Money Management (MM) กุญแจสำคัญในการเทรดที่ยั่งยืน

Money Management (MM) คือกุญแจสำคัญในการเทรดที่ยั่งยืน อย่างที่ใครหลายคนอาจจะเคยได้ยินมาว่าแม้เทรดได้กำไร 10 ไม้ แต่พลาดไม้เดียวก็ พอร์ตแตก ได้เลย ดังนั้นถ้าสามารถจัดการเงินทุนได้อย่างเป็นระบบ มีการจำกัดความเสี่ยงที่เหมาะสม ก็จะช่วยให้มีโอกาสได้กำไรจากการเทรดมากขึ้นได้ หรืออย่างน้อยก็จะช่วยจำกัดอัตราการขาดทุนไม่ให้มากเกินกว่าที่จะรับไหวได้

Money Management (MM) คืออะไร

Money Management (MM) คือการ บริหารจัดการเงินลงทุน อย่างเป็นระบบ ซึ่งตำราแต่ละเล่มก็อาจจะมีหลักการและวิธีที่แตกต่างกันไป แต่จะมีหัวใจหลักคือการทำให้พอร์ตรวมทั้งหมดมี ความเสี่ยง ต่ำที่สุด โดยรวมแล้วมักจะมี 3 ปัจจัยหลักที่ควรจัดการ ได้แก่

  1. การจัดการความเสี่ยง คือการดูความเสี่ยงตลาดว่ามีปัจจัยอะไรที่ต้องนำมาพิจารณาบ้าง เช่น การปรับตัวของราคาสินทรัพย์, ข่าวแรงต่างๆ ไปจนถึงการเมืองหรือเศรษฐกิจทั่วไป
  2. การจัดการเงินทุน คือการพิจารณาเงินที่ใช้ เทรด แต่ละครั้งให้เหมาะกับขนาดพอร์ต เช่น ถ้ามีเงินทั้งหมด 10,000 บาท ก็ควรแบ่งลงทุนกับสินทรัพย์ตัวใดตัวหนึ่งไม่เกิน 10-25% ของเงินทั้งหมด เงินที่เหลือก็ กระจายความเสี่ยง ไปลงทุนกับสินทรัพย์อื่น หรืออาจสำรองไว้ใช้เพิ่มเงินทุนถ้ามีสินทรัพย์ตัวไหนน่าสนใจมากขึ้น เป็นต้น
  3. การวางแผนลงทุน คือการพิจารณา Risk & Reward ของสินทรัพย์แต่ละตัวที่จะลงทุน ต้องมีการวาง Stop Loss และ Take Profit เพื่อรักษาผลกำไรหรือเงินลงทุนเอาไว้ให้มากที่สุด

ประโยชน์ของการใช้ Money Management

อย่างที่เคยบอกเอาไว้ว่า Money Management คือกุญแจสำคัญในการเทรดที่ยั่งยืน เพราะถ้าลงทุนโดยไม่มีการจัดสรรเงินทุนหรือจัดการความเสี่ยงอะไรเลย ก็เหมือนการเทรดแบบไม่มีแผน ถ้าเทรดได้ก็ถือว่าโชคดี แต่ถ้าพลาดขึ้นมาแค่ไม้เดียวก็อาจถึงขั้นพอร์ตแตกได้เลย

“แม้เทรดพลาดจนไม่มีกำไร แต่ Money Management ก็ช่วยให้ขาดทุนน้อยลงได้”

เมื่อมีการทำ Money Management อย่างเป็นระบบ มีทั้งการกำหนดเงินที่ใช้ลงทุน เงินที่ใช้หมุนเวียนรักษาขนาดพอร์ต และเงินสำรอง ก็จะช่วยให้มีโอกาสได้กำไรอย่างสม่ำเสมอ และยังจำกัดวงเงินขาดทุนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ด้วย เข้าทำนองว่ากินแบบช้าๆ แต่กินได้นานๆ

  • อาจเปรียบเทียบได้ว่า กลยุทธ์การเทรด คือหน้าร้านขายของที่คอยหากำไรเข้าร้าน ส่วน Money Management จะเป็นระบบหลังร้านที่ช่วยจัดการเงินทุน รักษากำไร และลดอัตราการขาดทุนได้
  • Money Management จะเน้นพิจารณาการขาดทุนเป็นหลัก ถ้ามีการจัดการอย่างเหมาะสม แม้จะขาดทุนก็ยังอยู่ในจุดที่ยอมรับได้
  • ข้อคิดที่น่าสนใจ: บางครั้งเทรดไป 10 ไม้ ได้กำไร 8 ไม้ ขาดทุน 2 ไม้ แต่พอร์ตรวมอาจจะยังติดลบได้ เพราะไม้ที่มีกำไรทั้งหมดยังได้น้อยกว่าไม้ที่ขาดทุน ดังนั้น Money Management จึงเป็นกุญแจสำคัญเพื่อไปสู่การเทรดที่ยั่งยืน

