
กลยุทธ์ Ultimate Breakout : เทคนิคการจับจังหวะของราคา
Ultimate Breakout ก็เป็นอีกหนึ่ง กลยุทธ์การเทรด ที่ได้รับความนิยมสูง โดยจะพัฒนามาจากกลยุทธ์ Breakout Trading แต่มีการตัดสัญญาณหลอกต่างๆ ออกเพื่อหาเฉพาะ Real Breakout มาใช้ Ultimate Breakout จึงเป็นกลยุทธ์ที่มีโอกาสได้กำไรสูง และยังนำมาใช้กับสินทรัพย์ได้ทุกแบบ
Breakout Trading คืออะไร
Breakout Trading คือกลยุทธ์การเทรดที่จะดู เส้นกราฟ เป็นหลักว่าราคาสินทรัพย์ทะลุ แนวรับหรือแนวต้าน หรือไม่ (Breakout) ถ้าสินทรัพย์ตัวไหนที่มีการซื้อขายสูงจนราคาทะลุแนวรับหรือแนวต้านไปแล้วจะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามีโอกาสที่ราคาจะเป็นไปตามทิศทางนั้นอีกหรืออาจมีการกลับตัวเกิดขึ้น
- แนวรับ (Support Levels) หมายถึงระดับราคาที่จะมีแรงซื้อเข้ามาหนุนไม่ให้ราคาสินทรัพย์ร่วงลงไปมากกว่าเดิม (เปรียบเสมือนพื้น) แต่ถ้าแรงขายมีมากกว่าก็อาจทะลุแนวรับได้เช่นกัน
- แนวต้าน (Resistance Levels) หมายถึงระดับราคาที่จะมีแรงขายเข้ามาต้านเพื่อไม่ให้ราคาสินทรัพย์พุ่งสูงขึ้นไปมากกว่าเดิม (เปรียบเสมือนเพดาน) แต่ถ้าแรงซื้อมีมากกว่าก็อาจทะลุแนวต้านได้เช่นกัน
- Breakout Trading สามารถใช้กับสินทรัพย์ได้ทุกแบบ ทั้ง Forex, ทองคำ, คริปโต หรือสินทรัพย์อื่น
วิธีทำ Breakout Trading
การทำ Breakout Trading โดยทั่วไปแล้วมักจะ เปิดออเดอร์ Buy ถ้าราคาทะลุแนวต้าน หรือเปิดออเดอร์ Sell ถ้าราคาทะลุแนวรับ หรือเรียกว่าเป็นการเทรดตามแนวโน้มเดิมเพราะคาดหวังว่าราคาจะไหลไปตามทิศทางเดิมต่อ แต่บางครั้งราคาก็อาจกลับตัวได้ ซึ่ง Breakout จะแบ่งออกมาได้เป็น 5 รูปแบบที่พบบ่อย ได้แก่
- Horizontal Breakouts เป็นราคาที่ทะลุแนวรับหรือแนวต้านแบบทั่วไป มักพบได้ในสินทรัพย์ที่ราคาเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆ มานาน บอกได้ถึงราคาที่มีสมดุลในการซื้อขายดี ราคาหลัง Breakout อาจเป็นไปในทิศทางเดิมหรือมีการกลับตัวก็ได้
- Trendline Breakouts เป็นราคาที่ทะลุแนวรับหรือแนวต้านใหม่ที่มีจุดต่ำสุดสูงขึ้น หรือจุดสูงสุดที่ต่ำลง ราคาหลัง Breakout อาจเป็นไปในทิศทางเดิมหรือมีการกลับตัวก็ได้
- Triangle Breakouts เป็นราคาที่ทะลุแนวรับหรือแนวต้านในลักษณะรูปสามเหลี่ยม ราคาหลัง Breakout อาจเป็นไปในทิศทางเดิมหรือมีการกลับตัวก็ได้
- Head and Shoulders เป็นราคาที่ทะลุแนวรับหรือแนวต้านในลักษณะรูปหัวและไหล่ ข้อสังเกตคือจะมี 3 ยอด และยอดตรงกลางจะสูงที่สุด หลัง Breakout มักเป็นการกลับตัวของราคา
- Flag and Pennant เป็นราคาที่ทะลุแนวรับหรือแนวต้านในรูปลักษณะคล้ายธง โดยจะมีราคาในทิศทางเดิมขึ้นหรือลงติดต่อกันมาเป็นเส้นยาว แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มราคาที่ชัดเจน หลัง Breakout แล้วราคามักเคลื่อนต่อไปในทิศทางเดิม
การทำ Breakout Trading ที่ดีควรตรวจสอบราคาสินทรัพย์ย้อนหลังด้วยว่าในอดีตมีแนวโน้มราคามาอย่างไร มีรูปแบบของ Breakouts ซ้ำเดิมบ่อยแค่ไหน
- จุดเข้าเทรดจะเป็นหลังช่วง Breakouts โดยทั่วไปแล้วจะเปิดออเดอร์ Buy เมื่อราคาปิดทะลุแนวต้าน หรือเปิดออเดอร์ Sell เมื่อราคาปิดร่วงลงมาทะลุแนวรับ
