ความสำคัญของการเลือกคู่เงินในการเทรด Forex
- คู่เงินที่เลือกเทรดมีผลโดยตรงกับ โอกาสทำกำไรและความเสี่ยง
- คู่เงินที่มีสภาพคล่องสูงช่วยให้ เปิด-ปิดออร์เดอร์ได้รวดเร็ว ไม่เกิดการลื่นไถลของราคา (slippage) มาก
- การรู้จักลักษณะเฉพาะของแต่ละคู่เงินช่วยวางแผนกลยุทธ์ได้เหมาะสม เช่น คู่เงินหลักจะมีความผันผวนน้อยกว่าคู่เงินแปลกใหม่
- คู่เงินแต่ละคู่สะท้อนภาพเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ ทำให้เข้าใจข่าวสารและปัจจัยพื้นฐานง่ายขึ้น
- การเลือกคู่เงินที่เหมาะกับเวลาที่มีให้เทรด จะช่วย เพิ่มโอกาสได้กำไรและลดความเครียดในช่วงตลาดเงียบ
วิธีการจัดอันดับคู่เงินยอดนิยมในตลาดโลก
- ดูจากปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันของคู่เงินนั้นใน ตลาด Forex ทั่วโลก
- ประเมินจากสภาพคล่องของ คู่เงิน ยิ่งสภาพคล่องสูง ยิ่งได้รับความนิยม
- ดูจำนวน โบรกเกอร์ และแพลตฟอร์มที่รองรับคู่เงินนั้น
- พิจารณาการเคลื่อนไหวของราคาที่ชัดเจนและมีแนวโน้มที่อ่านง่าย เพื่อช่วย เทรดเดอร์ วิเคราะห์
- รับฟังเสียงสะท้อนจากชุมชนเทรดเดอร์ทั่วโลก เช่น ฟอรั่มและกลุ่มเทรดออนไลน์
ภาพอธิบายถึง 10 คู่เงินหลัก และ 10 คู่เงินรอง ที่เทรดเดอร์นิยมเทรดสูงสุด
10 อันดับคู่เงินหลัก (Major Pairs) ที่ได้รับความนิยมสูงสุด
EUR/USD
- เป็นคู่เงินที่เทรดเยอะที่สุดในโลก สภาพคล่องสูงสุด ทำให้สเปรดต่ำ ต้นทุนในการเทรดน้อย
- ราคาเคลื่อนไหวค่อนข้างนิ่ม ๆ เหมาะกับเทรดเดอร์ทุกระดับ ตั้งแต่ Scalping ไปจนถึงสวิงเทรด
- ความสัมพันธ์กับข่าวเศรษฐกิจยุโรปและสหรัฐฯ ชัดเจน ทำให้สามารถวางแผนเทรดจากข่าวได้แม่นยำ
- มีแนวโน้มราคา (trend) ค่อนข้างชัดเจนในหลายช่วงเวลา ทำให้กลยุทธ์ trend following ใช้ได้ดี
- ความเสี่ยงจากปัจจัยการเมือง เช่น ปัญหาความสัมพันธ์ EU และสหรัฐฯ หรือนโยบายการเงินของ ECB และ FED ทำให้ราคาผันผวนช่วงข่าวสำคัญ
USD/JPY
- คู่เงินนี้เป็นที่นิยมของคนชอบความนิ่งและความเสถียร เนื่องจากผันผวนไม่มาก
- ได้รับอิทธิพลจากนโยบายของ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ใช้มาตรการการเงินแบบผ่อนคลายยาวนาน
- เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ชอบเล่นในกรอบราคา (range trading) และเทรดแบบระยะกลางถึงยาว
- ญี่ปุ่นเป็นตลาดใหญ่ มีสภาพคล่องดี แม้จะไม่เท่าสหรัฐฯ และยุโรป แต่ก็ยังถือว่าดีมาก
- ราคามีแนวโน้มเป็น sideway บ่อยครั้ง แต่ก็เกิดเทรนด์เมื่อมีเหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญ
GBP/USD
- คู่เงินที่ขึ้นชื่อเรื่องความผันผวนสูงและราคากระโดดเร็ว เหมาะกับคนชอบลุ้นและจับโอกาสกำไรแบบสั้น
- ได้รับผลกระทบจากข่าวการเมืองของอังกฤษ เช่น Brexit หรือการเลือกตั้ง ที่สามารถสร้างความผันผวนรุนแรง
