Market Depth หรือ Level II Quote คืออะไร
Market Depth (DOM) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Level II Quote คือ เครื่องมือที่ใช้แสดงข้อมูลการเสนอซื้อ (Bid) และการเสนอขาย (Ask) ของสินทรัพย์ทางการเงินต่างๆ แบบเรียลไทม์ โดยจะแสดงข้อมูลราคาและปริมาณการซื้อขายที่นักลงทุนทั่วโลกส่งเข้ามาในตลาด ณ เวลานั้นๆ ซึ่งแตกต่างจาก Level I Quote ที่แสดงเพียงราคา Bid และ Ask ที่ดีที่สุดในขณะนั้นเท่านั้น
- Level I Quote: เปรียบเสมือนการมองเห็นแค่ “ยอดภูเขาน้ำแข็ง” โดยจะแสดงเฉพาะราคาเสนอซื้อ (Bid) ที่สูงสุด และราคาเสนอขาย (Ask) ที่ต่ำสุด พร้อมกับปริมาณการซื้อขาย ณ ราคานั้นๆ ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานที่นักลงทุนส่วนใหญ่เห็นได้ทั่วไป
- Level II Quote (Market Depth): เปรียบเสมือนการมองเห็น “ภูเขาน้ำแข็งทั้งลูก” ทั้งส่วนที่พ้นน้ำและใต้น้ำ โดยจะแสดงข้อมูลการเสนอซื้อและเสนอขายในทุกระดับราคา ไม่ใช่แค่ราคาที่ดีที่สุด ทำให้เห็นภาพรวมของอุปสงค์ (Demand) และอุปทาน (Supply) ในตลาดได้อย่างลึกซึ้งและครบถ้วนกว่า
- โดยทั่วไปแล้ว Market Depth จะแสดงข้อมูลในรูปแบบของ “สมุดคำสั่งซื้อขาย” (Order Book) ซึ่งประกอบด้วยสองฝั่งคือ:
- ฝั่ง Bid (สีเขียว): แสดงรายการคำสั่ง “ซื้อ” ที่รอการจับคู่ โดยเรียงลำดับจากราคาสูงสุดไปหาต่ำสุด
- ฝั่ง Ask (สีแดง): แสดงรายการคำสั่ง “ขาย” ที่รอการจับคู่ โดยเรียงลำดับจากราคาต่ำสุดไปหาสูงสุด
ความเป็นมาของ Market Depth หรือ Level II Quote
แต่เดิมนั้น ข้อมูลการซื้อขายในระดับลึก หรือ Level II เป็นข้อมูลที่จำกัดอยู่เฉพาะในแวดวงของ นักค้าหุ้นมืออาชีพและ Market Maker ในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ในช่วงทศวรรษ 1980 และ 1990
- ยุคแรกเริ่ม: NASDAQ ได้พัฒนาระบบที่เรียกว่า “Nasdaq Workstation II” ซึ่งเปิดโอกาสให้ โบรกเกอร์และนักค้าสามารถดูข้อมูล Level II ได้ ทำให้พวกเขามีข้อได้เปรียบเหนือกว่านักลงทุนรายย่อยทั่วไปที่เห็นเพียงข้อมูล Level I
- การปฏิวัติของอินเทอร์เน็ต: ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 การเข้ามาของอินเทอร์เน็ตและการเติบโตของโบรกเกอร์ออนไลน์ (Online Brokerage) ได้ทำลายกำแพงดังกล่าวลง โบรกเกอร์เริ่มนำเสนอข้อมูล Level II ให้กับลูกค้ารายย่อย ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติที่สำคัญที่ช่วยสร้างความเท่าเทียมในสนามการแข่งขันมากขึ้น
- สู่ตลาด Forex: เมื่อการเทรด Forex สำหรับรายย่อยได้รับความนิยมมากขึ้น และโมเดลโบรกเกอร์แบบ ECN/STP ถือกำเนิดขึ้น แนวคิดของ Market Depth ก็ถูกนำมาปรับใช้กับ ตลาด Forex เพื่อสร้างความโปร่งใสและแสดงให้เห็นถึงสภาพคล่องที่แท้จริงที่โบรกเกอร์ได้รับมาจากผู้ให้บริการสภาพคล่องหลายๆ ราย