ต้องบริหารจัดการเงินลงทุนอย่างไรในการเทรด

การบริหารจัดการเงินลงทุนในการเทรดจริงจะมีขั้นตอนสำคัญทั้งหมด 5 ขั้นตอน ดังนี้

  1. ตั้งเป้าหมายในการเทรด หา Risk/Reward Ratio ว่าจะได้ผลตอบแทนคุ้มค่าไหม และกำหนดให้มีความเสี่ยงขาดทุนสูงสุดไม่ควรเกิน 2-5% จากเงินทุนที่ใช้ในแต่ละไม้
  2. แบ่งเงินทุนไปเทรดในสินทรัพย์หลายแบบที่ต่างกันเพื่อกระจายความเสี่ยง โดยจำกัดเงินทุนต่อไม้ให้เหมาะสม มีการแบ่งเงินทุนสำรองเอาไว้เผื่อฉุกเฉิน และเลือกลงทุนแค่ในสินทรัพย์ที่ยอมรับการขาดทุนสูงสุดไหว
  3. ใช้ Leverage อย่างระวัง ถ้าใช้ในปริมาณที่เหมาะสมก็จะช่วยให้ เปิดออเดอร์ ใหญ่ขึ้นได้ แต่ถ้าใช้เกินตัวก็ทำให้ขาดทุนมหาศาลเกินตัวได้เช่นกัน และควร คำนวณ Lot Size ให้เหมาะสมด้วย
  4. ตั้ง Stop Loss และ Take Profit ทุกครั้ง เพื่อจำกัดการขาดทุน และรักษาผลกำไรเอาไว้ให้มากที่สุด ถ้าไม่มีการตั้ง SL เอาไว้อาจทำให้เกิดการขาดทุนมากเกินจะรับไหวได้ และควรพิจารณาทำ Cut Loss ขายสินทรัพย์ที่กำลังขาดทุนออกไปก่อนจะเกิดความเสียหายมากไปกว่าเดิม
  5. ไม่เทรดด้วยอารมณ์ การเทรดแต่ละครั้งต้องวางแผนมาล่วงหน้าแล้วทำตามแผนอย่างรัดกุม วิเคราะห์ตลาด อย่างรอบคอบ ไม่โลภจนขาดสติเพียงเพราะเห็นโอกาสทำกำไรก้อนใหญ่อยู่ตรงหน้า
  6. ตรวจสอบผลกำไร-ขาดทุนอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงต้องคอยตรวจสอบกลยุทธ์ที่ใช้ด้วยว่าได้ผลดีแค่ไหน ซึ่งอาจ คำนวณอัตราการชนะ (Win Rate) เพื่อดูประสิทธิภาพเบื้องต้นได้
    1. Win Rate = (จำนวนไม้ที่เทรดได้กำไร ÷ จำนวนไม้ทั้งหมดที่เทรด) × 100
    2. ยิ่ง Win Rate ก็หมายความว่ากลยุทธ์นั้นควรมีประสิทธิภาพสูงตามไปด้วย
    3. Win Rate บอกแค่เปอร์เซ็นต์ไม้ที่เทรดแล้วกำไร แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดอื่น ดังนั้นควรใช้วิธีอื่นเข้ามาตรวจสอบร่วมด้วย

ตัวอย่างการใช้ Money Management

ตัวอย่างการใช้ Money Management ที่จะมาแนะนำกันในวันนี้เป็นคลิปที่ชื่อ Money and Risk Management Plan for Trading Forex Crypto & Stocks จากช่อง Smart Risk บน Youtube ซึ่งจะพูดถึงทั้งการทำ Money และ Risk Management พร้อมตัวอย่างในการเทรด โดยจะมีช่วงที่สำคัญดังนี้

  • นาทีที่ 0.10 ประโยชน์ของ Money Management
  • นาทีที่ 1.12 ความหมายของ Money and Risk Management
  • นาทีที่ 1.34 ทำไมต้องทำ Money and Risk Management
  • นาทีที่ 1.34 ประโยชน์ของ Risk Management
  • นาทีที่ 3.38 พื้นฐานการทำ Money Management ต้องพิจารณาอะไรบ้าง
  • นาทีที่ 4.31 ตัวอย่างการทำ Money Management
  • นาทีที่ 5.23 ตัวอย่างการคำนวณ ขนาดออเดอร์ ที่เหมาะสม
  • นาทีที่ 6.48 วิธีเพิ่มกำไรจากการลงทุนด้วยการใช้บัญชีที่สอง
  • นาทีที่ 7.31 วิธีการทำ Risk Management
  • นาทีที่ 9.26 ตัวอย่างการทำ Risk Management