- มีสเปรดสูงกว่า EUR/USD แต่โอกาสทำกำไรก็สูงตามความเสี่ยง
- เทรดเดอร์ที่ชำนาญมักใช้กลยุทธ์สวิงเทรดและวิเคราะห์ข่าวให้ละเอียด
- เป็นคู่เงินที่เหมาะกับการใช้ indicator ช่วยตัดสินใจ เพราะราคามักมีการดีดตัวแรง
ตัวอย่างกราฟราคา กรอบเวลา 1 ชั่วโมง ของ คู่เงินรองอย่าง AUDJPY ที่เป็นคู่เงินที่สะท้อนความสัมพันธ์ของเศรษฐกิจสินค้าของญี่ปุ่น
USD/CHF
- ได้ชื่อว่าเป็นคู่เงิน “ปลอดภัย” เนื่องจากเงินสวิสฯ ถูกมองเป็นสินทรัพย์หลบภัยในช่วงวิกฤต
- สภาพคล่องไม่สูงเท่าคู่หลักอื่น ๆ แต่ยังถือว่าเพียงพอสำหรับการเทรดทั่วไป
- เหมาะกับการเทรดในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง เพราะมักมีการเคลื่อนไหวสวนทางกับตลาดหุ้น
- ราคาค่อนข้างนิ่งในช่วงเวลาปกติ แต่พร้อมที่จะปรับตัวทันทีเมื่อมีข่าวสำคัญ
- เหมาะกับการเทรดแบบระยะกลางถึงยาว และการเก็งกำไรจากเหตุการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจ
AUD/USD
- มีความสัมพันธ์สูงกับราคา สินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะทองแดงและเหล็กกล้า
- เหมาะกับเทรดเดอร์ที่สนใจข่าวสารและตัวเลขเศรษฐกิจของออสเตรเลียและจีน เนื่องจากจีนเป็นคู่ค้าหลัก
- ราคามีความผันผวนระดับกลาง ไม่สูงเท่า GBP/USD แต่ก็ไม่เงียบเหมือน USD/CHF
- เป็นคู่เงินที่เทรดเดอร์มักใช้กลยุทธ์ตามแนวโน้มในช่วงเปิดตลาดเอเชียและยุโรป
- ออสเตรเลียมีนโยบายการเงินผ่อนคลายบ่อยครั้ง ทำให้มีโอกาสเกิดความเปลี่ยนแปลงในราคา
USD/CAD
- ราคามักเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมันดิบ เพราะแคนาดาเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่
- เหมาะกับคนที่ติดตามตลาดพลังงานและข่าวสารเศรษฐกิจของแคนาดาและสหรัฐฯ
- มีความผันผวนระดับกลางถึงสูง ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันและข่าวเศรษฐกิจ
- เทรดเดอร์ที่เน้นวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานจะได้เปรียบจากคู่เงินนี้
- มักใช้เทคนิค range trading ในช่วงตลาดนิวยอร์กเปิด เพราะมีการเคลื่อนไหวที่ชัดเจน
NZD/USD
- คู่เงินที่มีสภาพคล่องต่ำกว่า AUD/USD แต่มีความผันผวนสูงกว่าเล็กน้อย
- ได้รับผลกระทบจากนโยบาย ธนาคารกลางนิวซีแลนด์และราคาสินค้าเกษตร
- เหมาะกับเทรดเดอร์สายสวิงเทรดและชอบเทรดช่วงตลาดเอเชีย
- มีโอกาสทำกำไรดีในช่วงตลาดนิวยอร์กเปิด เนื่องจากราคามีแนวโน้มชัดเจน
- การวิเคราะห์ข่าวและตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเทรด
EUR/GBP
- คู่เงินที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง เศรษฐกิจยุโรปกับอังกฤษ โดยตรง
- ราคามักเคลื่อนไหวไม่รุนแรง เหมาะกับคนที่ชอบเทรดแบบนิ่ง ๆ ไม่หวือหวา
- มักใช้เป็นคู่เงินสำหรับ hedge เพื่อบริหารความเสี่ยงในพอร์ต