Market Depth ทำหน้าที่อะไร
Market Depth หรือ Level II Quote ทำหน้าที่หลักในการ แสดงสมุดคำสั่งซื้อขาย (Order Book) ทั้งหมดของสินทรัพย์แบบเรียลไทม์ ทำให้เห็นภาพรวมของอุปสงค์และอุปทานในตลาดได้ลึกกว่าข้อมูลปกติที่จะแสดงแค่ราคา Bid และ Ask ที่ดีที่สุดเพียงราคาเดียว
พูดง่ายๆ คือ มันแสดงให้เห็นว่ามีคนต้องการ “ซื้อ” หรือ “ขาย” ที่ราคาไหนบ้าง และในปริมาณเท่าไหร่
ทำหน้าที่แสดงอุปสงค์และอุปทานที่แท้จริง (Real Supply and Demand)
Market Depth จะแสดงรายการคำสั่งซื้อ (Bid) และคำสั่งขาย (Ask) ที่รอการจับคู่ทั้งหมด โดยเรียงตามระดับราคา สิ่งนี้ช่วยให้เทรดเดอร์มองเห็น “กำแพงซื้อ” (Buy Wall) และ “กำแพงขาย” (Sell Wall) ได้อย่างชัดเจน ซึ่งก็คือแนวรับและแนวต้านที่เกิดจากคำสั่งซื้อขายจำนวนมาก ณ ระดับราคาใดราคาหนึ่ง
ทำหน้าที่ช่วยประเมินสภาพคล่อง (Liquidity Assessment)
ปริมาณคำสั่งซื้อขายที่หนาแน่นในหลายระดับราคาบ่งชี้ว่าสินทรัพย์นั้นมี สภาพคล่อง (Liquidity) สูง การรู้ข้อมูลนี้สำคัญมาก โดยเฉพาะสำหรับการซื้อขายในปริมาณมาก เพราะช่วยให้สามารถประเมินได้ว่าหากส่งคำสั่งขนาดใหญ่เข้าไป จะส่งผลกระทบต่อราคามากน้อยเพียงใด (Slippage)
ทำหน้าที่เปิดเผยข้อมูลการซื้อขายระยะสั้น (Short-Term Trading Insights)
สำหรับ นักเทรดระยะสั้น (Scalpers) และนักเทรดรายวัน (Day Traders) ข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้:
- หาจังหวะเข้า-ออกที่แม่นยำ: โดยการวางคำสั่ง ณ ระดับราคาที่มีสภาพคล่องรออยู่
- คาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคา: การเปลี่ยนแปลงของปริมาณใน Order Book สามารถเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าถึงการเปลี่ยนแปลงทิศทางของราคาในระยะสั้นได้
- ยืนยันสัญญาณทางเทคนิค: ใช้ประกอบการตัดสินใจร่วมกับอินดิเคเตอร์อื่นๆ เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเทรด
มีประโยชน์อย่างไร
การเข้าถึงข้อมูล Market Depth หรือ Level II Quote ให้ข้อได้เปรียบให้กับนักลงทุน ดังนี้
- มองเห็นสภาพคล่อง (Liquidity) ของตลาด: Market Depth ช่วยให้เห็นว่าในแต่ละระดับราคามีปริมาณการเสนอซื้อและขายมากน้อยเพียงใด หากมีปริมาณการซื้อขายหนาแน่นในหลายระดับราคา แสดงว่าสินทรัพย์นั้นมีสภาพคล่องสูง การซื้อขายจะทำได้ง่ายและรวดเร็ว
- คาดการณ์แนวโน้มราคาระยะสั้น: นักลงทุนสามารถวิเคราะห์ “กำแพงซื้อ” (Buy Wall) และ “กำแพงขาย” (Sell Wall) ได้
- Buy Wall: เมื่อมีคำสั่งซื้อปริมาณมหาศาลรออยู่ที่ระดับราคาใดราคาหนึ่ง จะทำหน้าที่เป็นแนวรับที่แข็งแกร่ง ทำให้ราคามีแนวโน้มที่จะไม่ลดลงต่ำกว่าระดับนั้น