- สามารถใช้ Stop Loss และ Take Profit เพื่อควบคุมความเสี่ยงได้
ข้อดีของการทำ Breakout Trading
- หลัง Breakout แล้วราคามักเคลื่อนตัวเร็ว จึงมีโอกาสทำกำไรได้สูง
- มีจุดเข้าเทรดที่ชัดเจน ช่วยลด ความเสี่ยง ในการขาดทุนได้
- นำมาใช้ได้กับสินทรัพย์ทุกแบบ ทั้ง ฟอเร็กซ์ ทองคำ คริปโต หรือ หุ้น
- บริหารความเสี่ยงได้ง่าย ใช้ร่วมกับอินดิเคเตอร์อื่นๆ ได้หลายอย่าง เช่น MA , BB หรือ RSI
ข้อเสียของการทำ Breakout Trading
- ต้องตัดสินใจเร็วเพื่อไม่ให้พลาดจุดเข้าเทรด
- อาจเกิด False Breakout หรือการทะลุหลอกขึ้นได้
- ตลาดอาจมี ความผันผวน สูงในช่วง Breakout
Ultimate Breakout คืออะไร มีวิธีทำอย่างไร
Ultimate Breakout เป็นกลยุทธ์การเทรดที่พัฒนามาจาก Breakout Trading ธรรมดา โดยจะเป็นการตัด สัญญาณ Breakout หลอก (False Breakout หรือ Fakeout) เพื่อให้ได้แนวโน้มราคาที่ชัดเจนขึ้น สำหรับการทำ Ultimate Breakout จะต้องใช้ อินดิเคเตอร์ ต่างๆ เข้ามาช่วย เช่น
- Moving Average (MA)
- Bollinger Bands (BB)
- Average True Range (ATR)
- Moving Average Convergence/Divergence (MACD)
- Relative Strength Index (RSI)
ขั้นตอนการทำ Ultimate Breakout จะเริ่มจากการใช้อินดิเคเตอร์ต่างๆ เพื่อหาแนวโน้มตลาดที่ชัดเจน ตรวจสอบการ Breakout แบบที่ไม่มี Fakeout จากนั้นก็เข้าซื้อขายตามกลยุทธ์ Breakout Trading ปกติ
- ข้อดีของการทำ Ultimate Breakout จึงเป็นการจับสัญญาณ Breakout ที่มีความน่าเชื่อถือมากขึ้นได้ เพราะมีการตรวจสอบ Breakout หลายวิธีเพื่อให้มีความแม่นยำสูงที่สุด
- นอกจากกลยุทธ์การทำ Ultimate Breakout แล้วก็ยังมีซอฟต์แวร์ชื่อ Ultimate Breakout ซึ่งเป็น EA ที่ใช้เพื่อการตรวจสอบ Fakeout เหมือนกัน
- Fakeout หรือ False Breakout คือการทะลุแนวรับหรือแนวต้านแบบหลอก ซึ่งจะเป็นการทะลุแนวรับหรือแนวต้านขึ้นมาให้เห็นแล้วราคาพลิกตัวกลับเข้าไปในแนวรับหรือแนวต้านตามเดิม
- Fakeout ไม่ได้มีแต่ข้อเสีย เพราะมีกลยุทธ์การเทรดด้วย Fakeout ซึ่งเป็นการ “แทงสวน” การทำ Breakout Trading ถ้ารู้ว่านั่นคือสัญญาณ Breakout หลอก
ตัวอย่างการทำ Ultimate Breakout
ตัวอย่างการทำ Ultimate Breakout จะเป็นคลิปวิดีโอบน Youtube ชื่อ The ULTIMATE Break & Retest Strategy (Most Traders Fail Without This) จากช่อง Pro Trading School ซึ่งจะพูดถึงหลักทั่วไปในการทำ Breakout Trading โดยมีวิธีเลี่ยง Fakeout และการหาจุดเข้าซื้อขายที่เหมาะสม โดยจะมีช่วงนาทีที่สำคัญทั้งหมด ดังนี้
- นาทีที่ 0.46 หลักทั่วไปในการทำ Breakout Strategy
- นาทีที่ 1.10 จุดเข้าซื้อที่เหมาะสมเพื่อเลี่ยง Fakeout
- นาทีที่ 1.39 จิตวิทยาเบื้องหลังการทำ Breakout Trading
- นาทีที่ 2.40 ปัจจัยที่ต้องพิจารณาในการทำ Breakout Trading
- นาทีที่ 6.05 วิธีทำ Breakout Trading ในช่วงที่ตลาดมีกรอบแคบ (Horizontal Breakouts)
- นาทีที่ 7.45 สาเหตุที่ต้องทำ Retest
- นาทีที่ 8.30 แพทเทิร์นต่างๆ ในการทำ Retest
- นาทีที่ 12.15 การสังเกตจังหวะ Breakout ด้วยกราฟแบบ Double Top