- สามารถเทรดในช่วงตลาดยุโรปเปิด โดยดูความเคลื่อนไหวของทั้งสองภูมิภาค
- มีการเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกับข่าวการเมืองและเศรษฐกิจของ EU และ UK
EUR/JPY
- เป็นคู่เงินที่รวม ความนิ่งของเยนกับความเคลื่อนไหวของยูโร เข้าด้วยกัน
- เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ชอบความผสมผสานระหว่างความเสี่ยงและความนิ่ง
- ราคามีแนวโน้มเป็น sideway บ่อย แต่ก็มีช่วงที่เกิดเทรนด์ชัดเจน
- เหมาะกับกลยุทธ์ range trading และ breakout ในช่วงข่าวสำคัญ
- เทรดเดอร์ที่เข้าใจเศรษฐกิจยุโรปและญี่ปุ่นจะได้เปรียบในคู่เงินนี้
ตัวอย่างกราฟของคู่เงินแปลก USDHKD ฮ่องกง กราฟราคาค่อนข้างที่จะอยู่ในรูปแบบที่มองง่าย แน่นอนมันมีความผันผวนสูงในทุก ๆ 1 ชั่วโมง
GBP/JPY
- คู่เงินที่ขึ้นชื่อเรื่อง ความผันผวนสูงสุด ในกลุ่มคู่หลัก
- เหมาะกับเทรดเดอร์สายเทคนิคและคนที่ชอบจับจังหวะทำกำไรเร็ว
- ราคามีการดีดตัวแรงและหลุดแนวรับแนวต้านบ่อยครั้ง
- ใช้กลยุทธ์สวิงเทรดหรือสเกลป์ได้ดีในช่วงเปิดตลาดยุโรปและเอเชีย
- ต้องติดตามข่าวการเมืองและเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศอย่างใกล้ชิด
10 อันดับคู่เงินรอง (Minor Pairs) ที่เทรดเดอร์มืออาชีพนิยม
- EUR/AUD, EUR/CAD, EUR/NZD: คู่เงินที่ผสมความผันผวนและโอกาสทำกำไรดีในช่วงตลาดยุโรปและออสเตรเลีย
- GBP/CAD, GBP/AUD: เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ชอบความท้าทายและการอ่านข่าวเชิงลึก
- AUD/JPY, CAD/JPY, NZD/JPY: เป็นคู่เงินที่สะท้อนความสัมพันธ์ของเศรษฐกิจสินค้าโภคภัณฑ์และญี่ปุ่น
- CHF/JPY: คู่เงินที่ผันผวนน้อย ใช้เป็นคู่เงินเฝ้าระวังในช่วงตลาดผันผวน
- AUD/CAD: คู่เงินของ 2 ประเทศเน้นส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ เคลื่อนไหวสัมพันธ์กับราคาน้ำมันและโลหะ
ตัวอย่างคู่เงินแปลก 10 คู่เงิน ที่น่าสนใจ มีความผันผวนสูง
10 อันดับคู่เงินแปลกใหม่ (Exotic Pairs) ที่น่าสนใจ
- USD/TRY, USD/ZAR, USD/SGD: คู่เงินที่มีความผันผวนสูงและสภาพคล่องต่ำ เหมาะกับคนที่ชอบความตื่นเต้นสูง
- EUR/TRY, EUR/ZAR: เป็นคู่เงินแปลกใหม่ที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น เพราะมีโอกาสทำกำไรในตลาดเกิดใหม่
- USD/MXN, USD/PLN, USD/HKD: คู่เงินที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการเงินประเทศเกิดใหม่และมีความผันผวนสูง
- GBP/ZAR, AUD/TRY: คู่เงินที่เหมาะกับเทรดเดอร์สายความเสี่ยงสูง ชอบวิเคราะห์ข่าวเชิงลึก
ปัจจัยที่มีผลต่อความนิยมหรือความผันผวนของคู่เงิน
- นโยบายการเงินของธนาคารกลาง เช่น การปรับดอกเบี้ยและมาตรการ QE
- ข่าวเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น ตัวเลข GDP, อัตราว่างงาน, ดัชนีผู้บริโภค