- Sell Wall: ในทางกลับกัน เมื่อมีคำสั่งขายปริมาณมหาศาลรออยู่ที่ระดับราคาใดราคาหนึ่ง จะทำหน้าที่เป็นแนวต้านที่แข็งแกร่ง ทำให้ราคามีแนวโน้มที่จะไม่ปรับตัวสูงขึ้นผ่านระดับนั้นไปได้ง่ายๆ
- หาจังหวะเข้าซื้อขายที่แม่นยำขึ้น: การเห็นภาพรวมของ Order Book ทั้งหมดช่วยให้นักลงทุนสามารถวางแผนการเข้าซื้อหรือขายในราคาที่ดีที่สุด แทนที่จะซื้อขายตาม ราคาตลาด (Market Price) เพียงอย่างเดียว
- ลดความเสี่ยงจาก Slippage: Slippage คือสถานการณ์ที่ราคาที่ทำการซื้อขายจริงแตกต่างจากราคาที่คาดหวังไว้ มักเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูงและสภาพคล่องต่ำ การใช้ Market Depth ช่วยให้นักลงทุนเห็นปริมาณการซื้อขายที่รออยู่ และสามารถประเมินได้ว่าหากส่งคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่เข้าไป จะเกิด Slippage มากน้อยเพียงใด
- ยืนยันสัญญาณทางเทคนิค: สามารถใช้ Market Depth เพื่อยืนยันสัญญาณจากอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคอื่นๆ ได้ เช่น หากกราฟราคากำลังเข้าใกล้แนวรับสำคัญ และใน Market Depth ปรากฏว่ามี Buy Wall ขนาดใหญ่รออยู่ ก็เป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับแนวรับนั้นมากยิ่งขึ้น
มีความสำคัญกับการเทรด Forex อย่างไร
ใน ตลาด Forex ซึ่งเป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก Market Depth มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักเทรดระยะสั้น (Scalpers) และนักเทรดระหว่างวัน (Day Traders)
- เปิดเผยโครงสร้างตลาดที่แท้จริง: ตลาด Forex เป็นตลาดแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) หมายความว่าไม่มีศูนย์กลางการซื้อขายที่เดียว โบรกเกอร์แต่ละแห่งจะได้รับราคาจากผู้ให้บริการสภาพคล่อง (Liquidity Provider) หลายราย การมี Market Depth ช่วยให้นักเทรดเห็นภาพรวมของคำสั่งซื้อขายจากผู้ให้บริการสภาพคล่องต่างๆ ที่โบรกเกอร์นั้นๆ เชื่อมต่ออยู่
- หัวใจของ ECN/STP Broker: โบรกเกอร์ประเภท ECN (Electronic Communication Network) และ STP (Straight Through Processing) จะส่งคำสั่งซื้อขายของลูกค้าเข้าไปในตลาดกลางโดยตรง ซึ่ง Market Depth คือเครื่องมือหลักที่แสดงให้เห็นถึงการทำงานที่โปร่งใสนี้ นักเทรดสามารถเห็นคำสั่งของตัวเองปรากฏอยู่ใน Order Book และเห็นคำสั่งของนักเทรดคนอื่นๆ จากทั่วโลกได้
- เพิ่มประสิทธิภาพสำหรับ Scalping: Scalper คือนักเทรดที่ทำกำไรจากส่วนต่างราคา (Spread) เพียงเล็กน้อยและเปิดปิดออเดอร์อย่างรวดเร็ว Market Depth ช่วยให้ Scalper สามารถ:
- มองหาช่วงที่ Spread แคบที่สุดเพื่อเข้าทำกำไร