สรุป: ทำไมต้องใช้ Money Management

สาเหตุที่ทำให้ Money Management กลายเป็นกุญแจสำคัญสู่การเทรดที่ยั่งยืน เพราะถ้าเทรดกันแบบไม่วางแผน ไม่คำนึงถึงสัดส่วน Risk/Reward หรือไม่กำหนดความเสี่ยงสูงสุดที่รับได้ แม้จะเทรดได้กำไรแต่ก็ไม่สม่ำเสมอ หรืออาจเทรดแล้วขาดทุนมากกว่ากำไรได้ เพราะไม่มีการมองภาพรวมและจัดการเงินทุนให้ดี

แต่ถ้าใช้ Money Management กันอย่างเหมาะสม รอบคอบ ก็จะช่วยให้ตัดสินใจเทรดได้ดีขึ้น มีการเลือกสินทรัพย์และกำหนดเงินลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีโอกาสได้กำไรกลับมามากขึ้น หรืออย่างน้อยก็อาจขาดทุนน้อยลงได้ในกรณีที่แนวทางตลาดไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวังเอาไว้

“Money Management สำคัญต่อเงินทุนก็จริง แต่ก็อย่าลืมเลือกกลยุทธ์การเทรดที่เหมาะสมด้วย”

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Money Management

Money Management คืออะไร

Money Management (MM) คือการบริหารจัดการเงินลงทุนอย่างเป็นระบบ โดยมีหัวใจสำคัญคือการทำให้พอร์ตรวมทั้งหมดมีความเสี่ยงต่ำที่สุด

การทำ Money Management ต้องพิจารณาอะไรบ้าง

ในการทำ Money Management จะต้องพิจารณาปัจจัยหลักหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยตลาด การจัดการเงินทุนในการเทรดอย่างเหมาะสม และการวางแผนเทรดที่รัดกุม เช่น การคำนวณ Risk/Reward Ratio การตั้ง SL และ TL หรือการ Cut Loss เป็นต้น

Money Management ทำอย่างไร

การทำ Money Management มีอยู่ 6 ขั้นตอนหลัก

  1. ตั้งเป้าหมายในการเทรดโดยคำนวณ Risk/Reward Ratio
  2. กระจายความเสี่ยงด้วยการเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย และแบ่งเงินลงทุนให้เหมาะสม
  3. การใช้เลเวอเรจอย่างเหมาะสม ไม่ใช้จนเกินตัว
  4. การตั้ง SL,TL และการทำ Cut Loss
  5. การทำตามแผนที่วางเอาไว้อย่างรัดกุม ไม่เทรดด้วยอารมณ์
  6. ตรวจสอบผลกำไร-ขาดทุนอย่างสม่ำเสมอ

ประโยชน์ของการทำ Money Management

การทำ Money Management จะเน้นป้องกันการขาดทุนเกินกว่าที่พอร์ตจะรับไหว ดังนั้นประโยชน์หลักจึงเป็นการลดอัตราขาดทุน และทำให้มีโอกาสได้กำไรกลับมาอย่างสม่ำเสมอ

ถ้าไม่ทำ Money Management แล้วจะมีผลเสียอย่างไร

ผลเสียของการไม่ทำ Money Management คือไม่สามารถควบคุมอัตราการขาดทุนได้ มองไม่เห็นภาพรวมกำไร-ขาดทุนของพอร์ต แม้จะเทรดได้กำไรมาหลายไม้ แต่ถ้าเทรดพลาดแค่ไม้เดียวก็อาจถึงขั้นพอร์ตแตกได้

References

  1. Money Management สิ่งที่ขาดไม่ได้ หากคิดจะเริ่มลงทุน, https://www.setinvestnow.com/th/knowledge/article/344-the-importance-of-money-management
  2. Money Management วางกลยุทธ์บริหารเงินอย่างมีคุณภาพ, https://www.liberator.co.th/article/view/money-management-วางกลยุทธ์บริหารเงิน
  3. MONEY MANAGEMENT วางแผนการเงินแบบครบทุกขั้นตอน, https://www.finnomena.com/money-management/
  4. วิธีบริหารเงินทุน (Money Management) ในตลาด Forex, https://www.startrader.com/th/knowledge-basics/money-management/
  5. Money Management Explained: Top Global Money Managers by Assets, https://www.investopedia.com/terms/m/moneymanagement.asp