- เหตุการณ์ทางการเมืองที่มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่น เช่น การเลือกตั้งหรือวิกฤตการณ์ต่างๆ
- ปัจจัยทางเทคนิค เช่น แนวรับแนวต้าน และรูปแบบกราฟที่เกิดขึ้นบ่อยในคู่เงินนั้น
- ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศคู่เงิน เช่น การค้าระหว่างประเทศและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
คู่เงินยอดนิยมแต่ละประเภท เหมาะกับเทรดเดอร์แบบไหน
- คู่เงินหลัก เหมาะกับคนเริ่มต้นและเทรดระยะสั้นเพราะสภาพคล่องสูงและสเปรดต่ำ
- คู่เงินรอง เหมาะกับเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์และชอบวิเคราะห์เชิงลึก รวมถึงจับจังหวะข่าวสาร
- คู่เงินแปลกใหม่ เหมาะกับเทรดเดอร์ที่มีความเสี่ยงสูงและชอบความผันผวนมาก ต้องพร้อมรับความไม่แน่นอนสูง
ตัวอย่างกราฟของคู่เงินหลักยอดนิยมเทรดอย่าง EURUSD ราคาจะเคลื่อนไหวเรื่อย ๆ มีแนวโน้มที่ชัดเจน เทรดง่าย เดาง่าย ในหลาย ๆ กรอบเวลา
เทคนิคและกลยุทธ์ในการเทรดคู่เงินยอดนิยม
- ใช้การวิเคราะห์ข่าวสารควบคู่กับเทคนิค เพื่อจับจังหวะเข้าออกให้แม่นยำ
- การตั้ง Stop Loss และ Take Profit ที่เหมาะสมกับความผันผวนของแต่ละคู่เงิน
- เทรดตามแนวโน้ม (Trend Following) โดยดูกราฟรายวันหรือราย 4 ชั่วโมง
- ใช้กลยุทธ์การเทรดช่วงเวลาที่คู่เงินมีสภาพคล่องสูง เช่น ตลาดยุโรปและตลาดนิวยอร์กเปิดพร้อมกัน
- ระวังข่าวใหญ่ที่อาจทำให้ราคากระโดดแรงและเกิดสลิปเพจ
คู่เงินที่ควรระวังและควรหลีกเลี่ยงในแต่ละสถานการณ์
- คู่เงินแปลกใหม่ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ จะมีความผันผวนสูงเกินควร
- คู่เงินที่มีสภาพคล่องต่ำ อาจเจอสเปรดสูงและสลิปเพจมาก
- คู่เงินที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมืองรุนแรง เช่น การประท้วงหรือสงคราม
- คู่เงินที่อยู่ในช่วงปรับตัวหลังประกาศนโยบายการเงินใหญ่ อาจมีการแกว่งตัวแรง
- หลีกเลี่ยงเทรดในช่วงที่ไม่มีข่าวสารหรือช่วงเวลาตลาดเงียบมาก
ภาพอธิบายถึงวิธีการเลือกคู่เงินเทรด ว่าจะเลือกแบบไหนถึงจะเหมาะสมกับเทรเดอร์ประเภทไหน
คลิปที่น่าสนใจ
- ขอแนะนำคลิปที่แนะนำ 7 คู่สกุลเงิน เทรดง่าย Spread ต่ำ สภาพคล่องสูง ที่สอนเข้าใจง่ายจากช่อง ครูแบงค์ สอนเทรด
สรุป
- มืออาชีพที่เทรดคู่เงินนั้น จะต้องเลือกคู่เงินที่เข้าใจลักษณะและปัจจัยที่มีผลต่อราคาของคู่เงินนั้น
- เน้นคู่เงินที่มีสภาพคล่องสูงเพื่อลดต้นทุนและความเสี่ยง
- ผสมผสานการวิเคราะห์ทั้งข่าวและเทคนิค เพื่อเพิ่มโอกาสทำกำไร
- ปรับคู่เงินเทรดให้เหมาะกับเวลาที่มีและสไตล์การเทรดของตัวเอง
- ติดตามและเรียนรู้ตลาดอย่างต่อเนื่อง เพราะคู่เงินยอดนิยมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์โลก
อ้างอิง