- เห็นสภาพคล่องที่หนาแน่นเพื่อที่จะเข้าและออกจากตลาดได้อย่างรวดเร็วโดยไม่เกิด Slippage
- วางคำสั่ง Limit Order ดักรอที่แนวรับ-แนวต้านย่อยๆ ที่เห็นจาก Order Book ได้อย่างแม่นยำ
- การเทรดข่าว (News Trading): ในช่วงที่มีการประกาศข่าวเศรษฐกิจสำคัญ ตลาดจะมีความผันผวนสูงมาก Market Depth จะแสดงให้เห็นถึงความโกลาหลของตลาด การหายไปของสภาพคล่อง หรือการเกิดช่องว่างของราคา (Gap) ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับนักเทรดข่าวในการตัดสินใจ
หลักการทำงาน Market Depth หรือ Level II Quote ในการเทรด Forex คืออะไร
หลักการทำงานของ Market Depth ในตลาด Forex คือ การรวบรวมและแสดงผลข้อมูลคำสั่งซื้อ (Bid) และคำสั่งขาย (Ask) จากผู้ให้บริการสภาพคล่อง (Liquidity Providers – LPs) ทั้งหมดที่โบรกเกอร์เชื่อมต่ออยู่
- รวบรวมคำสั่ง: โบรกเกอร์ (โดยเฉพาะ ECN/STP) จะเชื่อมต่อกับ LPs หลายราย ซึ่งอาจเป็นธนาคารขนาดใหญ่, สถาบันการเงิน, หรือ กองทุน Hedge Fund เมื่อ LPs เหล่านี้ส่งคำสั่งซื้อขายเข้ามาในระบบ คำสั่งทั้งหมดจะถูกรวบรวมไว้
- จัดเรียงข้อมูล: ระบบจะนำคำสั่งทั้งหมดมาจัดเรียงใน Order Book
- ฝั่งซื้อ (Bid): เรียงจากราคาเสนอซื้อสูงสุดลงไปหาต่ำสุด
- ฝั่งขาย (Ask): เรียงจากราคาเสนอขายต่ำสุดขึ้นไปหาสูงสุด
- แสดงผลแบบเรียลไทม์: ข้อมูลใน Order Book จะถูกอัปเดตและแสดงผลบนแพลตฟอร์มการเทรดของนักลงทุนแบบเรียลไทม์ ทำให้นักเทรดเห็นการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์และอุปทานที่เกิดขึ้นจริงในตลาด ณ วินาทีนั้นๆ
- การจับคู่คำสั่ง (Matching): เมื่อมีคำสั่งซื้อที่ราคาตลาด (Market Order) เข้ามา ระบบจะจับคู่คำสั่งนั้นกับราคาขาย (Ask) ที่ดีที่สุด (ต่ำที่สุด) ที่มีอยู่ใน Order Book ในทางกลับกัน หากมีคำสั่งขายที่ราคาตลาดเข้ามา ก็จะถูกจับคู่กับราคาซื้อ (Bid) ที่ดีที่สุด (สูงสุด) ที่มีอยู่ การจับคู่จะเกิดขึ้นไล่ตามลำดับราคาไปเรื่อยๆ จนกว่าปริมาณของคำสั่งซื้อขายนั้นจะครบถ้วน
ข้อดีและข้อเสีย Market Depth หรือ Level II Quote
ข้อดี
- ความโปร่งใสสูงสุด: แสดงภาพรวมของตลาดที่แท้จริง ทำให้เห็นอุปสงค์และอุปทานในทุกระดับราคา
- ช่วยในการตัดสินใจ: เป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการวิเคราะห์แนวโน้มระยะสั้น หาแนวรับ-แนวต้าน และจังหวะเข้าซื้อขาย
- ลดความเสี่ยง: ช่วยประเมินความเสี่ยงจาก Slippage ก่อนส่งคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่
- ยืนยันสัญญาณ: สามารถใช้ประกอบการวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อเพิ่มความแม่นยำ
- เหมาะกับเทรดเดอร์ระยะสั้น: เป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้สำหรับ Scalper และ Day Trader ที่ต้องการความเร็วและความแม่นยำในการเข้าออกตลาด
