD ก็ให้ปิดออเดอร์ตั้งแต่ได้กำไรประมาณ 15 USD หรือครึ่งหนึ่งของราคาที่คาดหวังเอาไว้ เพื่อเก็บกำไรที่มีเอาไว้ก่อน
  • เทคนิคนี้อาจใช้เปิด 2 ออเดอร์พร้อมกัน โดยออเดอร์แรกตั้ง TP เอาไว้ที่ 30 USD ส่วนออเดอร์ที่สองตั้ง TP เอาไว้ที่ 15 USD ก็ได้
  • ถ้าราคาเป็นไปตามแนวทางที่คาดเอาไว้ อย่างน้อยออเดอร์แรกก็ควรจะได้กำไร ในกรณีที่ออเดอร์ที่สองขาดทุน ก็ยังมีส่วนต่างของกำไรออเดอร์แรกกับ SL ที่ตั้งไว้เหลืออยู่ 5 USD

ตัวอย่างการทำ Risk Management

ตัวอย่างการทำ Risk Management วันนี้จะเป็นคลิปวีดีโอชื่อ Money and Risk Management Plan for Trading Forex Crypto & Stocks จากช่อง Smart Risk บน Youtube ซึ่งจะพูดถึงทั้งการทำ Money Management และ Risk Management ไปจนถึงการจัดการอารมณ์ในการเทรด ซึ่งจะมีนาทีที่สำคัญทั้งหมดดังนี้

  • นาทีที่ 1.17 วัตถุประสงค์ของการทำ Money & Risk Management
  • นาทีที่ 1.33 ทำไมต้องทำ Money & Risk Management
  • นาทีที่ 2.53 ประโยชน์และวิธีการทำ Risk Management
  • นาทีที่ 3.38 ประโยชน์ของ Money Management
  • นาทีที่ 4.35 วิธีการทำ Money Management
  • นาทีที่ 5.54 การใช้เครื่องคำนวณขนาดออเดอร์
  • นาทีที่ 6.53 การจัดการอารมณ์ในการเทรดและวิธีเพิ่มผลกำไรด้วย Money Management
  • นาทีที่ 7.30 วิธีเพิ่มกำไรด้วย Risk Management

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Risk Management

Risk Management คืออะไร

Risk Management คือเทคนิคที่เทรดเดอร์ใช้เพื่อประเมินความเสี่ยง ลดความเสี่ยง ไปจนถึงควบคุมความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในการซื้อขาย

Risk Management มีวิธีการทำอย่างไร

การทำ Risk Management มีอยู่หลายวิธี หลายขั้นตอน แต่โดยรวมแล้วจะเป็นการค้นหาความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และกระจายความเสี่ยงในการลงทุนไปยังสินทรัพย์หลายๆ แบบ พร้อมทั้งติดตามผล ประเมินผลลัพธ์จากการเทรดทุกครั้งเพื่อนำมาปรับปรุงกลยุทธ์การเทรดให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

ทำไมต้องทำ Risk Management

Risk Management ไม่ได้เป็นวิธีที่ทำให้ความเสี่ยงเหลือ 0% แต่จะเป็นการลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในการซื้อขาย ช่วยให้พอร์ตรวมมีความสมดุล และมีโอกาสได้กำไรมากขึ้นในระยะยาว

สรุป: Risk Management ใช้ได้จริงไหม ช่วยเพิ่มกำไรได้ไหม

โดยทั่วไปแล้ว Risk Management มักจะใช้ควบคู่กับ Money Management เพื่อลดความเสี่ยงในการซื้อขาย ดังนั้นวัตถุประสงค์หลักของ Risk Management จึงไม่ใช่การเพิ่มกำไรโดยตรง แต่ถ้าควบคุมความเสี่ยงได้ดี มีการจัดการเงินทุนกันได้อย่างเหมาะสม โอกาสในการได้กำไรก็จะมากกว่าการขาดทุนอยู่แล้ว การทำ Risk Management จึงเป็นหนึ่งในหนทางสู่การเทรดที่ยั่งยืน หรือเพื่อให้ เทรดกันเป็นอาชีพ ได้

References

  1. รู้ทัน… ความเสี่ยงในการลงทุน, https://www.setinvestnow.com/th/knowledge/article/92-tsi-know-your-investment-risks
  2. 3 วิธีลงทุนอย่างเป็นสุขด้วย Risk Management, https://www.peerpower.co.th/blog/invest-risk-management
  3. การลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนควรรู้และบริหารจัดการอย่างไร ?, https://www.ktc.co.th/article/knowledge/stocks/investment-risk-management-tips
  4. 5 เทคนิคพิชิตความเสี่ยง สู่ผลตอบแทนยั่งยืน, https://www.investree.co.th/knowledge-hub-detail/how-to-evaluate-risk-and-reward-in-investments
  5. การบริหารจัดการความเสี่ยงกับการลงทุนปี 2565 ด้วยกลยุทธ์แบบ 4T, https://www.prospectrm.com/th/newsroom/articles/71/การบริหารจัดการความเสี่ยงกับการลงทุนปี-2565-ด้วยกลยุทธ์แบบ-4t
  6. Risk Management, https://www.setinvestnow.com/th/glossary/risk-management
  7. คำนวณ R:R ก่อนเข้าซื้อ ด้วยฟังก์ชั่น Long / Short Position, https://www.liberator.co.th/article/view/cal-risk-to-reward-in-tradingview

เขียนโดย

Somchai Witthtaya

ผู้ตรวจทานความถูกต้อง

Chonthicha Poomidon