รูปแบบแท่งเทียน Piercing Line Pattern คืออะไร?

Piercing Line Pattern หรือรูปแบบ “แท่งเทียนเจาะผ่าน” คือ รูปแบบแท่งกราฟเทียนคู่ (Two-Candlestick Formation) ที่ส่งสัญญาณถึงโอกาสในการ “กลับตัวเป็นขาขึ้น” (Bullish Reversal) รูปแบบนี้มักปรากฏขึ้นในช่วงปลายของ แนวโน้มขาลง (Prevailing Downtrend) ของตลาดการลงทุน ทั้ง Forex, หุ่น เพื่อซึ่งบอกว่าแรงเทขายที่เคยรุนแรงได้จบลงแล้ว และแรงซื้อกำลังสวนกลับขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญ

ข้อควรระวัง: รูปแบบนี้มีแค่ “ขาเดียว” (Bullish) เท่านั้น

เป็นเรื่องสำคัญมากที่ต้องเข้าใจว่า Piercing Line Pattern เป็นสัญญาณ “ขาขึ้น” เท่านั้น “ไม่มี” Piercing Line ที่เป็นขาลง (Bearish)

  • เหตุผล: ชื่อ “Piercing” (การเจาะ) ในบริบทนี้ สื่อถึงพฤติกรรมราคาที่ตกไปอยู่จุดต่ำสุด (Low) แล้วมีแรงฮึดสู้ “เจาะทะลุเพดาน” (Close of previous candle) สวนขึ้นมาจากด้านล่าง ดังนั้นทิศทางของมันคือ “จากล่างขึ้นบน” เสมอ
  • (คู่ตรงข้าม): หากคุณเจอรูปแบบลักษณะเดียวกันแต่เป็น “ขาลง” (แท่งเขียวแล้วตามด้วยแท่งแดงที่สวนลงมา) นั่นคือคนละรูปแบบ มันมีชื่อเฉพาะว่า “Dark Cloud Cover” (เมฆดำปกคลุม)

จำง่ายๆ

  • Piercing Line = เจาะจากล่างขึ้นบน (Bullish)
  • Dark Cloud Cover = เมฆลอยทับจากบนลงล่าง (Bearish)

องค์ประกอบสำคัญของรูปแบบแท่งเทียน Piercing Line Pattern

เพื่อให้รูปแบบนี้สมบูรณ์และเชื่อถือได้ ต้องประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก

  1. บริบท (Context): ตลาดต้องอยู่ใน “แนวโน้มขาลง” (Downtrend) มาก่อน หากเกิดในไซด์เวย์ จะไม่มีความหมาย 
  2. แท่งที่ 1 (Bearish Candle): เป็นแท่งสีแดง (หรือดำ) ลำตัวยาว แสดงถึงแรงขายที่ยังคงกดดันตลาด 
  3. แท่งที่ 2 (Bullish Candle): เป็นแท่งสีเขียว (หรือขาว) ที่มีเงื่อนไขสำคัญคือ:
    • Gap Down: ราคาเปิดต้อง “ต่ำกว่า” ราคาปิดของวันก่อนหน้า (แสดงความกลัวสุดขีดในช่วงแรก) 
    • The 50% Rule: ราคาปิดต้องพุ่งสวนขึ้นมาปิด “สูงกว่าจุดกึ่งกลาง (50%)” ของแท่งแดงก่อนหน้าให้ได้

ลักษณะของรูปแบบ Piercing Line Pattern

กราฟแท่งเทียน (แท่งที่1): ความกลัวยังครอบงำ

  • สิ่งที่ตาเห็น: แท่งเทียนสีแดง (Bearish) ลำตัวยาว
  • ความจริงในตลาด: ผู้ขายยังคงคุมเกมแบบเบ็ดเสร็จ รายย่อยต่างพากันเทขายเพราะกลัวราคาจะลงต่อ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

กราฟแท่งเทียน (แท่งที่2):: กับดักและการสวนกลับ (The Trap & The Counter-Attack)

นี่คือแท่งพระเอกของเรื่อง ซึ่งแบ่งเหตุการณ์ออกเป็น 2 ช่วงเวลา:

  • ช่วงเช้า (The Trap): ราคาเปิดกระโดดลง (Gap Down)
    • เปิดตลาดมา ราคาเปิดต่ำกว่าราคาปิดของวันก่อนหน้า (Gap Down)
    • จิตวิทยา: นี่คือจุดที่รายย่อย “แพนิค” (Panic Sell) ขายทิ้งทุกราคาเพราะคิดว่า “ตายแน่ๆ ลงต่อแน่ๆ” แต่หารู้ไม่ว่านี่คือ “กับดักสภาพคล่อง” (Liquidity Trap) ที่รายใหญ่รอรับของถูกอยู่
  • ระหว่างวันถึงเวลาปิดตลาด (The Victory): ราคาพุ่งสวนขึ้นปิดเหนือ 50%
    • หลังจากรายย่อยขายจนหมดมือ “Smart Money” หรือเงินทุนสถาบันก็กวาดซื้อหุ้นราคาถูกเหล่านั้นอย่างมหาศาล
    • แรงซื้อรุนแรงจนราคาวิ่งย้อนกลับขึ้นไป และสิ่งสำคัญที่สุดคือ “ต้องปิดสูงกว่าจุดกึ่งกลาง (50%) ของแท่งแดงเมื่อวาน”
    • ทำไมต้อง 50%? เพราะการผ่านครึ่งแท่งได้ พิสูจน์ว่าแรงซื้อไม่ได้แค่ “เด้งเล่นๆ” (Dead Cat Bounce) แต่มีความตั้งใจจริงที่จะ “ยึดพื้นที่คืน” จากผู้ขาย

ลักษณะและการทำงาน (Psychology)

จิตวิทยาเบื้องหลัง: ลองจินตนาการว่าตลาดกำลังลงอย่างหนัก (แท่งแดง) เช้าวันต่อมาตลาดยังเปิดกระโดดลงต่ำอีก (Gap Down) ทำให้คนขายย่ามใจและคนซื้อถอดใจ แต่แล้วระหว่างวันกลับมี “แรงซื้อลึกลับ” (Smart Money) กวาดซื้อหุ้นคืนอย่างหนัก จนราคาวิ่งย้อนกลับขึ้นไปปิดเกินครึ่งของแท่งแดงเมื่อวาน

  • เหตุการณ์นี้บอกเราว่า: “ผู้ขายที่ไล่ราคาลงมา ติดกับดักแล้ว” และโมเมนตัมได้ถูกเปลี่ยนมือมาสู่ผู้ซื้อเรียบร้อยแล้ว

การนำไปใช้เทรด (How to Trade)

  • อย่าเทรดกลางอากาศ (Context is King): Piercing Line จะศักดิ์สิทธิ์ก็ต่อเมื่อเกิดที่ “แนวรับสำคัญ” (Major Support) หรือช่วงที่ RSI Oversold (ขายมากเกินไป) เท่านั้น หากเกิดกลางทางอาจเป็นแค่การพักตัว
  • รอสัญญาณคอนเฟิร์ม (Wait for Confirmation): ในโลกความจริง สัญญาณหลอกมีเยอะ เพื่อความชัวร์ ให้รอแท่งถัดไป (แท่งที่ 3) ปิดบวกเขียวๆ อีกสักแท่ง ค่อยเข้า
  • Volume ต้องมา (Volume Confirmation): ลองสังเกตแท่งที่ 2 (แท่งเขียว) ถ้า Volume สูงปรี๊ด (Spike) แปลว่าเจ้ามือเข้าเก็บของจริง โอกาสชนะจะสูงมาก

 

คลิปที่น่าสนใจ

เรื่อง piercing line candlestick pattern | piercing line pattern explained

โดย Trading is paisa

นาทีที่สำคัญ

  • 0:26ความหมายและตำแหน่ง: เริ่มอธิบายว่า Piercing Line คืออะไร โดยระบุว่าประกอบด้วยแท่งเทียน 2 แท่ง และมักเกิดขึ้นที่ “ปลายเทรนด์ขาลง” (End of the down trend) หรือบริเวณ “แนวรับ” (Support area)
  • 0:39ลักษณะแท่งที่ 1: อธิบายแท่งเทียนแรกว่าเป็น “แท่งแดง” (Bearish red candle) ซึ่งแสดงถึงแรงขายที่ยังคุมตลาดอยู่
  • 0:49ลักษณะแท่งที่ 2 (จุดสำคัญ 1): อธิบายแท่งเทียนที่สองว่าเป็น “แท่งเขียว” (Bullish green candle) โดยราคาเปิดจะต้องอยู่ “ต่ำกว่าจุดต่ำสุด” ของแท่งแดงก่อนหน้า ซึ่งเรียกว่าการเปิดแบบ Gap Down
  • 1:09กฎ 50% (จุดสำคัญ 2): ระบุเงื่อนไขที่สำคัญที่สุดคือ แท่งเขียวจะต้องปิด “สูงกว่า 50%” ของลำตัวแท่งแดงก่อนหน้า ถึงจะถือว่าเป็นรูปแบบที่สมบูรณ์ (Valid Pattern)
  • 1:30รูปแบบที่ไม่ถูกต้อง (Invalid Case 1): ยกตัวอย่างกรณีที่แท่งเขียวปิดสูงกว่า 50% จริง แต่ “ไม่มี Gap Down” (ไม่ได้เปิดต่ำกว่าแท่งก่อนหน้า) ถือว่าเป็นโมฆะ
  • 1:46รูปแบบที่ไม่ถูกต้อง (Invalid Case 2): ยกตัวอย่างกรณีที่มี Gap Down แต่ราคาปิด “ไม่ถึง 50%” ของแท่งแดง ก็ถือว่าเป็นโมฆะเช่นกัน
  • 3:21กลยุทธ์การเข้าเทรด (Entry & Stop Loss): แนะนำให้เข้าซื้อ (Buy Entry) เมื่อจบแท่งเขียวที่เป็น Confirmation และวาง Stop Loss ไว้ที่จุดต่ำสุดของรูปแบบ (Low of this pattern)