- The Most Traded Currency Pairs in Forex (2025 Edition): https://fxssi.com/the-most-traded-currency-pairs
- What Are the Most Commonly Traded Currency Pairs?: https://www.investopedia.com/ask/answers/06/maincurrencypairs.asp
- The most commonly traded forex pairs: https://www.home.saxo/en-sg/learn/guides/forex/the-most-commonly-traded-forex-pairs
FAQ — 30 อันดับคู่เงินยอดนิยมทั่วโลกนิยมเทรดที่สุด
เพราะการเทรดคือการหาโอกาสที่ชัดเจนที่สุด คือถึงแม้ EUR/USD จะมีสภาพคล่องสูง แต่ในบางช่วงเวลาก็เคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ฟันปลา ยึกยักๆ วนๆ และเต็มไปด้วย noise จากผู้เล่นจำนวนมาก แต่ถ้าในขณะเดียวกัน มีคู่เงินอื่นอย่าง AUD/USD หรือ USD/CAD กำลังสร้างทรงแนวโน้มสวยๆ และชัดตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ มืออาชีพไม่ได้ยึดติดกับคู่เงินเดียว แต่จะมองหาจังหวะที่ได้เปรียบที่สุดในตลาด ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นที่คู่เงินไหนก็ตาม
เรารู้ว่าคู่เงินนี้มีความสัมพันธ์กันสูง (Positive Correlation) เพราะทั้งคู่ถูกขับเคลื่อนด้วยความแข็งหรืออ่อนของดอลลาร์เหมือนกัน เราจะไม่ลงความเสี่ยงเต็ม max เช่น 1% กับ EUR/USD และลงอีก 1% กับ GBP/USD พร้อมกัน เพราะนั่นเท่ากับกำลังเสี่ยง 2% กับไอเดียเดียว (เช่น ไอเดียที่ว่าดอลลาร์จะอ่อนค่า) ที่ควรทำคือการแบ่งความเสี่ยง เช่น ลง EUR/USD ที่ 0.5% และ GBP/USD ที่ 0.5% รวมเป็นความเสี่ยงทั้งหมด 1% เท่าเดิม นี่คือการกระจายความเสี่ยง
เพราะการเทรดคู่เงินรอง ทำให้สามารถเดิมพันกับภาพเศรษฐกิจของสองภูมิภาคได้โดยตรง แถมได้ตัดเสียงรบกวนจากดอลลาร์สหรัฐ USD ออกไปด้วย เช่น ถ้าอ่านข่าวมาแล้วเชื่อว่าเศรษฐกิจยุโรปจะเติบโตดีกว่าญี่ปุ่น แต่ไม่แน่ใจทิศทางของดอลลาร์ การเข้า Buy EUR/JPY คือการเดิมพันที่ pure ที่สุดระหว่างสองประเทศนี้ เอาไว้สำหรับเทรดเดอร์ที่อ่านเกมเศรษฐกิจ macroeconomics ขาด และอยากเทรดจากมุมมองนโยบายการเงินระหว่างประเทศ เช่น BoJ vs ECB ตรง ๆ
กับดักที่อันตรายที่สุดของการเทรดคู่เงินแปลก ไม่ใช่แค่สเปรดที่กว้าง ผิดปกติ แต่คือ ภาวะการขาดสภาพคล่อง (Liquidity Gaps) และรวมไปถึง Slippage ที่มีเยอะผิดปกติด้วย เช่น ในช่วงที่เกิดวิกฤตการเมืองในตุรกี ตลาดอาจไม่มีคนรับซื้อหรือขายออเดอร์ที่เราต้องการแบบเป๊ะๆ ทำให้เมื่อราคาเคลื่อนไหวรุนแรง จน Stop Loss ที่ตั้งไว้อาจไม่ทำงานในจุดที่ต้องการ แต่จะไป match อีกทีในราคาที่แย่กว่ามาก (Slippage) ซึ่งทำให้ขาดทุนหนักกว่าที่คำนวณไว้หลายเท่าตัว
แนะนำ Exness กับ Pepperstone เป็นสองโบรกเกอร์ที่มีคู่เงินให้เทรดเยอะมาก มีแม้กระทั่ง USDTHB หรือเลือกดูโบรกเกอร์อื่น ๆ ได้จาก การจัดอันดับโบรกเกอร์ Forex ที่มีจำนวนสินค้าในการเทรดมากที่สุด