ข้อเสีย
- ข้อมูลซับซ้อน: สำหรับนักเทรดมือใหม่อาจรู้สึกว่าข้อมูลมีมากเกินไปและตีความได้ยากในตอนแรก ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และทำความเข้าใจ
- อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม: โบรกเกอร์บางรายอาจคิดค่าบริการเพิ่มเติมสำหรับการเข้าถึงข้อมูล Level II หรืออาจกำหนดเงื่อนไข เช่น ต้องมีปริมาณการซื้อขายหรือยอดเงินในบัญชีถึงระดับที่กำหนด
- อาจถูกหลอกได้ (Spoofing): ในตลาดที่ไม่มีการกำกับดูแลที่เข้มงวด อาจเกิดการ “Spoofing” คือการที่นักเทรดรายใหญ่ส่งคำสั่งซื้อขายปลอมๆ จำนวนมากเข้ามาในระบบเพื่อลวงให้นักลงทุนรายย่อยเข้าใจผิดเกี่ยวกับทิศทางของตลาด แล้วยกเลิกคำสั่งนั้นอย่างรวดเร็วก่อนที่จะมีการจับคู่จริง (อย่างไรก็ตาม ในตลาด Forex ที่มีสภาพคล่องสูง การทำ Spoofing ให้เกิดผลกระทบวงกว้างทำได้ยากกว่าในตลาดหุ้นรายตัว)
- ไม่ได้รับประกันกำไร: แม้จะเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ แต่ก็ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีว่าจะทำกำไรได้เสมอไป ยังคงต้องอาศัยการวิเคราะห์ปัจจัยอื่นๆ และการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ที่ดีประกอบด้วย
คลิปที่น่าสนใจ
เรื่อง Depth of Market for Trading: Tutorial : TradingView
- 0:01 – 0:17: ผู้บรรยายเน้นย้ำว่าการจะใช้เครื่องมือ Depth of Market ให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์นั้น จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อบัญชีกับโบรกเกอร์ ก่อน เพราะโบรกเกอร์คือผู้ที่ส่งข้อมูลคำสั่งซื้อขายจำนวนมากมาให้แพลตฟอร์มแสดงผล
- 1:26 – 1:56: คำอธิบายพื้นฐานที่สุดของ Depth of Market คือ จุดที่ราคาฝั่งซื้อ (Bids) และฝั่งขาย (Asks) มาบรรจบกันตรงกลาง ซึ่งจุดนั้นเรียกว่า “ราคาดุลยภาพ” (Equilibrium Price) และเป็นราคาเดียวกับที่แสดงบนกราฟแบบเรียลไทม์
- 3:34 – 4:05: หนึ่งในวิธีการวิเคราะห์คือการเปรียบเทียบปริมาณรวมของฝั่งขาย (Asks) กับฝั่งซื้อ (Bids) ทั้งหมด เพื่อประเมิน “ความไม่สมดุลของตลาด” (Imbalance) ซึ่งช่วยให้เห็นว่าในขณะนั้นแรงซื้อหรือแรงขายมีมากกว่ากัน
- 4:37 – 6:27: แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้งานสามารถ ส่งคำสั่งซื้อขายและจัดการออเดอร์ได้โดยตรงจากหน้าต่าง DOM โดยการคลิกที่ระดับราคาที่ต้องการ และที่สำคัญคือจะสามารถเห็นออเดอร์ของตัวเองปรากฏอยู่ในรายการคำสั่งของตลาดทั้งหมดได้ด้วย
- 7:05 – 7:25: การดูข้อมูลใน DOM ช่วยให้สามารถ “อ่านความเชื่อมั่นของตลาด” (Sentiment Reading) ได้ โดยประเมินว่าการวิเคราะห์ของเราสอดคล้องกับฝั่งที่มีคำสั่งซื้อขายหนาแน่นกว่าหรือไม่