สรุป: Ultimate Breakout ใช้ได้จริงไหม แม่นยำมากแค่ไหน
เทรดเดอร์คนไหนที่ชอบใช้กลยุทธ์ Breakout Trading อยู่แล้ว Ultimate Breakout ถือว่าเป็นกลยุทธ์การเทรดที่ช่วยให้การเทรด Breakout Trading แม่นยำยิ่งขึ้นไปอีก เพราะ Ultimate Breakout จะตัด Fakeout ออกเพื่อให้ได้ Real Breakout ที่เป็นไปตามทฤษฎี Breakout Stratergy เมื่อเทรดแล้วจึงมีโอกาสได้กำไรมากขึ้น เพียงแต่จะมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นตรงที่ต้องตรวจสอบสัญญาณ Breakout ให้ชัดเจนขึ้นก่อนด้วยการใช้อินดิเคเตอร์ต่างๆ เช่น MA, BB, ATR, MACD และ RSI
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ Ultimate Breakout
Breakout Trading ต่างจาก Ultimate Breakout อย่างไร
Breakout Trading คือกลยุทธ์การเทรดในจังหวะที่ราคาทะลุแนวรับหรือแนวต้าน ส่วน Ultimate Breakout จะเป็นการทำ Breakout Trading โดยใช้อินดิเคเตอร์หรือเทคนิคต่างๆ เพื่อตัด Fakeout ออก
Fakeout คืออะไร
Fakeout หรือ False Breakout คือการทะลุแนวรับหรือแนวต้านแบบหลอก ซึ่งจะเป็นการทะลุแนวรับหรือแนวต้านขึ้นมาให้เห็นแล้วราคาพลิกตัวกลับเข้าไปในแนวรับหรือแนวต้านตามเดิม
Ultimate Breakout มีขั้นตอนการทำอย่างไร
ขั้นตอนการทำ Ultimate Breakout จะเริ่มจากการใช้เทคนิคหรืออินดิเคเตอร์ต่างๆ เพื่อตรวจสอบว่า Breakout นั้นเป็น Real Breakout ไม่ใช่ False Breakout แล้วก็เริ่มเข้าเทรดตามกลยุทธ์ Breakout Trading ต่อได้ โดยจะต้องมีการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เช่น การใช้ SL และ TP
การทำ Ultimate Breakout ใช้อินดิเคเตอร์อะไรได้บ้าง
อินดิเคเตอร์ที่นำมาใช้กับการทำ Ultimate Breakout มักจะเป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้ วัดปริมาณการซื้อขาย (Volume) หรือใช้วัดความแข็งแกร่งของ แนวโน้ม (Trends) ซึ่งมักใช้ร่วมกัน 4-5 ตัวเพื่อให้ได้สัญญาณ Real Breakout ที่ชัดเจน เช่น MA, BB, ATR, MACD หรือ RSI
ข้อดีของการทำ Ultimate Breakout
การทำ Ultimate Breakout ช่วยให้ได้ Real Breakout ซึ่งราคามักเคลื่อนตัวไว มีจุดเข้าเทรดที่ชัดเจน และยังบริหารความเสี่ยงง่าย มีโอกาสได้กำไรสูง
References
- Ultimate Breakout System Overview, https://algorush.com/trading-systems-for-metatrader/ultimate-breakout-overview/
- Ultimate Breakout Trading System, https://algorush.com/trading-systems/ultimate-breakout-trading-system/
- Best Forex Breakout EAs: Top Support & Resistance Robots, https://newyorkcityservers.com/blog/best-forex-breakout-eas
- สรุป: การเทรดเบรกเอาท์และเฟคเอาท์, https://www.babypips.com/th/learn/forex/summary-of-trading-breakouts-and-fakeouts
- Breakout Trading คืออะไร กลยุทธ์จับจังหวะราคาทะลุแนวรับแนวต้าน, https://wemastertrade.com/th/breakout-trading-strategy-explained/
- Breakout or Fakeout? How to Spot the Difference and Trade., https://th.tradingview.com/chart/ETHUSDT.P/MrLaMqF9-Breakout-or-Fakeout-How-to-Spot-the-Difference-and-Trade/