สรุป

Piercing Line Pattern คือสัญญาณกลับตัวที่เป็น “ขาขึ้น” (Bullish) เท่านั้น อย่าจำสลับกับคู่แฝดที่เป็นขาลง (Dark Cloud Cover) หัวใจของรูปแบบนี้คือการแสดงพลัง “ฮึดสู้” ของแรงซื้อที่สามารถเจาะทะลุแรงขายที่กดทับลงมาได้เกินครึ่งแท่ง หากพบเจอมันที่แนวรับสำคัญ เตรียมตัวให้พร้อม เพราะนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของเทรนด์ขาขึ้นรอบใหม่

แหล่งอ้างอิง

FAQ – รูปแบบแท่งเทียน Piercing Line Pattern

A: เป็นไปไม่ได้ Piercing Line Pattern ถูกนิยามมาให้เป็นสัญญาณ “กลับตัวเป็นขาขึ้น” (Bullish Reversal) เท่านั้น โดยต้องเกิดที่ก้นเหวของเทรนด์ขาลง หากคุณพบรูปแบบที่หน้าตาคล้ายกันแต่เกิดที่ยอดดอย (กลับหัว) นั่นคือรูปแบบคนละชนิดที่เรียกว่า Dark Cloud Cover 
A: เพราะระดับ 50% คือเส้นแบ่งทางจิตวิทยาที่บอกว่า “ใครชนะ” หากราคาปิดของแท่งเขียวสามารถทะลุเกินครึ่งของแท่งแดงก่อนหน้าได้ มันพิสูจน์ว่าแรงซื้อมีความแข็งแกร่งพอที่จะ “ยึดพื้นที่คืน” จากแรงขาย ทำให้ความน่าจะเป็นในการกลับตัวสูงขึ้นอย่างมาก
A: ต่างกันที่ “ระดับการเอาชนะ” Bullish Engulfing แท่งเขียวจะใหญ่จน “กลืนกิน” แท่งแดงมิดทั้งแท่ง (100%) ซึ่งถือว่าแรงมาก ส่วน Piercing Line ขอแค่ “เจาะ” ขึ้นมาปิดสูงกว่า 50% ก็ถือว่าสมบูรณ์แล้ว แม้จะดูแรงน้อยกว่า Engulfing นิดหน่อย แต่ก็เป็นสัญญาณซื้อที่เชื่อถือได้ 
A: ในตลาดหุ้น ถือเป็นสิ่งจำเป็น เพราะ Gap Down แสดงถึงแรงขายที่รุนแรงช่วงเปิดตลาด (Panic Sell) ที่ถูกสวนกลับ แต่ในตลาด Forex หรือ Crypto ที่เปิด 24 ชม. อาจไม่เห็น Gap ชัดเจน ให้ดูที่ราคาเปิดต่ำกว่าราคาปิดแท่งก่อนหน้าเล็กน้อย แล้วมีแรงดีดกลับที่รุนแรงแทนได้
A: ยังไม่แนะนำ แม้จะเป็นสัญญาณที่ดี แต่จุดที่ปลอดภัยที่สุดคือการรอ “แท่งยืนยัน” (Confirmation Candle) ถัดไป ให้ปิดเป็นบวก หรือราคาทะลุจุดสูงสุด (High) ของแท่ง Piercing Line ขึ้นไปได้ก่อน เพื่อป้องกันกรณีที่ตลาดแค่เด้งหลอก (Dead Cat Bounce) แล้วลงต่อ

 

เขียนโดย

Somchai Witthtaya

ผู้ตรวจทานความถูกต้อง

Chonthicha Poomidon