- 7:25 – 8:11: อธิบายเรื่องการแสดงผลด้วยสี: แถบสีที่อยู่ด้านหลังตัวเลขปริมาณ ยิ่งมีสีเข้มหรือเต็มแถบมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงว่า ณ ระดับราคานั้นมีปริมาณคำสั่งซื้อขายหนาแน่นที่สุด เมื่อเทียบกับระดับราคาอื่นๆ
สรุป
Market Depth ได้รับความนิยมอย่างสูงเพราะมันเป็นเครื่องมือที่ช่วย “ลดความเสียเปรียบ” ของรายย่อย ทำให้สามารถวิเคราะห์ตลาดได้ในระดับเดียวกับมืออาชีพ มันเปลี่ยนการเทรดจากการคาดเดาให้เป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลเชิงลึก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญสำหรับใครก็ตามที่ต้องการประสบความสำเร็จในตลาดการเงินอย่างยั่งยืน
ในอดีต, ข้อมูล Market Depth หรือ Level II Quote เคยเป็นเครื่องมือลับเฉพาะของนักลงทุนสถาบันและผู้ดูแลสภาพคล่องรายใหญ่เท่านั้น แต่ในปัจจุบัน มันได้กลายเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นมากสำหรับเทรดเดอร์รายย่อยที่ต้องการความได้เปรียบในสนามแข่งขันที่ดุเดือด
มองทะลุพื้นผิวของตลาด
เสน่ห์และความนิยมของ Market Depth อยู่ที่ความสามารถในการ เปิดเผยมิติที่ลึกกว่าของตลาด แทนที่จะเห็นแค่ราคาซื้อ-ขายที่ดีที่สุด (เหมือนเห็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง) Market Depth ช่วยให้เรามองเห็น “ภูเขาน้ำแข็งทั้งลูก” โดยแสดงให้เห็นถึง อุปสงค์และอุปทานที่แท้จริง (Real Supply and Demand) ทั้งหมดที่รออยู่ใน Order Book
จากข้อมูลสู่ความได้เปรียบ
ประโยชน์ของมันไม่ใช่แค่การมองเห็น แต่คือการนำข้อมูลนั้นมาสร้างความได้เปรียบในการเทรด:
- การตัดสินใจที่เฉียบคมขึ้น: แทนที่จะคาดเดา คุณกำลังตัดสินใจจากข้อมูลคำสั่งซื้อขายจริงของตลาด
- การเข้า-ออกที่แม่นยำ: ช่วยให้หาจังหวะวางคำสั่งในจุดที่มีสภาพคล่องรองรับ ลดความเสี่ยงจาก Slippage
- การบริหารความเสี่ยงที่ดีกว่า: สามารถประเมินได้ว่าตลาดพร้อมที่จะรองรับปริมาณการซื้อขายของคุณหรือไม่
อ้างอิง
- Investopedia. (2024). Introduction to Level II Quotes. https://www.investopedia.com/articles/trading/06/level2quotes.asp
- TradingView. Depth of Market (DOM): What it is and How Traders Can Use It. https://www.tradingview.com/support/solutions/43000516459-depth-of-market-dom-what-it-is-and-how-traders-can-use-it/
- IG. (2023). What is Level 2 Data and How Can You Trade Using It?. https://www.ig.com/en/trading-strategies/how-to-trade-using-level-2-shares-data-211118
FAQ — market depth หรือ Level II Quote คืออะไรและมีประโยชน์อย่างไร?









